ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืนโดยยึดมั่นหลักเศรษฐกิจพอเพียงและระบอบประชาธิปไตยภายใต้สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อนำประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่การเป็นชาติพัฒนาแล้วในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นนโยบายหลัก 12 ด้านที่มุ่งสร้างความมั่นคง ความเข้มแข็งของชาติ และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมส่งเสริมคุณธรรม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และค่านิยมร่วมเพื่อความสามัคคีและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาประเทศของเราให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง มีการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง แก้ไขปัญหาปากท้องและสร้างรายได้ให้ประชาชน ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำ คนไทยทุกช่วงวัยจะต้องมีความพร้อม ทั้งในด้านหลักคิด คุณธรรม และจริยธรรม และมีศักยภาพที่จะดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ เราจะต้องร่วมกันสร้าง “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ไม่ใช่ “การเติบโตเชิงปริมาณ” ทั้งนี้ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนี้ จะมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ให้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลง เสริมสร้างความเข้มแข็งและแก้ไขปัญหาที่ยังดำรงอยู่ของภาคส่วนต่าง ๆ ภายในประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยนั้นมีภูมิคุ้มกัน มีความแข็งแกร่งที่เพียงพอที่จะเผชิญกับ สถานการณ์ความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจะก้าวไป ข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีความเข้มแข็งในระยะยาว จะส่งเสริมให้ประเทศไทยมีบทบาท มากขึ้นในประชาคมโลก มีบทบาทนำในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในประชาคมโลก ผ่านการพัฒนาบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง เพื่อให้บรรลุตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ โดยการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง ๔ ปีของรัฐบาลจะยึดหลักการสำคัญ ๔ ประการ ได้แก่
ประการที่ ๑ น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว เป็นหลักในการบริหารประเทศ
ประการที่ ๒ ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประการที่ ๓ พัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ประการที่ ๔ ทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ในลักษณะประชารัฐเพื่อจะพัฒนาประเทศให้มี ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนคนไทยมีความมั่นคง อยู่ดีมีสุข
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผ่านวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนการพัฒนาของผู้นำประเทศในอดีต และในวันนี้วิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาลชุดนี้ก็คือ “มุ่งมั่นให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ในศตวรรษที่ ๒๑” โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือนโยบายหลัก ๑๒ ด้าน ที่ครอบคลุมการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ดังนี้
๑. การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์
ถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญในการที่เราต้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมาอย่างยาวนาน ปกป้อง รักษาพระบรมเดชานุภาพด้วยความจงรักภักดี และสืบสานรักษาต่อยอดศาสตร์พระราชา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หน่วยงานพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา พระราชทาน ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการอุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์ และประยุกต์ใช้ ในการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน พัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์ในวงกว้าง รวมทั้งการสร้าง ความตระหนักรู้ เผยแพร่ ปลูกฝัง ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจริง เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจน พระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์
๒. การสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุข ของประชาชน
โดยการรักษาและป้องกันอธิปไตย และความมั่นคงภายในประเทศ ป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ การปลูกจิตสำนึก เกียรติภูมิ ศักดิ์ศรี ความเป็นชาติไทย การมีจิตสาธารณะ ความสามัคคี ปรองดอง และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ระหว่างกันของประชาชน การปลูกฝังวินัยของคนในชาติ การมีหลักคิดที่ถูกต้อง การสร้าง ค่านิยมประเทศไทยสำคัญที่สุด เพื่อให้เกิดความรักชาติและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคมเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดจนการพัฒนาและเสริมสร้าง การเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้นักการเมืองที่เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความรู้ ความสามารถ เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าส่วนตน ตลอดจนสนับสนุน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ลดปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนและหมู่บ้าน รวมทั้ง การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
๓. การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
โดยการส่งเสริมให้สถาบันทางสังคมร่วมกันปลูกฝังค่านิยมในการเป็น พลเมืองที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีส่วนร่วมการทำประโยชน์ให้กับประเทศ ส่งเสริมให้สถาบัน ศาสนาทุกศาสนามีบทบาทในการเผยแพร่หลักคำสอนที่ดีงามและให้ประชาชนเข้าถึงแก่นแท้ คำสอนของศาสนา เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพ คุณธรรม อยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนในการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ภาษาไทย ภาษาถิ่นที่มีอัตลักษณ์ และนำมาพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม เพื่อกระตุ้นกระแสนิยมวัฒนธรรมไทยและความภาคภูมิใจ ในเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจ และการยอมรับในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลายในลักษณะ พหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน