เจตน์ ชี้ที่ดินทำกินปัญหาหลักรอง วอนเร่งบูรณาการแนวเขต One Map

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือปัญหาที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับรัฐ โดยเฉพาะปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนระหว่างหน่วยงานราชการ และเสนอให้มีการเร่งดำเนินการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันข้อพิพาทและคุ้มครองสิทธิของผู้ครอบครองที่ดินโดยสุจริต

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อ ส.ว. ลงไปพบประชาชน ปัญหาอันดับ ๑ คือปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน กับเอกสารสิทธิ เรื่องที่ดินถ้าเราแก้ไขได้จะแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ของประชาชนได้เป็นอย่างดี สาเหตุของปัญหาแบ่งเป็น ๗ ข้อ ๑. การบุกรุกพื้นที่สงวนหวงห้าม ของรัฐ ๒. ความขัดแย้งเรื่องแนวเขตที่ดิน ๓. การกระจายการถือครองที่ดินทำกิน ๔. การไร้ที่ดินทำกิน ๕. การไม่ทำประโยชน์ในที่ดินหรือการใช้ที่ดินไม่เต็มศักยภาพ ๖. การถือครองที่ดินขนาดใหญ่ และ ๗. ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ดินทั้งระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้า สนช. พร้อมกับร่างพระราชบัญญัติ คทช. แต่กฤษฎีกาทำไม่ทัน จึงมีเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ คทช. ร่วมกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๔) ออกมา พร้อมกัน ๒ ฉบับ หลังจากร่างพระราชบัญญัติ คทช. มีผลบังคับใช้แล้วก็มีการประชุม คทช. ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓ มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมา ๙ ชุด ซึ่งก็เป็นไปตามที่ทางรัฐมนตรีได้แถลง ความจริงมีมากกว่า ๙ ชุดคือมีคณะ คทช. จังหวัดด้วย ซึ่งกระผมถือว่าตรงนั้นเป็นการกระจายอำนาจ และเป็น การฟังเสียงประชาชนหรือภาคส่วนของประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ปัญหาของคณะอนุกรรมการ คณะที่ ๙ ซึ่งกระผมถือว่ามีความสำคัญที่สุดคือคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขต ที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ (One Map) ต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้คำว่าวันแมป (One Map) เพราะว่ายาวเกินไป ปัญหาของวันแมป (One Map) คือมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๘ กระทรวง ๘ กระทรวงนี่รวมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ และ ๑๙ กรม มีรัฐวิสาหกิจอีก ๓ แห่ง มีกฎหมายระดับ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้อง ๑๖ ฉบับ บางที่บอก ๑๘ ฉบับ ต่างหน่วยงานต่างยึดถือกฎหมายคนละฉบับ เป็นลักษณะการทำงานของหน่วยงานรัฐซึ่งไม่บูรณาการ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ ต้องถือว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีตั้งแต่สมัย คสช. มีความพยายามจะแก้ไขปัญหานี้ มาโดยตลอด ไม่ได้อยู่เฉย มีการตั้งคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการขึ้นมา เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ แล้วก็ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมามีการจัดสรร ที่ดินให้กับประชาชนไปแล้วเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ปัญหามีอย่างนี้ พื้นที่ที่ดินของรัฐก่อนปรับปรุง มีทั้งหมด ๔๕๘,๔๙๕,๐๐๐ กว่าไร่ ผมดูตามเอกสารเล่มนี้ครับ แต่หลังทำการปรับปรุง เหลือ ๒๐๗,๗๓๓,๐๐๐ กว่าไร่ เพราะฉะนั้นมีลักษณะแนวเขตที่ดินต่างกัน ตามแผนที่ ของหน่วยงานต่าง ๆ ๒๕๐.๗๖๒ ล้านไร่ เมื่อมีการจัดตั้งคณะกรรมการวันแมป (One Map) ในปี ๒๕๕๘ ก็ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา ๕ ชุด แล้วก็มีคณะอนุกรรมการชุดนี้ ทำงาน ก็ใช้ข้อแตกต่างระหว่างแผนที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต่างกัน ใช้ลำดับศักดิ์กฎหมาย ในระบบกฎหมายไทย ใช้การบังคับใช้กฎหมายก่อนหรือหลังให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ กฎหมายที่ใช้ลักษณะภูมิประเทศสำคัญเป็นข้อมูลอ้างอิง อันนี้คือการแก้ไขปัญหาที่ทับซ้อน ระหว่างรัฐกับรัฐ แต่ยังมีข้อยกเว้นว่าต้องกำหนดบริเวณที่ดินที่มีสภาพธรรมชาติให้คงอยู่ ในสภาพเดิม เพื่อสงวนไว้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา เพื่อความรื่นรมย์ของประชาชน หรือเป็นที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยของสัตว์ป่า จึงกำหนดให้ที่ดินของรัฐประเภทอนุรักษ์ ตามกฎหมายที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุและทับซ้อนที่สาธารณประโยชน์อยู่ร่วมกันได้ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรับผิดชอบดูแลรักษาพื้นที่ จำนวน ๓๑ แห่ง อันนี้คือปัญหารัฐกับรัฐ ผมคิดว่าแก้ได้ด้วยคณะอนุกรรมการชุดนี้ แต่ว่ายังมีปัญหาเรื่องที่ดิน ของรัฐกับประชาชน วันแมป (One Map) คงจะต้องทำเป็นพื้นที่ ๆ ไป ไม่สามารถประกาศ วันแมป (One Map) ครั้งเดียวแล้วครอบคลุมทั้งประเทศได้ ต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องจากประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ได้เอกสารสิทธิที่ดินมาเป็น มือที่หลัง ๆ อาจจะเป็นมือที่ ๕ มือที่ ๖ มือที่ ๗ ซึ่งเขาถือว่าเขาได้สิทธิจากกรมที่ดินมา โดยชอบธรรม โดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ว่าปัญหาคือมือแรกมันผิดกฎหมายเสียแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของผู้มีอิทธิพล ผู้มีเงิน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ของรัฐที่ออกทะเบียนที่ดิน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้กัน แล้วก็ต้องเยียวยา ผู้ได้ที่ดินมาโดยสุจริตโดยให้เช่าที่ดินระยะยาว ทำธุรกิจต่อไปโดยที่ดินยังเป็นของรัฐ ผมมีคำถาม ท่านรัฐมนตรีอาจจะตอบบางส่วนไปแล้ว คือผมอยากทราบความคืบหน้าของ คณะอนุกรรมการวันแมป (One Map) ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร หรือมีแนวทางเป็นอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปสมบูรณ์หรือไม่ แต่ผมคิดว่าวันแมป (One Map) คือการแก้ปัญหาในอนาคต ถ้าเรามีวันแมป (One Map) แล้วการบุกรุกที่ก็จะหยุดหรือน้อยลง แต่เราไม่สามารถแก้ปัจจุบันกับอดีตได้ ปัจจุบัน อดีตก็คงจะต้องแก้วันแมป (One Map) แล้วแก้กันเป็นพื้นที่ ๆ ไป ขอบคุณครับ