กษิต ชี้ใช้คำว่าเสียงส่วนใหญ่สะท้อนมติที่ประชุมอย่างถูกต้อง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๘ · ๑๙ กันยายน ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือให้ยุติการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองในที่ประชุม เนื่องจากเห็นว่าสมาชิกล้วนเป็นนักการเมืองที่ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศ และเรียกร้องให้อนุญาตให้พรรคการเมืองมีส่วนร่วมพิจารณาแผนปฏิรูปการเมืองที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว พร้อมชี้ประเด็นการใช้คำว่า "เสียงส่วนใหญ่" แทน "ร้อยเปอร์เซ็นต์เห็นชอบ" เพื่อสะท้อนความคิดเห็นที่หลากหลายอย่างถูกต้อง รวมถึงเสนอให้มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการลงประชามติก่อนตัดสินใจยกเลิกสภาเขต กทม. เพื่อรักษาหลักการประชาธิปไตย

นายกษิต ภิรมย์

ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ผมมีเรื่องจะเรียนปรึกษาหารือ ๔ เรื่องสั้น ๆ ไม่เกิน ๕ นาที

ประการแรก ก็มักจะมีการวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองแล้วก็พรรคการเมือง ไปในเชิงลบว่าโกงกินเป็นผู้ที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็ไม่ว่ากันนะครับ แต่ว่าในที่ประชุม สปท. แล้วก็สมาชิกของ สปท. ที่เป็นนักการเมืองก็มีประมาณสัก ๑๐ คนมาจาก ๔-๕ พรรคการเมืองด้วยกัน และผมขอถือโอกาสพูดในนาม แล้วก็มีความแน่ใจด้วยว่า พวกเราเป็นนักการเมืองที่ดีทุกคนนะครับ ตั้งแต่ท่านชัย ชิดชอบ ลงมา เพราะฉะนั้น ผมก็อยากจะขอกราบเรียนปรึกษา แล้วก็ขอความกรุณานะครับท่านประธานไปยัง เพื่อนสมาชิกว่าน่าจะยุติการด่าทอนักการเมืองและพรรคการเมืองในที่ประชุมนี้ เพราะไม่มี คนเลวอยู่ในนี้ครับ ถ้าเผื่อใครมีความประสงค์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองและ พรรคการเมืองขอเชิญทำข้างนอก สปท. ว่ากันให้เต็มที่เลยจะดีกว่า เพื่อเราจะได้สร้าง บรรยากาศของการทำงานในช่วงเวลาที่เหลืออีก ๔-๕ เดือนได้ นั่นเป็นข้อแรกนะครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสภา สปท. ของเราได้ให้ความเห็นชอบ ต่อแผนรายงานว่าด้วยพรรคการเมือง การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วผมก็แน่ใจ ว่าทางสภา สปท. โดยท่านประธานนั้นอยู่ในระหว่างการเสนอเรื่องทั้งหมดนี้ไปที่ คสช. ครม. แล้วก็แม่น้ำอีก ๒ สาย แต่ว่าเรื่องทั้งหมดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงก็คือ พรรคการเมืองและนักการเมือง แต่มาจนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประชุมภายใน หรือมีกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกที่ควร ก็อยากจะขอฝากกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง นะครับว่าขอความกรุณาประสานกับแม่น้ำอีก ๔ สาย ควรจะอนุญาตให้พรรคการเมือง ทั้งหมดได้พิจารณาเอกสารของเราที่เราได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ผมขอเรียนว่า เพื่อจะให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการที่จะปฏิรูประบบการเมืองของไทย ไม่ควรจะ มีกลุ่มใด ผู้ใด ถูกกันออกไปจากการได้ร่วมพิจารณาในสิ่งที่ดีงามคือการปฏิรูประบบการเมือง ของไทย นั่นเป็นประเด็นที่ ๒

ส่วนประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าอย่างนี้ครับ ในเรื่องเกี่ยวกับคำถามพ่วง อาจจะโดย ไม่ได้เจตนามักจะมีการกล่าวในที่ประชุมนี้ว่า สปท. ให้ความเห็นชอบเสมือนว่าเรา ร้อยเปอร์เซ็นต์ให้ความเห็นชอบต่อคำถามพ่วง ผมก็อยากจะขอเสนอท่านประธานให้ใช้ คำว่า เสียงส่วนใหญ่ เพราะว่าผมได้คัดค้านคำถามพ่วง แล้วก็มีหลายคนที่คัดค้านแต่ว่า เป็นเสียงข้างน้อย ก็ไม่เป็นไรครับ ผลมันออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่ให้เป็นเช่นนั้น แต่ว่าในการที่จะ บอกว่าเป็นผลงานของ สปท. นี้รับไม่ได้ครับ ขอให้มีความกรุณาใช้คำว่า เสียงข้างมาก น่าจะเหมาะสมแล้วก็ถูกต้องกว่า

ส่วนประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ประมาณสัก ๒ สัปดาห์มาแล้วหรือ ประมาณสักเดือนหนึ่ง เราได้ผ่านการให้ความเห็นชอบต่อการปฏิรูป กทม. ส่วนหนึ่ง คือเสียง ส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบต่อการยกเลิกการเลือกตั้งสภาเขตของ กทม. แต่ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอดีตสภาเขต กทม. และชุมชนได้เดินทางมาที่ สปท. และได้มายื่นหนังสือ ถึงท่านรองประธาน คนที่หนึ่ง ท่านอลงกรณ์ ซึ่งผม ท่านเพื่อนสมาชิกคุณวิทยา แก้วภราดัย และคุณวันชัย สอนศิริ ได้อยู่ร่วมรับด้วย คราวนี้ความก็ปรากฏว่าการพิจารณาความทั้งหมด โดยกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ สปท. ได้ให้ความเห็นชอบนั้น ทางฝ่ายอดีตสมาชิก ส.ข. ทั้ง ๕๐ เขตของ กทม. และชุมชนที่สนับสนุนผู้แทนของเขาในระดับ ส.ข. เขาบอกว่าเขามิได้ รับการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวาง แล้วเรื่องตอนนี้ก็ได้ออกจาก สปท. ไปที่แม่น้ำอีก ๔ สายแล้ว แล้วก็มีหนังสือที่เขาได้ยื่น กับท่านรองประธานอลงกรณ์ ก็น่าจะได้มีการทบทวนหรือไม่นะครับ อันนี้ขอเรียนเสนอมา ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าการที่ สปท. ของเราจะมีมติอะไรที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชน นั้นนี่ ผมคิดว่าการเตรียมการปรึกษาหารืออย่างทั่วถึงนี่สำคัญ แล้วเมื่อมีมติว่าจะไปยุบ ส.ข. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้วให้มีการแต่งตั้งแทน ผมคิดว่าชาว กทม. ทั้ง ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเขาจะต้องมีส่วนเข้าร่วมด้วย แล้วในที่สุดถ้าเผื่อมันจะผ่านความเห็นชอบ ของแม่น้ำทั้ง ๕ สายก็ยังเป็นคนกลุ่มเล็กอยู่ แล้วเราจะเอาชาว กทม. อีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ไปไว้ที่ไหน ผมคิดว่าเขาต้องมีส่วนร่วมในการที่จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ระหว่างการที่จะ ให้ ส.ข. มาจากการเลือกตั้งกับ ส.ข. มาจากการแต่งตั้ง ชาว กทม. ควรจะได้มีสิทธิในการที่ จะลงคะแนนในทำนองประชามติในเรื่องนี้ด้วย เพื่อเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยให้กับ ประชาชนแล้วก็ในการเมืองท้องถิ่นครับ ผมก็มี ๔ ประเด็น อยากจะกราบเรียนเพื่อเสนอต่อ ท่านประธานขอความกรุณาช่วยรับไว้พิจารณา แล้วก็เพื่อเราจะได้ทำงานร่วมกัน แล้วก็ เพื่อจะได้ตอบสนองความเป็นสังคมที่เปิดเผย เป็นประชาธิปไตย ขณะที่เราปฏิรูป ประเทศไทยอยู่ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน