อุตตม ชี้พิธีสารการเงินอาเซียน หนุนไทยศูนย์กลางเศรษฐกิจ региона

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

อุตตม สาวนายน ชี้แจงความสำคัญของพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินฉบับที่ 8 ภายใต้กรอบอาเซียน ที่ไทยร่วมลงนาม โดยอธิบายถึงกระบวนการเจรจายาวนานตั้งแต่ปี 2539 จนถึงข้อตกลงในปี 2561 และเน้นย้ำถึงประโยชน์จากการผ่อนคลายข้อจำกัดการถือหุ้นต่างชาติและการเปิดตลาดการเงินกับมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุนไทย ส่งเสริมนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้รัฐสภารับรองเพื่อสนับสนุนบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาคและการเชื่อมโยงการค้าการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอพิธีสารอนุวัติ ข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย การค้าบริการของอาเซียนต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗๘ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กระผมขอเรียนว่าการเปิดเสรีการค้า บริการด้านการเงินภายใต้กรอบอาเซียน (ASEAN) นั้นเป็นไปตามกรอบความตกลงว่าด้วย การค้าบริการของอาเซียน (ASEAN) หรืออาเซียน เฟรมเวิร์ก อะกรีเมนต์ ออน เซอร์วิสเซส (ASEAN Framework Agreement on Services) ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๓๘ เพื่อกำหนดกฎกติกาการประกอบธุรกิจบริการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าบริการโดยใช้หลักการเปิดเสรีอย่างค่อยเป็นค่อยไป แบบก้าวหน้าเป็นลำดับ การเจรจาเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินของอาเซียน (ASEAN) ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ โดยมีการเจรจาเป็นรอบ รอบละ ๒-๓ ปี และดำเนินการเจรจา อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาอาเซียน (ASEAN) ได้บรรลุข้อผูกพันเปิดเสรีการค้า บริการด้านการเงินมาแล้ว ๗ รอบ สำหรับการเจรจาในรอบที่ ๘ นี้อาเซียน (ASEAN) ได้เริ่ม กระบวนการเจรจามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ จนได้ข้อยุติในปี ๒๕๖๑ เมื่อเสร็จสิ้นการเจรจาเปิดเสรี ในแต่ละรอบ สมาชิกอาเซียน (ASEAN) จะร่วมกันจัดทำพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรี การค้าบริการด้านการเงิน เพื่อให้แต่ละประเทศสมาชิกได้ลงนามและให้สัตยาบัน เพื่อให้ ข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินมีผลใช้บังคับกับทุกประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ต่อไป

ประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ทั้ง ๑๐ ประเทศ ได้ลงนามในพิธีสารอนุวัติ ข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ ๘ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย การค้าบริการของอาเซียน พร้อมกับข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินครับ เป็นภาคผนวกแนบท้ายนะครับ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า พิธีสารฉบับที่ ๘ ในระหว่างการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (ASEAN) ครั้งที่ ๒๓ เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๒ ณ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ พิธีสารฉบับที่ ๘ นี้มีสาระสำคัญเช่นเดียวกับพิธีสารฉบับก่อนหน้าที่ได้เคยมีการลงนามและ ให้สัตยาบันไปแล้ว กล่าวคือ เพื่อมุ่งขยายความร่วมมือด้านการค้าบริการด้านการเงินระหว่าง ประเทศ สมาชิกอาเซียน (ASEAN) โดยลดหรือยกเลิกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า บริการด้านการเงินภายใต้กรอบอาเซียน (ASEAN) ให้มากกว่าภายใต้กรอบขององค์การ การค้าโลก สำหรับข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินของประเทศไทยที่เพิ่มเติม ในการเจรจารอบที่ ๘ นี้ ได้แก่

ข้อ ๑ การปรับปรุงข้อผูกพันในสาขาหลักทรัพย์ สาขาย่อยบริการจัดการลงทุน หรือแอสเซต แมนเนจเมนต์ (Asset management) โดยยกเลิกเงื่อนไขที่กำหนดให้ต้องมี สถาบันการเงินที่จัดตั้งภายใต้กฎหมายไทย ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนที่ชำระแล้ว ในระยะ ๕ ปีแรกหลังจากที่ได้รับใบอนุญาต และอนุญาตให้มีสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ ในบริษัทจัดการการลงทุนได้ถึงร้อยละ ๑๐๐ ของทุนที่ชำระแล้ว เพื่อเป็นการยกระดับข้อผูกพัน ให้เทียบเท่ากับกฎหมายของไทยที่ใช้บังคับอยู่แล้วในปัจจุบันตั้งแต่ปี ๒๕๕๕

ข้อ ๒ การเจรจาทวิภาคี เพื่อจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ระหว่างกันของสมาชิก อาเซียน (ASEAN) โดยในพิธีสารฉบับที่ ๘ นี้เป็นการเจรจาระหว่างประเทศไทยกับประเทศ มาเลเซีย ซึ่งข้อผูกพันดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์ของทั้ง ๒ ประเทศเข้าสู่ตลาด ระหว่างกันได้บนหลักการต่างตอบแทน และให้มีความยืดหยุ่นในการประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การดำเนินการและการปฏิบัติต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตและการกำกับ ของหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของทั้ง ๒ ประเทศ

กล่าวโดยสรุปครับ ข้อผูกพันของไทยที่แนบท้ายพิธีสารฉบับที่ ๘ นี้อยู่ภายใต้ กรอบกฎหมายของประเทศไทยที่บังคับใช้ในปัจจุบันอยู่แล้ว จึงไม่มีผลต้องให้แก้ไขกฎหมาย แต่อย่างใด ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ พิธีสารฉบับที่ ๘ นี้เป็น การดำเนินการตามแผนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) โดยจะเป็นส่วนสำคัญ ของการส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้างให้มากขึ้นของประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) ทั้งนี้ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากพิธีสารฉบับที่ ๘ นี้ ได้แก่

ข้อ ๑ ในสาขาหลักทรัพย์ สาขาย่อยบริการจัดการลงทุน จะเป็นการเพิ่มทางเลือก ให้แก่นักลงทุนของไทยให้หลากหลายมากขึ้น ทั้งที่เป็นนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจจัดการลงทุนของไทยสามารถเรียนรู้ จากความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ ของผู้ประกอบการต่างชาติ ในขณะเดียวกันจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมในการแข่งขัน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจ จัดการลงทุนรายเดิมของไทยที่อาจจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสิทธิภาพ ทางธุรกิจได้เร่งปรับตัว เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการให้สามารถแข่งขันได้ เป็นประโยชน์กับประชาชน นักลงทุน

ข้อ ๒ การเจรจาทวิภาคีเพื่อจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ระหว่างกันครับ ระหว่าง ประเทศไทยและประเทศมาเลเซียนั้น เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับธนาคารพาณิชย์จากทั้ง ๒ ประเทศได้ขยายธุรกิจระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนการค้าและการลงทุน ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ให้เติบโตมากขึ้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสและความยืดหยุ่น ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบธุรกิจในประเทศมาเลเซียครับ หรือสนใจที่จะเข้าไป ในประเทศมาเลเซียในอนาคตได้ด้วยทุนจดทะเบียนที่ไม่สูง และได้รับสิทธิประโยชน์ในการ ประกอบธุรกิจจากความตกลงนี้

ข้อ ๓ การอนุญาตให้สถาบันการเงินทั้งบริษัทจัดการลงทุน และธนาคารพาณิชย์ เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยตามข้อผูกพันทั้ง ๒ สาขาข้างต้นนั้น กราบเรียนว่าไม่ได้ เป็นการเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่จากต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้ โดยอัตโนมัติ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และการพิจารณาตามขั้นตอน ของหน่วยงานกำกับ ดูแลที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง เป็นต้น

ข้อ ๔ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากพิธีสารฉบับนี้จากประเทศสมาชิก อาเซียน (ASEAN) อื่น ๆ โดยผู้ประกอบการของประเทศไทยจะมีข้อจำกัดในการประกอบ ธุรกิจบริการทางการเงินที่ลดลงในสาขาบริการด้านการเงิน อาทิ ประเทศกัมพูชาเปิดให้ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนและการให้บริการจัดการกองทุนสามารถให้บริการข้ามพรมแดน หรือจัดตั้งธุรกิจในการให้บริการในเขตแดนกัมพูชาได้ ซึ่งนับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ ของประเทศไทย หรือการที่ประเทศเมียนมาร์เปิดให้ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติเปิดสาขา ในประเทศเมียนมาร์ได้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศ เมียนมาร์สามารถดำเนินการกิจการในรูปแบบสาขาได้

ท่านประธานรัฐสภา และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ด้วยเหตุผลข้างต้น พิธีสารฉบับนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ การส่งเสริมการที่ประเทศไทยจะมีบทบาทนำในเศรษฐกิจของอาเซียน (ASEAN) โดยเป็นจุด เชื่อมต่อที่สำคัญของภูมิภาค สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ และขยาย โอกาสทางการค้า การลงทุนในเวทีภูมิภาค โดยสาขาบริการด้านการเงินถือเป็นส่วนสำคัญ ของการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ให้สามารถเจริญเติบโต และขยายกิจการเข้าสู่อาเซียน (ASEAN) รวมถึงเชื่อมโยงต่อไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป กระผมจึงหวังว่า รัฐสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ ๘ นี้ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน พร้อมด้วยตารางข้อผูกพัน การเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินของไทย ซึ่งเป็นภาคผนวกแนบท้าย ขอบพระคุณครับ