เขมทัต ชูวิทย์-นวัตกรรม ผลักดันไทยแลนด์ 4.0 ผ่านสื่อและเรียนรู้เชิงกายภาพ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๒๙ · ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐

เขมทัต สุคนธสิงห์ หารือถึงความสำคัญของฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 เน้นย้ำการส่งเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านสื่อสารคดีและสื่อการเรียนรู้เชิงกายภาพเพื่อปลุกแรงบันดาลใจและสร้างความเข้าใจที่แท้จริงในเยาวชน พร้อมเสนอการปฏิรูปการเรียนการสอนและงานวิจัยด้านฟิสิกส์เพื่อรองรับนวัตกรรมและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผม เขมทัต สุคนธสิงห์ ครับ ขอไปเร็วๆ นะครับ ท่านศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ได้ชี้ให้เห็นภาพอนาคตว่าสุดท้ายประเทศไทยจะพัฒนาไปเป็น ๔.๐ เป็น ๕.๐ ได้ในเรื่องพลังงานเป็นเรื่องสําคัญ ในขณะที่ประเทศไทยถ้าพูดถึงพลังงาน จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกคนก็ปฏิเสธหมด เพราะฉะนั้นทางเลือกอีกทางหนึ่งซึ่งมีความ ปลอดภัยแล้วก็สะอาดเหมือนกับนิวเคลียร์ แต่ว่าปลอดภัยมากกว่านิวเคลียร์ก็คือฟิวชัน (Fusion) ที่ท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์ได้เล่าให้ฟัง ทีนี้เราอยากจะเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) เราพูดเรื่องนวัตกรรมในข้อเสนอการขับเคลื่อน ขออนุญาตขึ้นสไลด์เลย ได้ไหมครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

จริง ๆ อยากจะ ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีโอกาสทําความเข้าใจกับประชาชนในประเทศนี้ นะครับว่าวิวัฒนาการของความรู้ทางด้านกายภาพที่มันอยู่ใกล้ตัวเรามันมีวิวัฒนาการ มาอย่างไร ถ้าเราจําได้ตอนที่น้ําท่วม ปี ๒๕๕๔ ตอนนั้นก็จะมีเรื่ององค์ความรู้เกี่ยวกับการที่ จะป้องกันน้ํา ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นฟิสิกส์กายภาพ ถ้าเรากําลังจะนําเอาองค์ความรู้ซึ่งผมนํา ตัวอย่างมาให้ดูในสไลด์ (Slide) ๕ – ๖ รูปครับ บนจอคงไม่เห็น แต่ว่าท่านคงจะดูในเอกสาร ที่แจก ก็คือจะเห็นว่านวัตกรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นนวัตกรรมที่เกิดจาก องค์ความรู้ทางด้านกายภาพหรือฟิสิกส์ทั้งนั้น แล้วในระยะ ๕๐ ปีที่ผ่านมาตอนหลังที่โลก พัฒนาได้เร็วใช้ความรู้ทางฟิสิกส์ทั้งหมดเลย ลําดับที่ ๒๕ – ๕๐ ของวัตกรรมที่ถือว่าเป็น นวัตกรรมที่มีผลกระทบแล้วก็ได้รับการยกย่องก็มาจากนวัตกรรมฟิสิกส์ การที่จะทําให้โลก สะอาดได้ก็คือการลดใช้สารเคมีก็ต้องเอาฟิสิกส์เข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นที่ผมนําตัวอย่าง มาให้ดู ถ้าเผื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปทําสารคดีเรื่องเกี่ยวกับพวกนี้ แล้วกระตุ้นให้คนไทยมีความรู้สึกว่าอยากจะเข้าใจนวัตกรรมหรืออยากจะทํานวัตกรรม ไม่ใช่พูดกันแต่ว่านวัตกรรม แล้วก็ไม่ทราบจะไปในทิศทางไหน

ขอไปสไลด์ (Slide) ถัดไปเร็ว ๆ เลยนะครับ จะเห็นว่าความรู้ที่เกิดขึ้นเป็นความรู้ เรื่องอนุภาคซึ่งกําลังจะเปลี่ยนแปลงโลก อันนี้ท่านลองดูนะครับจะเห็นว่าทางกายภาพนั้น ถ้าเผื่อเราดูขนาด มันมีขนาดตั้งแต่พูดกันเป็น ๑๐๐ ปีแสง ซึ่งไกลมาก เราก็บอกว่าไกลตัวเราก็จะ เห็นแต่เฉพาะส่วนที่ใกล้ตัวเราก็คือส่วนที่เป็นฮิวแมนสเกล (Human Scale) แค่ฮิวแมนสเกล (Human Scale) เราก็ยังรู้จักน้อย แต่ว่าจากนี้ไปนวัตกรรมมันไปทั้งในเรื่องของแอสโทรโนมี (Astronomy) แล้วก็มาทางด้านอะตอมมิค (Atom-mic) แล้วก็เซลลูลาร์สเกล (Cellular Scale) เพราะฉะนั้นสิ่งที่ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ได้นําเรียนไปมันเป็นความรู้ของอนุภาคระดับเฟมโต (Femto) เฟมโต (Femto) นี้ก็จะเล็กมาก ในขณะที่วันนี้ถ้าท่านดูดี ๆ ตรงระดับนาโนมิเตอร์ (Nanometer) ซึ่งวันนี้พอพูดเรื่องนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) ทุกคนก็เริ่มจะ ไม่แปลกใจแล้ว เพราะฉะนั้นจากสเกล (Scale) ตรงนี้ถ้าเผื่อเราทําให้คนไทยสนใจมากขึ้น แล้วก็พยายามคิดนวัตกรรมเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวก็จะเกิดประโยชน์ อีกตัวหนึ่งซึ่งมีประโยชน์ มาก ๆ ก็คือเรื่องของอิเล็กโตรแมกเนติกสเปกตรัม (Electromagnetic Spectrum) ตัวอย่าง ที่มาให้ดูก็จะเห็นว่าวิทยาการใหม่ ๆ ที่เกิดมาก็คือการนําความรู้ทางด้านกายภาพในช่วงต่าง ๆ มาใช้ทั้งสิ้น อีกอันหนึ่งที่เด็ก ๆ เราก็เรียนกันว่าสถานะสสารมีแต่ของแข็ง ของเหลว แก๊ส ประเทศไทยไม่เคยไปสอนให้เด็กเข้าใจว่าจริง ๆ แล้ว จากแก๊สเราสามารถจะไปถึงขั้นที่มัน เป็นไอออไนเซชัน (Ionization) ที่เราเรียกว่าเป็นพลาสมา วันนี้ประเทศไทยใช้ความรู้จาก พลาสมาเยอะมาก แต่ไม่ได้รับการเผยแพร่ อันนี้เป็นจุดที่เราจะต้องมาปรับปรุงและต้อง ขับเคลื่อนตรงนี้ให้เกิดขึ้น ในวาระก่อนหน้านี้ที่จะพูดถึงเรื่องการพัฒนาคน อาจจะสร้างคน ทางด้านวิทยาศาสตร์ให้ได้ ถ้าเด็กระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาปฏิเสธวิทยาศาสตร์ เสียก่อนแล้วก็หมดหนทางที่จะสร้าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเรียนนําเสนอว่าควรจะขับเคลื่อน นําเสนอทางทีวี ทุกวัน ๕ นาที ๑๐ นาทีก็ได้ เพื่อให้คนไทยได้เข้าใจก็อย่างที่ผมเรียน เหมือนตอนน้ําท่วมคนก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น

สไลด์ (Slide) ที่ ๑๓ สไลด์ (Slide) ที่ ๑๔ นั้น ลองดูทั้งหมดนี้เป็นกายภาพ เกือบหมดเลย เป็นนวัตกรรม เพราะฉะนั้นเหมือนกัน ถ้าเอาตรงนี้มาสร้างเป็นองค์ความรู้ กระตุ้นเด็ก เดี๋ยวเด็กก็จะไปเรียนวิทยาศาสตร์เองตามสิ่งที่วาระที่แล้วได้นําเสนอ แต่ถ้าเผื่อ เราไม่กระตุ้นนี้เด็กรู้สึกว่าวิทยาศาสตร์มันยาก มาถึงก็พิสูจน์สูตรอย่างเดียวนี้ก็ไม่มีใคร อยากไปเรียน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเสนอเร็ว ๆ นี้

ขอให้ดูสไลด์ (Slide) ๑๕ เลยเป็นสรุป เราจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศสร้าง นวัตกรรมได้อย่างไร อันแรกก็คือสิ่งที่ผมนําเสนอวางแผนและสร้างยุทธศาสตร์ให้ประชาชน มีความรู้ด้านฟิสิกส์ ก็คือเมื่อสักครู่ที่กราบเรียนไปแล้ว ต้องใส่เข้าไปทุกวันนะครับ ดารา ประกวดร้องเพลงทุกวัน เด็กมันก็จะหันไปแต่ร้องเพลง แต่ถ้าเผื่อใส่ความรู้ ใส่ความฝัน เรื่องพวกนี้เข้าไปให้กับเด็กทุกวัน วันละ ๑๐ นาทีนี้เด็กก็จะสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะฉะนั้นแผนและยุทธศาสตร์นี้เป็นสิ่งที่สําคัญมากนะครับ เขียนไว้เรียบร้อยแล้ว ในรายงานฉบับนี้ ปฏิรูปการเรียนรู้ด้านฟิสิกส์ในทุกระดับ ที่ผ่านมาเราเรียนนี้ ถ้าภาษานั้น ก็คือการพิสูจน์สูตร ไปหาว่าสูตรมันได้มาอย่างไร โดยที่ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของการที่จะ มีความรู้เรื่องสูตร เพราะฉะนั้นเราคงต้องเปลี่ยนวิธีใหม่นะครับ เรียนรู้ ซึ่งในรายงานที่เสนอนี้ ถ้าเผื่อท่านกรุณาดูภาคผนวก จริง ๆ แล้วได้มีการเตรียมการทําการปฏิรูปการเรียนรู้ด้านฟิสิกส์ อยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้คงจะต้องทําอย่างต่อเนื่องนะครับ รายงานปรากฏอยู่ในภาคผนวกนะครับ อันที่ ๓ ก็คือปฏิรูปการวิจัยพัฒนาโดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็สร้างบุคลากรวิจัย ด้านฟิสิกส์นะครับ ตรงนี้กล่าวคือที่อาจารย์ธรรมศักดิ์นําเสนอนี้ครับ ๒๐ ปีที่แล้วถ้าเผื่อใคร ไม่มีใครสักคนหนึ่งกล้านําเสนอเรื่องซินโครตรอน (Synchrotron) เราก็จะล้าหลังแล้วก็ ไม่เกิดนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้กล้าเสนอ ก็คือกล้าเสนอให้ เตรียมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสร้างบุคลากร เพื่อที่ว่า ๒๐ ปีข้างหน้าถ้าฟิวชัน (Fusion) มันเกิดขึ้นนี้เราก็ยังสามารถจะมีพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันจบ แล้วก็ในราคาที่เรา สามารถจัดการเองได้ ในขณะที่เราจะทํานวัตกรรมอย่างนี้ครับ สิ่งที่เกิดแล้ววันนี้ประโยชน์ ที่จะเกิดแล้ววันนี้ ยกตัวอย่างประโยชน์ทางอุตสาหกรรมจากอิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) เราทําเรื่องอัญมณีหลายท่านคงทราบนะครับ ที่เขาเรียกว่า หุงพลอย ก็ใช้อิเล็กตรอน บีม (Electron Beam) นี้เป็นตัวไปหุง ไม่ได้ใช้นิวเคลียร์นะครับ เป็นอิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) การทํายางให้สุกแทนที่จะใช้เคมีที่จะทํายางรถยนต์นี้ แทนที่จะใช้เคมี ก็มาทําอิเล็กตรอนบีม (Electron Beam) อันนี้ทําได้หมดแล้วนะครับ ประโยชน์จากไอออน บีม (Ion Beam) ทางด้านเกษตรกรรมก็คือการผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่แทนที่จะเป็นจีโนม (Genome) โดยวิธีทางเคมีหรือทางชีวะ ก็ใช้วิธีทางฟิสิกส์ เรื่องอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ การเชื่อม การทําเครื่องจักรขนาดจิ๋ว สิ่งที่วันนี้ท่านทํา มีโทรศัพท์มือถือ ขนาดเล็กลงได้นี้ ทั้งหมดเกิดมาจากการใช้ประโยชน์ของไอออนบีม (Ion Beam) ทั้งนั้น ถ้าไม่มีไอออนบีม (Ion Beam) นี้สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดครับ ประโยชน์จากพลาสมาด้านการแพทย์ ด้านการผลิตทางด้านอุตสาหกรรมมีมากมาย ก็มีตัวอย่างปรากฏอยู่ในรายงาน ที่สําคัญที่สุด ก็คือประโยชน์ที่จะทําให้ประชาชนคนไทยมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพมากขึ้น ไม่ถูกหลอก นะครับ เคยมีคนมาหลอกบอกว่าเอารถเติมน้ําแล้วจะประหยัดได้นั่นก็คือการหลอกลวง ทั้งนั้นก็ไม่มีใครออกมาพูด เพราะความรู้เราไม่พอนะครับ การใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ เราไม่เคยรู้ว่าพลังงานกลใช้ประโยชน์อย่างไร พลังงานไฟฟ้าใช้อย่างไร พลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานเสียง พวกนี้ถ้าคนไทยเข้าใจเราก็จะประหยัด พลังงานได้มากขึ้น ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสิ้นเปลืองมากนะครับ เพราะว่า ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ ประโยชน์อนาคตนะครับ ก็คือเมื่อสักครู่นี้ ท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์เสนอ ซึ่งเดี๋ยวรายละเอียดก็คงจะมีนําเสนอต่อไป ทั้งหมดที่เราทํานี้ ก็ทําเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒ ข้อ ก็คือยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพของคน และยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ก็ขอเรียนสรุปเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ