อลงกรณ์ พลบุตร เสนอให้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ สปท. นำเสนอผ่านที่ประชุมวิปในวันพฤหัสบดี และให้ประธานกรรมาธิการแต่ละคณะรับข้อเสนอจากสมาชิกเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดยมุ่งหวังให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและประหยัดเวลา พร้อมรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศผ่านการสร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา และสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อขยายองค์ความรู้และผลักดันความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม
ขอเอาไว้เสนอในวิป (Whip) วันพฤหัสบดีนี้เชิญท่านเข้าประชุมวิป (Whip) ด้วยครับ คือเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทํางานของ สปท. ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เรามี คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอยู่แล้วนะครับ แล้วก็ ประกอบไปด้วยประธานกรรมาธิการทุกคณะก็ถือว่าเป็นการบริหารกิจการภายในของเรา ดังนั้นผมคิดว่าต่อไปควรที่จะไปนําเสนอในวิป (Whip) เลย ถ้าหากว่าเห็นพ้องก็ได้ถือปฏิบัติเลย อันนี้จะมีผลมากกว่า การมาหารือในที่ประชุมก็เพียงแต่บอกกล่าวแล้วในที่สุดก็ต้องไป เข้าวิป (Whip) อยู่ดี หรือท่านสมาชิกซึ่งเป็นกรรมาธิการแต่ละคณะอยู่แล้วท่านอาจจะ มีเวลาน้อยทํางานมากท่านก็บอกท่านประธานในคณะของท่านเลย อย่างท่านอยู่ในชุด ของท่านประธานคุรุจิต ท่านดุสิตอยู่ในชุดท่านประธานคุรุจิตก็ฝากประเด็นเข้ามา ท่านคุรุจิตก็ทําเรื่องเข้ามา เพราะต่อไปนี้ท่านประธานได้กําหนดไว้แล้วว่าในการประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกสัปดาห์ทุกครั้งนั้น จะมีเรื่องของรายงานความคืบหน้าการดําเนินการของทุกคณะแล้วก็ประเด็นข้อเสนอด้วย ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะไม่มาเสียเวลาการพิจารณาในรายงานสารัตถะของเรา ซึ่งต่อไปนี้ จะมีมากขึ้น ๆ นะครับ ก็ขออนุญาตดอกเตอร์ดุสิตนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ
มีเรื่องที่เรียนรายงานเพิ่มเติม ๑ เรื่อง คือตามที่ท่านประธานได้ตั้ง คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวนั้นก็มีหน้าที่นอกเหนือจากที่ได้เรียนท่านวิทยาไปสักครู่ เกี่ยวกับการติดตามงานปฏิรูปของเราที่ส่งออกไปยังคณะรัฐมนตรีและส่วนอื่น ๆ แล้ว ก็คือการประสานกับเครือข่ายทุกภาคี เพราะฉะนั้นก็เพียงเรียนเผื่อท่านสมาชิกที่สนใจ เราจะมีการออกไปพบปะสร้างเครือข่ายแนวร่วม สปท. ตามนโยบายท่านประธานเพื่อสร้าง ความเข้าใจออกไปทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ครอบคลุมทั้งประเทศครับ เพราะว่าการสื่อสารสร้างความเข้าใจในลักษณะการร่วมมือกันกับเครือข่ายภาคีต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน มีความสําคัญต่อความสําเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ของการปฏิรูป มิใช่เพียงแค่มีมติของเราส่งไป หรือมีร่างกฎหมายของเราส่งไป แต่ผลที่จะ เกิดขึ้นคือการรดน้ําพรวนดินให้ทุกภาคส่วนได้เกิดความเข้าใจและตระหนักถึงความสําคัญ ของการต้องปฏิรูปประเทศ ก้าวข้ามปัญหาเพื่อก้าวขึ้นไปสู่เพดานบินใหม่ของประเทศให้ได้ เพราะฉะนั้นในวันที่ ๒๐ ผมก็ได้มอบให้ท่านกลินท์ สารสิน ซึ่งเป็น ๑ ในผู้ประสานงาน ของ สปท. แล้วก็เป็น ๑ ในกรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่าย ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทน จากภาคเอกชน เป็นรองประธานหอการค้า ก็ประสานกับทางหอการค้าและสภาหอการค้า ซึ่งท่านประธานหอการค้าและสภาหอการค้าก็ตกลงที่จะได้พบปะกันในวันที่ ๒๐ เดือนนี้ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ที่สํานักงานหอการค้า โดยจะมีกรรมการบริหารหอการค้าแล้วก็ ตัวแทนของสภาหอการค้าทั่วประเทศมาร่วมในการพบปะนะครับ สาระสําคัญก็คือ ประการแรก จะเป็นการบรรยายสรุปให้ทราบถึงภารกิจหน้าที่ ความก้าวหน้า ในการทํางานของ สปท. ประการที่ ๒ ก็คือจะหารือถึงแนวทางความร่วมมือของการเป็น เครือข่ายขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกับ สปท. ประการที่ ๓ ก็คือการรับฟังข้อเสนอแนะ ในประเด็นแนวทางการปฏิรูปในมุมขององค์กรนั้น ๆ เพราะฉะนั้นในการไปพบปะดังกล่าว นอกจากคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็จะมีการเชิญ ประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องไปด้วยนะครับ และในส่วนนี้ก็เรียนให้ท่านได้ทราบถึง การทํางานของเราว่าไม่ใช่มีเฉพาะในส่วนการทํางานในห้องประชุมของเราเท่านั้น แต่ท่านประธานต้องการที่จะให้เราสร้างความเข้าใจและทําให้การขับเคลื่อนเป็นไปได้ อย่างราบรื่น สอดคล้อง แล้วก็เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุดนะครับ นอกจากนั้นแล้วในวันที่ ๒๙ มกราคมนี้คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศก็จะเดินทาง ไปยังจังหวัดน่านครับ โดยที่ผมได้มอบหมายให้ท่านอธิการบดี ท่านสมเดช นิลพันธุ์ ซึ่งเป็น สปท. เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ได้ประสานงานกับที่ประชุม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วทั้งประเทศครับ ซึ่งเขาจะมีการประชุมในวันที่ ๒๙ มกราคม ที่จังหวัดน่าน เราก็จะเดินทางไปพบ และวาระการประชุมก็เป็นเช่นเดียวกันครับ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วทั้งประเทศทั้งที่อยู่ในระบบและออกนอกระบบไปแล้ว จะร่วมมือกับ สปท. ในการที่จะขยายองค์ความรู้ก็คือรายงานการปฏิรูปของทุกคณะนี้ครับ แล้วก็แผนปฏิรูปรวมของ สปท. ที่ท่านประธานกําลังดําเนินการขณะนี้ แล้วแต่ละคณะ ก็จะเป็นวิทยากรในการที่จะอบรมบ่มเพาะผู้นําของเครือข่ายทุกภาคส่วนโดยมีมหาวิทยาลัย เช่นอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฎจะเป็นสถานที่ที่เราเรียกว่าเป็นอินคิวเบชัน (Incubation) อินคิวเบชันเซ็นเตอร์ (Incubation Center) นะครับ หรือศูนย์อบรมบ่มเพาะ หรือจะเรียก อีกนัยหนึ่งคือรีฟอร์มอะคาเดมี (Reform Academy) ที่เราไม่ต้องลงทุน แต่ใช้ความร่วมมือ ใช้งบประมาณให้น้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลยก็ยิ่งดีนะครับ ตรงนี้เราถึงจะเผยแพร่การปฏิรูป ของเราขับเคลื่อนไปได้ครอบคลุมทั้ง ๗๗ จังหวัดทุกภาคีภาคส่วนครับ จากนั้นวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ก็จะพบกับสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยครับ ซึ่งจะมีคณะกรรมการ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศ และกรรมการของสหกรณ์ ๗ ประเภท ทั้งภาคเกษตร นอกภาคเกษตร ภาคบริการ เครดิตยูเนียน (Credit Unions) ออมทรัพย์มาหมด ซึ่งผมก็ได้มอบหมายท่านชูชาติ อินสว่าง ท่านเป็นประธานสหกรณ์ภาคการเกษตร แห่งประเทศไทย ก็เป็น สปท. ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นก็ได้ประสานงานเราจะไปพบ ก็อยู่ในกรอบ ๓ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความเข้าใจต่อบทบาท ภารกิจ หน้าที่ ความคืบหน้า ความก้าวหน้าในการทํางานของ สปท. และการสร้างความร่วมมือในระยะยาว เรามีสหกรณ์อยู่ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ สหกรณ์ทั่วทั้งประเทศครับ มีสมาชิกกว่า ๑๐ ล้านคน กรรมการอํานวยการของสหกรณ์ในระดับอําเภอก็ดี จังหวัดก็ดี หรือว่าที่เป็นชุมนุมก็ดี จะมีการประชุมทุกเดือน ข้อมูลข่าวสารของ สปท. โดยเฉพาะในคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง โดยตรงนั้นก็จะถูกส่งไปยังสหกรณ์ทั่วทั้งประเทศครับ สุดท้ายนี้ต้องเรียนว่าท่านประธาน ได้มอบหมายเรื่องที่สําคัญมากคือการสื่อสาร ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ท่านนายกรัฐมนตรี มีความกังวลในการที่จะต้องปรับปรุงงานการประชาสัมพันธ์ในส่วนภาครัฐ ขณะเดียวกัน สปท. เองแม้ว่าจะเป็นช่วงของการเริ่มต้นในการทํางาน แต่เนื่องจากว่าเราก็ เดินตามโรดแมป (Road map) มาได้เป็นไปตามเป้าหมาย และต่อไปนี้ก็จะมีการส่งออกงาน เป็นระยะ ๆ นอกเหนือจากการประชุมที่มีผลประชุม และโฆษกคณะกรรมาธิการ หรือคณะอนุกรรมาธิการได้มีการแถลงข่าวในแต่ละวันแล้ว จากนี้ไปการสื่อสารทุกรูปแบบ ไม่ว่าเป็นทางการ ไม่เป็นทางการ คณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จะมีคณะอนุกรรมการประสานงานการสื่อสารเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทั้งในส่วนสื่อที่เป็นของเอกชน สื่อของรัฐ ทั้งที่เป็นทางการ ไม่เป็นทางการ แม้แต่หอกระจายข่าว ประจําหมู่บ้าน ก็จะมีการขอความร่วมมือประสานสร้างทีมงานร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ท้องถิ่น เรามีหมู่บ้านอยู่ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ หมู่บ้าน เรามีหอกระจายข่าวครอบคลุมคน ไม่ต่ํากว่า ๔๐ ล้านคน ต่อไปหอกระจายข่าวจะมีข่าวของ สปท. เป็นประจําครับ เพราะเรา ไม่สามารถที่จะรอเพียงการสื่อข่าวของสื่อปกติได้ แต่ว่างานของเราเป็นงานที่มีข้อจํากัด ของเวลา เหลือเวลาอีกถึงเพียงกลางปีหน้าเท่านั้น ดังนั้นการที่สร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้น เพื่อที่เมื่อเข้าใจแล้วประชาชนก็ตระหนักถึงประโยชน์ของการปฏิรูปและตระหนักว่านี่คือ การปฏิรูปประเทศของเรา ของประชาชนทุกคนทั้งรุ่นนี้และรุ่นหน้า ก็กราบเรียน ซึ่งท่านประธานก็ให้เน้นย้ําฝากไว้ วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วนะครับ ขอขอบคุณ สมาชิกที่มาประชุมทุกท่าน ผมขอปิดการประชุมครับ