ชัชวาลย์ อภิปรายนโยบายหลักที่ ๑๒ เน้นป้องกันอาชญากรรม ให้ทุกกระทรวงร่วมปฏิบัติ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อภิปรายนโยบายหลักที่ ๑๒ เรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำว่าประเด็นสำคัญคืองานด้านการป้องกันมากกว่าการปราบปรามหรือดำเนินคดี ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมากกว่าตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ โดยชี้ว่าทุกกระทรวงมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและเรียกร้องให้ตระหนักถึงบทบาทของหน่วยงานเหล่านี้ พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบายรัฐบาลโดยเน้นย้ำว่าหน่วยงานในกระทรวงต่างๆ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมตั้งแต่การให้ความรู้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถล่วงรู้และปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง และเรียกร้องให้ท่านประธานนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง ๒๐ กระทรวงเร่งดำเนินการนำมาตรการเชิงป้องกันมาสู่การปฏิบัติจริง

พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม พลตำรวจเอก ชัชวาล สุขสมจิตร์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีจากท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ก็มีนโยบายหลัก ๆ อยู่ ๑๒ ด้านด้วยกัน แล้วก็มีเรื่องเร่งด่วนอยู่ ๑๒ เรื่อง ได้ฟัง ทั้งหมดแล้วก็เป็นนโยบายที่ดี แล้วก็คิดว่ามีความเหมาะสมในการที่จะใช้ในการที่จะบริหาร ราชการแผ่นดินต่อไป ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายในนโยบายหลักที่ ๑๒ แล้วก็ในประเด็นที่ ๑๒.๒ ก็คือเรื่อง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ประเด็นของผมไม่ซ้ำซ้อนกับของท่านคำนูณได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี้ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ประเด็นของผมก็คือว่าเวลาเราพูดถึงกระบวนการ ยุติธรรม เรามักจะมองถึงเรื่องการดำเนินคดี เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม จะเห็นภาพของการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องการดำเนินคดีทั้งหมด แต่ความจริงแล้วในกระบวนการ ยุติธรรมนอกเหนือจากการดำเนินคดีที่สำคัญเลยนะครับ และผมเชื่อว่าหลายท่าน ก็มีความคิดความเห็นตรงกันว่าในกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ใช่มีเรื่องของการดำเนินคดี ก็คือเรื่องที่ต้องดำเนินการหลังจากที่มีการกระทำ อาจจะเป็นเรื่องของความผิดหรือมี การกระทำในสิ่งที่เป็นเรื่องละเมิดในทางแพ่ง หรือเรื่องทางปกครองก็แล้วแต่ สิ่งที่สำคัญที่สุด ในกระบวนการยุติธรรมนั้นคือเรื่องการป้องกัน เพราะฉะนั้นงานในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่งานด้านการปราบปรามหรือการดำเนินคดีเท่านั้น แต่งานสำคัญก็คืองานด้าน การป้องกัน แต่ว่างานด้านการป้องกันถ้าดูในนโยบายในด้านที่ ๑๒.๒ ในการปฏิรูปของ กระบวนการยุติธรรมจะไม่มีเรื่องของการป้องกันอยู่ในนั้นเลย ไม่มีอยู่เลย ก็อยากจะเรียนว่า เรื่องการป้องกันที่เราพูดกันบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เป็นเรื่องที่ควรที่จะนำมาสู่การกำหนด เป็นนโยบาย หรือว่าให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกส่วนได้มีส่วนเข้าไปทำในเรื่องนี้ ก็เนื่องจากว่าเราเคยพูดกันว่าป้องกันดีกว่าการปราบปราม เพราะว่าป้องกันไม่เกิดเหตุ และไม่เกิดความเสียหาย ดีกว่าที่จะไปสู่การเกิดเหตุแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่เรายอมรับกัน ผมเชื่อว่าทุกท่านก็ยอมรับว่าการป้องกันเป็นสิ่งที่ดี เหมือนกับกรณีที่เจ็บป่วยเราป้องกันไม่ให้ เป็นโรค หรือว่าเจ็บป่วยดีกว่าการที่เจ็บป่วยแล้วไปหาแพทย์หรือไปรักษา

ทีนี้ในเรื่องของการป้องกันผมเรียนนิดหนึ่งกับท่านประธานไปสู่ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีทุกกระทรวง เวลาเราพูดถึงงานในกระบวนการ ยุติธรรม นอกเหนือจากเรื่องงานก็คือการป้องกันปราบปรามแล้ว หรือการดำเนินคดีแล้ว พูดถึงหน่วยงานเมื่อไรปุ๊บเราก็จะพูดถึงคำว่า ตำรวจ อัยการ ศาล ราชทัณฑ์ แล้วพูดคำนี้กัน โดยตลอด แล้วก็บอกตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าหน่วยงานที่มาเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมที่ทำงาน แบบคล้าย ๆ กับตำรวจ หรือว่าเหมือนที่ตำรวจทำยังมีอีกมากมายหลายหน่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่อยู่ในกระทรวงต่าง ๆ ทั้ง ๒๐ กระทรวงผมกล้าพูดได้เลยว่า ใน ๒๐ กระทรวงนั้นมีกรมหรือว่าหน่วยงาน หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการบังคับใช้ กฎหมายอยู่ในทุกกระทรวง ถ้าเอ่ยยกเป็นตัวอย่างก็มีได้ แต่ว่าเนื่องจากเวลามีจำกัด เพราะฉะนั้นในหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ก็คือเรื่องของ การรับแจ้งเหตุก็ดี หรือว่ารับแจ้ง หรือว่าการสืบสวน การจับกุม การตรวจค้นมาถึงเรื่อง การสืบสวนสอบสวน จะเห็นว่าในกระบวนการทั้งหมดในช่วงแรกนี้ไม่ใช่มีเฉพาะตำรวจ หน่วยเดียว ส่วนเรื่องของการฟ้องการพิจารณา อันนี้ โอเค (OK) ก็ชัดในส่วนของสำนักงาน อัยการสูงสุด แล้วก็ของศาล ส่วนหน่วยงานสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการบังคับตาม คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลก็จะเห็นว่าเราพูดแต่คำว่า ราชทัณฑ์ แต่ความจริงแล้วเป็น เรื่องงานที่อยู่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน

ผมย้อนกลับมาตรงเรื่องการป้องกันเมื่อสักครู่นี้ว่าหน่วยงานที่เข้ามาช่วยกัน ในเรื่องของการป้องกันนั้นคงไม่ใช่พูดถึงเฉพาะตำรวจอย่างเดียว แต่หน่วยงานในกระทรวง ต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดจะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง ป้องกันด้วย เรื่องการป้องกันนั้นเราเริ่มตั้งแต่การให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชน การให้พฤติกรรมที่เป็นการกระทำที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย เพื่อเขาจะได้ล่วงรู้ แล้วเขา จะได้รู้เท่าทัน แล้วนำไปสู่การกระทำที่เป็นความผิด อันนี้คือสิ่งที่เราพูดถึงเรื่องการป้องกัน การประชาสัมพันธ์ การดำเนินการอีกหลายเรื่องด้วยกัน ในส่วนของนโยบายที่ทางรัฐบาล ได้แถลงไว้อาจจะมีได้เห็นอยู่นิดหนึ่ง ก็คือในข้อที่ ๒ หรือว่า ๒.๔ จะเห็นได้ว่าพยายามจะให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะป้องกันหรือให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อะไรก็แล้วแต่ อันนั้นคือในงานส่วนหนึ่ง แต่ความจริงแล้วในงานที่เกี่ยวข้องป้องกันนั้น ยังมีมากกว่านี้ ก็อยากเรียนท่านประธาน แล้วก็ไปสู่ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ในทุกกระทรวงทั้ง ๒๐ กระทรวง คงจะต้องเข้าไปดูแลและไปให้หน่วยราชการที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในกระทรวงช่วยดูว่าเรามี หน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายในเรื่องใดบ้าง ควรจะต้องนำในสิ่งเหล่านั้นมาสู่ในมาตรการ ในเชิงป้องกันไม่ให้มันเกิดเหตุหรือเกิดเรื่องราวขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า อันนี้คือสิ่งที่ ผมขออนุญาตอภิปรายนะครับ สนับสนุนนะครับว่านโยบายเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เป็นที่ควร นำไปสู่การปฏิบัติ ก็ขอเสริมไว้นิดเดียวครับ ในเรื่องของเชิงป้องกันครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ