คารม ค้านร่างไกล่เกลี่ยบังคับก่อนฟ้อง ห่วงเอื้อทุน-คนจนเสียเปรียบ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓

คารม พลพรกลาง แสดงความเห็นคัดค้านร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่กำหนดให้ต้องมีการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดี โดยมองว่ากฎหมายดังกล่าวขาดความจำเป็นและอาจส่งผลเสียต่อประชาชนผู้ถูกฟ้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ขณะที่ผู้ฟ้องส่วนใหญ่เป็นบริษัทหรือสถาบันการเงิน จึงกังวลว่ากระบวนการนี้จะเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายทุนและอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินมรดกของชาวบ้าน จึงเรียกร้องให้ทบทวนผลกระทบก่อนการบังคับใช้

นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตอภิปรายในฐานะเป็น สมาชิกรัฐสภาต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (หลักเกณฑ์และวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องคดี) ในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นนักกฎหมาย เบื้องต้นต้องกราบเรียนก่อนว่าถึงไม่มี กฎหมายฉบับนี้และกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านสภา เราก็มีมาตรา ๘๕๐ ประมวลกฎหมายแพ่ง ศาลเดิมก็ใช้อำนาจศาลในการไกล่เกลี่ยในศาลอยู่แล้ว กฎหมายฉบับนี้ทางผู้เสนอก็คือเสนอ ในลักษณะเป็นกฎหมายปฏิรูป คำว่า กฎหมายปฏิรูป หมายความว่า ทำให้ดีกว่าเก่า ผมขอ กราบเรียนท่านประธานว่าคนที่ฟ้องคดีแพ่งมีข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ที่ฟ้องกันนะครับ ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องทางแพ่งเอกชนกับเอกชน แต่เท่าที่ดูเจตนาที่กฎหมายฉบับนี้เข้ามา ลึก ๆ นี่ผมมองไม่เห็นประโยชน์เลย

ประเด็นแรก การที่จะให้มีการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดี แล้วแถมค่อนข้างจะ ตัดสิทธิในเรื่องของการมีทนายความ ต้องเรียนว่าคนที่ถูกฟ้องส่วนใหญ่คือคนจน คือข้าราชการที่ไม่มีเงิน คือชาวไร่ ชาวนา ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้คนที่ถูกฟ้อง คนมีเงินเขาไม่ไปถูกฟ้องหรอกครับ มีแต่คนจน คนที่ฟ้องคือบริษัทเงินทุน ธนาคาร บริษัท บัตรเครดิต คดีบัตรเครดิต บริษัทเงินให้กู้ นาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) รับจำนองที่ดิน รับขายฝาก ตั้งอยู่ต่างจังหวัดเต็มตลาดครับ ท่านไปดูได้ พอมีข้อพิพาทเกิดขึ้นแทนที่จะให้ ศาลซึ่งมีหน้าที่นำกฎหมายที่เราออกไปใช้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า เราเป็นนักกฎหมายท่านประธานก็เป็นนักกฎหมาย เวลาขึ้นไปศาล ถ้าไปแถลงศาลแล้ว บอกว่าทำไมข้อเท็จจริงมันจะจบแล้วให้เป็นประโยชน์กับคนที่ถูกฟ้องไม่ได้ ศาลจะบอกเลยว่าก็พวกท่านออกกฎหมายมาอย่างนี้ ผมมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ็บปวดครับ เพราะเหตุว่าถ้าผ่านกฎหมายลักษณะนี้ชาวบ้านจะเดือดร้อน เดือดร้อนอย่างไร ท่านประธานครับ ขณะนี้คดีที่ผมรับอยู่ในสำนักงานผมที่ต่างจังหวัด คดีผู้บริโภคนี่ละครับ คดีผู้บริโภคซึ่งเป็นคดีที่เจ้าของกิจการฟ้องชาวบ้าน อันนี้ยกตัวอย่าง คดีที่บริษัทไปขาย สมาร์ตทีวี (Smart TV) หลอดแอลอีดี (LED) ให้กับ ผอ. โรงเรียน เฉพาะที่ถูกฟ้อง ๒,๐๐๐ กว่าคดี เป็นคดีผู้บริโภค ทุนทรัพย์ก็ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๑๙๐,๐๐๐ บาท ทำไมยกตัวอย่างคดีนี้ คดีนี้ คล้ายกับคดีลักษณะนี้มากครับ เพราะว่าเป็นคดีที่ฟ้องง่าย ค่าใช้จ่ายถูก แถมในวรรคสอง ท่านยกเว้นค่าธรรมเนียม เวลาฟ้องคดีคนที่ไปศาล เจ้าหนี้คือคนฟ้อง ยิ่งฟ้องยิ่งลงทุนน้อย เขายิ่งชอบ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ผมเห็นด้วยกับสมาชิกรัฐสภา ท่านเสรี ท่านวันชัย ที่บอกว่า คนที่ลงทุนไปศาลได้คำพิพากษามายึดทรัพย์ เขาต้องเสียบ้าง ชาวบ้านเขาไม่ได้เสีย หรอกครับ แต่คนฟ้องต้องเสีย เสียค่าต๋งให้กับศาล ให้กับรัฐ ให้เขามาใช้จ่าย ก็คุณได้ ประโยชน์จากคำพิพากษา เพราะฉะนั้นร่างถึงแม้ว่าจะแก้มาผมก็ยังไม่เห็นด้วย และยิ่ง ไม่เห็นด้วยไปอย่างหนักเลยครับ ไม่มีทนายความ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ ทนายความที่ผ่านสภาทนายความพวกนี้ทำงานช่วยชาวบ้านเยอะ พอคดีอาญากฎหมาย มูลบังคับให้มีทนายความ คดีแพ่งทุกวันนี้อันตรายยิ่งกว่าคดีอาญา คดีอาญาออกมาติดคุก ถูกจำคุกแล้วออกมา คดีแพ่งยึดทรัพย์ไม่พอ หนี้สิน สินทรัพย์เป็นมรดกตกทอดไปลูก ไปหลาน เขาไม่มีที่อยู่นะครับ นี่คือเหตุผลที่กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับที่เพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกลผมได้พูดไป ๒ ท่าน ท่านสมชายกับท่านธีรัจชัย ออกมานี่ปฏิรูปใคร เอาเปรียบใคร ประชาชนเดือดร้อน กฎหมายอย่างนี้ผู้ไกล่เกลี่ยนี่ ผมพูดด้วยความเคารพว่า ผมเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยบ่อย พอไปศาล ผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ไปศาล เราก็กลัว เรายืนกุมเป้า ศาลทำในฐานะแทนพระมหากษัตริย์ ผู้ไกล่เกลี่ยพอมาเป็น ข้าราชการโดนฟ้องคดีบัตรเครดิต ผมเห็นว่าก็ไม่มีความรู้ ผู้ไกล่เกลี่ยแนะนำว่าไม่มีทางสู้ ยอมเขาเถอะ จะทำอย่างไรครับ แล้วถ้าคดีนั้นมีหลักประกันเป็นที่ยินยอมแล้วผิดนัดล่ะครับ อันนี้ในศาลนะครับ เพราะฉะนั้นการไกล่เกลี่ยถ้ามาทำอย่างนี้มองไม่เห็นประโยชน์เลย เพราะฉะนั้นผมในฐานะเป็นคนบ้านนอก ในฐานะที่เป็นลูกคนจนรับไม่ได้หรอกครับ แล้วผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกว่าอยากให้คิดหนัก ๆ ว่าจริง ๆ กระบวนการในศาลทุกวันนี้เขาใช้เรื่องนี้อยู่ การประนีประนอมยอมความที่คู่ทำสัญญาในทางแพ่ง เท่าเทียมกัน มีศักยภาพเท่ากัน มีทนายความก็ไปทำสัญญายอมความกัน ยิ่งประเด็นอายุความ ก็ยิ่งเจ็บปวดนะครับ จริง ๆ อายุความนี่คนที่ใช้สิทธิเรียกร้องไปฟ้องเขาได้ประโยชน์จาก อายุความ ไม่ใช่ชาวบ้าน พอประนีประนอมไม่สำเร็จ ขยายไปอีก ๖๐ วันก็เอาไปฟ้องใหม่ เพราะฉะนั้นกราบเรียนประธานไปยังสมาชิกรัฐสภาด้วยความเคารพว่าผมไม่เห็นด้วย ไม่ว่า จะเป็นที่มาของการนำเสนอกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบอกว่ากฎหมายปฏิรูป ไม่ว่าผล ที่จะกระทบ กฎหมายที่ออกมาก่อนหน้านี้ปี ๒๕๖๒ ลองใช้ดู ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ลองใช้ดู มันมีผลกระทบต่อชาวบ้านพี่น้องไหม แล้วค่อยมาใช้กฎหมายตัวนี้จะดีกว่า หรือเปล่า เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าไม่เห็นด้วยแล้วรับไม่ได้ แล้วก็โดยส่วนตัวผมไม่รับร่างกฎหมายฉบับนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ