สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ย้ำความสำคัญของนโยบายประกันรายได้เกษตรกรในการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างชัดเจนและเร่งด่วน รวมถึงขยายผลไปถึงเกษตรกรไร้เอกสารสิทธิ พร้อมสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินผ่านกฎหมายและกลไกของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ๘ นาทีจากนี้ไปผมขอทำหน้าที่แทนเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. อยู่ในขณะนี้หรือไม่ได้เข้ามาสู่สภานี้ก็ตาม ในการที่จะยืนยันกับ ท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าร่วมรัฐบาลตามความคาดหวังของพี่น้องประชาชน ที่อยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาของประเทศนี้สามารถที่จะเดินต่อไปได้ ท่านประธานคงทราบ ครับว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้นใช้เวลาพอสมควรในการที่ถกเถียงกันว่าเราควรจะร่วมรัฐบาล หรือไม่ ในท่ามกลางสภาวการณ์ที่เสียงทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นปริ่มน้ำ ในที่สุดเราก็ตัดสินใจว่า เราเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อที่จะทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอีก ๑๘ พรรคที่เหลือรวมถึง ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่โจทย์สำคัญที่สุดที่เป็นเหตุผลสำคัญ ที่เราตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้และสนับสนุนนโยบายนี้ ก็คือปัญหาปากท้องของ พี่น้องประชาชน ทั้งเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย คนยากคนจน คนหาเช้ากินค่ำ คนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นรายย่อยอยู่ในตลาด เพื่อนสมาชิกของเราได้เห็นสิ่งเหล่านี้ ความคาดหวังของคนเหล่านี้ และเขาฝากความหวังนี้ไว้กับพวกเราในพรรคประชาธิปัตย์ เราตัดสินใจเข้าร่วมเพื่ออยากที่จะเห็นสิ่งเหล่านี้ได้รับการแก้ไขปัญหา ได้รับการวางนโยบาย ที่ถูกต้องและทำให้คุณภาพชีวิตของคนเหล่านี้ดีขึ้น ผมเรียนท่านประธานครับว่า ณ วันนี้ที่มี นโยบายแถลงต่อสภานี้ นโยบายที่พวกเราในพรรคประชาธิปัตย์คาดหวังที่จะเห็นทันที ที่รัฐบาลนี้ผ่านการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไป นั่นคือนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ทำไมจึงพูดว่านโยบายประกันรายได้เกษตรกร เป็นเรื่องสำคัญที่สุด นโยบายประกันรายได้เกษตรกรนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแต่เรื่องของการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เป็นเจ้าของผลผลิตทั้งหลายเท่านั้น แต่นโยบายนี้เป็นเสมือนกับ สวัสดิการที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกรให้เขาสามารถที่จะมีคุณภาพชีวิต มีรายได้ที่เพียงพอ เพราะไม่ว่าจะดูรายงานงานวิจัยอย่างไร ในเรื่องของเกษตรกรรายย่อยนั้นกว่าร้อยละ ๔๐ ของประเทศเป็นเกษตรกรรายย่อยทั้งนั้นนะครับ และคนเหล่านี้มีรายได้น้อยกว่าแรงงาน นอกภาคเกษตรเกือบ ๑ เท่า นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น ดังนั้นทันทีที่ร่วมรัฐบาลปัญหาของ พี่น้องเกษตรกรที่หลั่งไหลมาสู่พวกเรา เราจึงพยายามกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของรัฐบาล จะต้องเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปด้วยทันที ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คือ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้พูดถึงเรื่องประกันรายได้เกษตรกรเป็น ความชื่นใจของหลายคน แต่สิ่งที่เขาอยากเห็นคือระยะเวลาที่ชัดเจนในการเดินหน้านโยบายนี้ทันทีและกำหนด เป้าหมายของนโยบายนี้จะไปถึงเรื่องยางพาราอย่างไร เท่าไร ปาล์มเท่าไร เรื่องข้าวเท่าไร และเรื่องพืชอื่น ๆ อีกเท่าไรเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่การเป็นนโยบายประกันรายได้ที่คิด ในเชิงของสวัสดิการนั้นมันจะไปแก้ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า ต้องยอมรับว่าเกษตรกร ในประเทศไทยนั้นจำนวนมากมีที่ดินน้อย และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีแม้แต่ที่ดินทำกิน นโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรที่ผ่านมาจะละเลยคนที่ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน บางที คนเหล่านี้ไปอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นป่าไปทับเขาก็ดี อุทยานไปทับเขาก็ดี หรือต้อง ยอมรับว่าบุกรุกไปอยู่ในที่ของรัฐมาเป็นระยะเวลาที่นานแล้ว แต่คนเหล่านี้เมื่อขายสินค้า เกษตรตัวเองออกไป เช่น ยางพาราเขาจะถูกหักเงินเซส (CESS) เช่นเดียวกับคนที่เป็น เจ้าของสวนยางพาราที่มาจากสวนที่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน คนเหล่านี้ก็มีลูกเมีย มีปากท้องที่รอที่บ้าน ที่ราคาผลผลิตของเขาจะเป็นตัวจุนเจือครอบครัวของเขา นโยบาย ประกันรายได้ควรจะเดินไปสู่สิ่งเหล่านี้ให้เกิดความชัดเจนด้วย เพราะถ้าราคาผลผลิต การเกษตรของพี่น้องประชาชน จะยาง จะปาล์ม จะข้าว ทุกอย่างดีขึ้นเงินนั้นจะไปสู่พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย ไปสู่เศรษฐกิจชุมชนฐานรากในหมู่บ้าน และสามารถทำให้เขาสามารถที่จะมี รายได้ที่เพียงพอต่อการจุนเจือดำรงชีพในครอบครัวได้ นี่ผมอยากให้รัฐบาลชุดนี้ทำความหวังนี้ ของประชาชนให้เป็นจริงและทำทันทีจะเป็นความชื่นใจของคนโดยรวม เราไม่อยากเห็น ความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น เพราะเรื่องปากท้องของประชาชนควรที่จะมาก่อน ความเห็นที่ไม่ตรงกันในทางการเมืองครับ ในเวลาเดียวกันกับที่ทำเรื่องประกันรายได้ เรื่องสำคัญคือเรื่องปัจจัยการผลิต คือเรื่องที่ดินครับ เรื่องนี้เพื่อนสมาชิกในสภาหลายท่าน ได้อภิปรายมาแล้ว นโยบายรัฐบาลชุดนี้เดินหน้าไปสู่เรื่องของคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ มีการทำกฎหมายออกมารองรับ และผมไปดูในกฎหมาย กทช. นั้น ได้พูดถึง กรรมสิทธิ์ร่วม ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับเรื่องโฉนดชุมชนและการสนับสนุนโดยเรื่องธนาคาร ที่ดิน ซึ่งขณะนี้ทั้งสำนักงานโฉนดชุมชนและองค์การมหาชนธนาคารที่ดินนั้น มีการจัดตั้งขึ้น เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการเดินหน้าไปสู่เรื่องปัจจัยการผลิต การกระจายที่ดินให้กับคนซึ่งบุกรุก ไปอยู่ในที่ของป่ามาเป็นเวลานานแล้ว หรือที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ นั้น น่าที่จะให้กรรมสิทธิ์ ร่วมเช่นนี้ให้เขาสามารถที่จะทำมาหากินได้ ในขณะที่ที่ดินนั้นยังเป็นของรัฐอยู่ โฉนดชุมชน ใบแรกในประเทศไทยซึ่งดำเนินการโดยพรรคประชาธิปัตย์เมื่อ ๙ ปีที่แล้ว จะครบ ๙ ปี ในวันที่ ๑ กันยายนที่จะถึงนี้ นั่นคือที่ชุมชนคลองโยง จังหวัดนครปฐม วันก่อนพี่น้อง จากชุมชนคลองโยงพูดชัดว่า ๙ ปีที่ผ่านมานี้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น และการดูแล โดยชุมชนโดยส่วนรวมนั้นจะสามารถทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจได้ การเดินหน้า เรื่องกระจายสิทธิการถือครองที่ดิน จะเป็นการทำให้พี่น้องเกษตรกรนั้นสามารถจะมีปัจจัย การผลิตที่จะเดินหน้าและเป็นการปรับโครงสร้างเรื่องของภาคเกษตรได้ แล้วมันจะตามมา ซึ่งการแก้ปัญหาหนี้สินและเรื่องอื่น ๆ ของภาคเกษตรในครัวเรือนทั้งหลาย ในเวลาเดียวกัน ท่านประธานครับ ถ้าทั้งสองเรื่องนี้สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจ ฐานรากที่เติบโตที่แข็งแกร่งขึ้น นั่นจะเป็นคำตอบว่าเรารัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อย่างประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่น ๆ จะได้ทำงานร่วมกับท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการที่จะทำความหวังของประชาชนให้เป็นความจริงได้ ผมเรียนท่านประธานในตอน สุดท้ายว่า ช่วยกันครับ เราทุกคนต้องช่วยกัน พวกเราในสภานี้ก็เขาต้องช่วยกันครับ เพราะชีวิตปากท้องของพี่น้องประชาชนคนไทยนั้นไม่ว่าจะเลือกรัฐบาลนี้มาหรือไม่ แต่นโยบาย ของรัฐบาลนี้จะต้องดูแลคนไทยทุกคน อย่าทำให้เขาต้องผิดหวังครับ ท่านนายกครับ ขอบพระคุณครับ