ศานิตย์ มหถาวร หารือการปรับปรุงข้อบังคับการประชุมรัฐสภาให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยเสนอให้ทบทวนกระบวนการตัดสินใจ วิธีการลงคะแนน และการส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชัดเจนเรื่องระยะเวลาการแปรญัตติและการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเพื่อให้การตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ครับ กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การประชุมร่วมในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕๖ มีทั้งหมด ๑๖ กรณี ในอดีตที่ผ่านมาเรามีข้อบังคับการประชุมรัฐสภาครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๙ จนถึงปัจจุบันนี้ ๔ ข้อบังคับ ข้อบังคับปัจจุบันนี้จึงเป็นฉบับที่ ๕ ก่อนหน้านี้ย้อนหลังไปครับ ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าให้ใช้ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรบ้าง ของวุฒิสภาบ้าง ผมเกริ่นนำมา ตรงนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าข้อบังคับการประชุมของรัฐสภามีความสำคัญเพราะเป็นกติกาในการ ทำงาน เหมือนกับกีฬาถ้าไม่มีกฎกติกาก็คงจะมีปัญหาพอสมควร ในส่วนตัวผมเองได้พยายาม ศึกษาเปรียบเทียบตั้งแต่อดีต ๒๔๙๐ จนถึงปัจจุบันอย่างที่เพื่อนสมาชิกที่กล่าวไปล่วงหน้าว่า กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานเอามาจากของเดิมทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะหลัก ๆ ในเรื่อง ของอำนาจหน้าที่หรือหน้าที่อำนาจก็แล้วแต่ รวมทั้งเรื่องวิธีการประชุม การเสนอญัตติ การลงมติ การอภิปราย การแถลงนโยบาย รวมทั้งบทสุดท้ายแทบจะลอกกันมาเป๊ะเลย ผมเองก็พยายาม ที่จะทำให้เห็นว่าในการที่เรามาถึงยุคนี้เราควรที่จะทำให้ข้อบังคับการประชุมในครั้งนี้เป็น ปัจจุบันหรือไม่ ท่านประธานอยู่ในสภามากว่า ๕๐ ปี ผมทราบว่าท่านเป็น ส.ส. มา ๑๖ สมัย สมัยก่อนการลงคะแนนใช้วิธียืนยกมือ ปัจจุบันมาเริ่มเปลี่ยนเมื่อข้อบังคับ ปี ๒๕๔๔ ถ้าผม จำไม่ผิดก็เปลี่ยนเป็นวิธีการใช้เครื่องมือทันสมัยที่เพื่อนสมาชิกอยู่ตรงนี้ได้ทราบตระหนักดี อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนของที่เราจะต้องมาดู ที่จริงมันมีประเด็นหลายประเด็นผมไม่อยาก ใช้เวลาสภามาก เพราะผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคงจะมีข้อมูลที่จะนำเสนอในประเด็นอื่น ๆ ในวาระอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ผมจะพยายามที่จะเอาเฉพาะที่สำคัญ ๆ แล้วผมเชื่อว่าเป็น ประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกทุกคนเลย ไม่ว่าท่านเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนก็แล้วแต่ ผมชื่นชมเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้เราอยู่กันด้วยการมีเหตุและผล สิ่งที่ผมจะนำเสนอคือ เหตุและผลที่จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อบังคับแห่งนี้ เรื่องนี้ ฉบับนี้ เกิดประโยชน์สูงสุดครับ
ประเด็นแรก ท่านประธานลองดูที่ผมจะกล่าวก็คือ ในเรื่องของการส่งเอกสาร รัฐธรรมนูญหลายฉบับในอดีต หรือแม้แต่ข้อบังคับหลายข้อจะกำหนดให้เฉพาะเมื่อสภาจะส่ง เอกสารถึงเพื่อนสมาชิกใช้อิเล็กทรอนิกส์ได้ นอกจากเอกสารเป็นหนังสือแล้วเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ แต่ท่านลองไปดูในข้อบังคับที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี่เริ่มตั้งแต่ข้อ ๒๙ เห็นไหมครับ สมาชิกต้องทำหนังสืออย่างเดียว ไม่เปิดช่องว่าให้ส่งเอกสารทางอื่น นอกจากนี้ข้อ ๙๑ ข้อ ๑๐๘ ข้อ ๑๒๕ เหมือนกัน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าในข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา ปี ๒๕๖๒ ฝากท่านกรรมาธิการด้วยท่านไปดูในข้อ ๑๕ วรรคสาม ได้เพิ่มเติมแล้วให้สามารถ ส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ควรจะเพิ่มไหม เพื่อสมาชิกจะได้ ไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เอกสารเดี๋ยวนี้มันไปไกลแล้วส่งอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ไม่ว่าจะ เป็นการเสนอญัตติ การแปรญัตติอะไรก็ตาม ผมฝากไว้
ประเด็นที่ ๒ มันใกล้เคียงกัน สืบเนื่องเลยท่านครับ ในเรื่องของการแปรญัตติ เพื่อนสมาชิกลองดูนะครับ การแปรญัตติตั้งแต่ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นของ ส.ว. ส.ส. ฉบับนี้เขียนว่าอย่างไรครับท่านประธาน ให้เวลาแปรญัตติเท่าไรรู้ไหม ๗ วัน ไม่ได้บอกว่า ๗ วันอะไร ๗ วันทำการ หรือ ๗ วันทั่วไป ยิ่งมีวันหยุดในปี ๒๕๖๓ ทั้งหมด ๑๔ ครั้ง บางครั้งก็ ๕ วัน บางครั้งก็ ๔ วัน ๓ วัน ๑ วัน แล้วเพื่อนสมาชิกเดี๋ยวหลังจากนี้แล้วผมถามว่า ๑๕๓ ข้อ ท่านดูละเอียดไหม ท่านสมาชิกทั้งหลายท่านอยากจะแปร ท่านอยากจะขอให้มันเกิดประโยชน์ แต่ท่านไปจำกัด ท่านเขียนไว้แค่อะไร ๗ วัน ถ้าเป็นกรณีเรื่องอื่น ๆ อาจจะ ๑๕ วัน เช่น ร่างรัฐธรรมนูญอะไรก็แล้วแต่ที่ต้องแก้ไข พอไหมท่านประธานครับ ยิ่งให้เวลาพอสมควร ไม่ใช่ให้เวลาจนมากเกินไป เพื่อนสมาชิกซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทรงความรู้ มีความสามารถ มากมาย ท่านจะได้ใช้ช่องโอกาสนี้นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นร่างกฎหมายก็ดี ร่างรัฐธรรมนูญก็ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ได้มากขึ้น ผมขอยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง ข้อบังคับ การประชุมวุฒิสภาเช่นกัน ได้เขียนไว้ในข้อ ๑๒๕ ฝากท่านกรรมาธิการไปดูด้วยนะครับ เขาใช้คำว่าอะไรรู้ไหม ท่านประธานครับ ให้แปรญัตติได้ใน ๗ วันทำการ มันก็ยืดได้พอสมควร หยุดวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็แล้วแต่ไม่นับ เอาวันทำการเป็นตัวตั้ง ท่านลองไปปรับดูถ้าทำได้ ผมว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทุกคนจะได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ห้วงเวลาในการแปรญัตติ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมไปเร็วหน่อยเพราะว่าไม่อยากให้เสียเวลามาก ประเด็นที่ ๓ ท่านลองไปดูข้อ ๑๔๑ ท่านประธานในร่างข้อบังคับนี้ เรื่องการแถลงนโยบาย ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ในโอกาสต่อไปท่านต้องเป็นรัฐบาลแน่นอนเพราะท่าน เป็นผู้ทรงความรู้มากมาย แล้วในขณะเดียวกันการบริหารราชการแผ่นดินเป็นเรื่องของการ ทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ที่ผ่านมาผมดูตั้งแต่ข้อบังคับแรก ๆ มาเริ่มตั้งแต่ ข้อ ๓๙ แล้วกัน สมัยก่อนผมจะไม่พูดถึง เขียนไว้ในข้อบังคับการประชุม ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๒ เขียนไว้ว่า ก่อนคณะรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้แถลง นโยบายครับ ทั้งนี้คำนึงถึงอำนาจหน้าที่ แนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งบอกแหล่งที่มาของงบประมาณ นี่คือรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ แต่ในข้อบังคับเขียนไว้อย่างไร ให้สมาชิกซักถาม ๑๔๑ แล้วไปเพิ่มอะไรรู้ไหมครับ และความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินให้สอดคล้องกับนโยบาย ผมไปสืบค้นดูครับ ผมจะไม่เอ่ยชื่อประเทศเยอรมนี ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรีย ประเทศญี่ปุ่น หรือแม้แต่ ประเทศกัมพูชา ผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ เขาบอกอย่างไรครับ เมื่อสมาชิกเลือกตั้งเสร็จแล้ว ฟอร์ม (Form) รัฐบาลเสร็จแล้วก็มาแถลงนโยบาย แถลงเสร็จปิดประชุมครับ หลังจากปิด ประชุมแล้วเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีจะต้องไปบริหารราชการแผ่นดินให้ตรงตามนโยบาย ที่แถลงต่อสภา ถ้าหากรัฐมนตรีไม่ทำตามนั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๑ เปิดอภิปรายทั่วไป ไม่ไว้วางใจ อันนี้เป็นเรื่องของ ส.ส. มาตรา ๑๕๒ เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติ มาตรา ๑๕๑ ลงมติ มาตรา ๑๕๓ เป็นเรื่องของ ส.ว. มาตรา ๑๕๕ เป็นเรื่องของอะไรครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านจะใช้สิทธินี้อภิปรายอะไรก็ได้ ก็น่าจะเป็นตรงนั้นหรือไม่ สิ่งสำคัญที่ผมเห็น