รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ศานิตย์ มหถาวร หารือเรื่องร่างข้อบังคับของรัฐสภา โดยเน้นย้ำหลักการและเหตุผลในการร่างข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรา ๑๖๒ ที่อาจนำไปสู่การขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ผมมี ความห่วงใยในข้อบังคับ ข้อ ๑๔๑ สไลด์ (Slide) ก็ขออนุญาตท่านประธานไปแล้ว ขึ้นสไลด์ (Slide) สั้น ๆ นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

อย่างที่ท่านหมอเจตน์ ได้อภิปรายไปส่วนหนึ่ง ข้อบังคับเขียนไว้ดี แต่ไปเพิ่มเรื่องความสามารถ ผมเห็นพ้องต้องกัน กับท่านหมอเจตน์ก็คือจะขอตัดข้อความเรื่องความสามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดิน ให้สำเร็จตามนโยบายออก เหตุผลก็คือการประเมินผลการปฏิบัติงาน ผมเองก็เคยประเมินมา เหมือนกัน ท่านประธานเองก็คงเคยประเมินผลผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ถ้าผู้ใต้บังคับบัญชา ของท่านยังไม่ได้ทำงานเลย ท่านจะประเมินเขาได้ไหมว่าเขามีความสามารถหรือไม่ นี่คือ เหตุผลข้อที่ ๑ ที่ผมเห็นควรว่าปล่อยให้รัฐบาลท่านทำงานไปก่อนเถอะ ท่านจะซักถามถึง เรื่องนโยบายดี ไม่ดีอย่างไร ควรจะเพิ่มเติมอะไร ท่านทำให้เต็มที่ครับ จะกี่วันกี่คืนผมก็ไม่ว่า ที่ผ่านมาผมเข้าใจว่าท่านประธานอนุโลมให้ แม้จะผิดข้อบังคับซ้ำไปซ้ำมา วนเวียน ท่านก็กรุณา แต่นั่นเป็นเรื่องที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้เราต้องทำให้มันทันสมัย อะไรดี ไม่ดีเราก็ไปว่ากัน ถ้าท่าน จะประเมิน ผมเคยกราบเรียนไว้เบื้องต้นไปแล้วว่ามันมีมากมาย ทำงานวันเดียวท่านก็ยื่น ตามมาตรา ๑๕๑ ได้ ไม่ไว้วางใจยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจโดยลงมติ หรือแม้แต่ เรื่องอื่น ๆ ผมจะไม่พูดต่อ เพราะว่าจะใช้เวลาสั้น ๆ

ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องขอตัดออก เป็นร่างข้อบังคับฉบับแรก ของรัฐสภาไทยที่กำหนดหลักการและเหตุผลในการร่างข้อบังคับ หลักการก็คือให้มีข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา เหตุผลคืออะไรครับ ลอกมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ค่อนข้างจะเกือบหมด เหตุผลที่ท่านกรรมาธิการร่างข้อบังคับท่านเขียนบัญญัติไว้เลยครับ ท่านลอกมาตามมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ ว่าอย่างไรครับ โดยสรุปให้รัฐสภาสามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติให้เป็นไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมนำมาซึ่งความผาสุกให้แก่ประชาชน ผมเอาแค่นี้ แล้วกันจะได้เห็นชัดว่านี่คือหลักการและเหตุผลทั้ง ๑๕๓ ข้อที่ท่านนำมาเขียนไว้ในหลักการ และเหตุผล พอท่านไปเขียนไว้ว่า และความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินให้สำเร็จ ตามนโยบาย มันก็ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ท่านหมอเจตน์พูดไปแล้ว ท่านลองดูมาตรา ๑๖๒ ผมคงไม่พูดรายละเอียด นี่คือมาตรา ๓ ท่านลอกมาเกือบหมด ส่วนมาตรา ๕ บทบัญญัติใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญบทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้ไม่ได้ หรือเปล่า ผมก็มากราบเรียนท่านประธาน

สุดท้ายในมาตรา ๑๖๒ ของรัฐธรรมนูญ ผมเป็นคนช่างสืบเสาะ ประมวล กฎหมายอาญาผมก็ไปนั่งอ่านว่ามีจุดมุ่งหมายหรือคำอธิบายว่าอย่างไร วิธีพิจารณาความอาญา ก็เช่นกัน ฉบับนี้ผู้ร่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขามีคำอธิบายและจุดมุ่งหมายในการร่าง รัฐธรรมนูญ ร่างอย่างไร จุดมุ่งหมายที่ ๑ ถ้าท่านอ่านไม่เห็นผมจะอ่านให้ท่านฟัง เพื่อให้รัฐสภา ได้รับรู้ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีแนวนโยบายอย่างไรในการบริหารราชการแผ่นดิน จุดมุ่งหมายที่ ๒ สมาชิกเห็นควรเสนอแนะให้แก้ไขเพิ่มเติมอย่างไรจะได้มีการอภิปราย อภิปรายเลยครับ นโยบายไม่ดีอะไ รอย่างไร ที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ทางฝ่ายบริหารจะได้ชี้แจงก่อนที่จะเริ่ม เข้ารับการบริหารราชการแผ่นดิน จุดมุ่งหมายที่ ๓ แนวนโยบายที่รัฐบาลเขาแถลงไว้ เป็นเหมือนกับสัญญาประชาคมบอกให้รัฐสภาทราบว่าฉันจะทำอย่างนี้ หากสภาเห็นควร ประการใดจะได้คอยติดตามหรือทวงถามว่านโยบายที่แถลงไว้ท่านได้ทำอะไร อย่างไร จุดมุ่งหมายสุดท้ายไม่มีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ในอดีตเคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ เพราะอะไร ทำไมถึงต้องมี มีเพื่ออะไร เพื่อจะได้เห็นว่าเมื่อรัฐบาลได้มีการแถลงนโยบายแล้ว สมาชิกมีสิทธิในการที่จะลงมติ เมื่อสมาชิกเห็นชอบแล้วก็ต้องให้ความร่วมมือรัฐบาล อย่างกฎหมายที่เราจะนำเข้าสู่สภาอะไรก็ตามควรที่จะให้ความร่วมมือในการออกกฎหมาย เพื่อรัฐบาลจะได้ไปบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้คือเหตุผล ผมกังวลจริง ๆ เลยว่าถ้าเพื่อนสมาชิก เห็นชอบในร่างข้อบังคับนี้โดยไม่ตัดออก ผมเกรงว่าหากมีใครไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่า ข้อบังคับนี้ในข้อความนั้น และความสามารถ นี่เขายังไม่ได้ทำงานเลยท่านก็ไปเขียนไว้อย่างนั้น มันจะขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ แล้วสุดท้าย มาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ชัดเจน มันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ผมมีเหตุผลแค่นี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ