วิทยา ชี้แจงรับฟังข้อเสนอปฏิรูปการเมือง ยันไม่ใช่ข้อบังคับ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๗ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

วิทยา แก้วภราดัย ชี้แจงกระบวนการส่งต่อข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองจากกรรมาธิการการเมืองไปยังคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยย้ำว่าข้อเสนอเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นที่อาจปรับเปลี่ยนได้ตามขั้นตอนและไม่ใช่กฎหมายทันที พร้อมเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งควรเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนร่วมกันดำเนินการ ไม่ใช่การเข้ามาบริหารโดยตรงของ คสช. และเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตเลือกตั้ง เช่น การจัดตั้งกองทุนรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสการซื้อขายเสียง การปรับปรุงกฎหมาย การเพิ่มเงินเดือน ส.ส. ให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ และผลักดันให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

นายวิทยา แก้วภราดัย กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย กรรมาธิการ ขออนุญาตที่จะเรียนสื่อกับเพื่อนสมาชิกแล้วก็สื่อ ไปยังพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะรับฟังอยู่นะครับ เพื่อเกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน วันนี้คณะกรรมาธิการการเมืองของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้นำเสนอรายงาน เพื่อที่จะไปมีผลต่อการยกร่างพระราชบัญญัติเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ พระราชบัญญัติพรรคการเมือง หากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปมีมติวันนี้ ไม่ใช่ว่าข้อเสนอที่ กรรมาธิการการเมืองเสนอทั้งหมดจะถูกนําไปใช้เปึนกฎหมาย สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศทางการเมืองทําหน้าที่เปึนสภาคิดค้นเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูป ถ้าสภาผ่านความเห็น ของคณะกรรมาธิการไปวันนี้ ความเห็นของคณะกรรมาธิการที่รายงานฉบับนี้จะถูกนำส่งไป ๒ ส่วนครับ ส่วนที่ ๑ เกี่ยวกับการยกร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ผมได้กล่าวมาจะถูกส่งไปยัง คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีท่านอาจารย์มีชัยเปึนประธานอยู่ เพราะ กรธ. หรือ กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนั้นมีภาระในการจัดทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยตรง เมื่อ กรธ. ยกร่างกฎหมายทั้งการเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมืองหากเอาข้อเสนอของ สปท. ไปประกอบท่านอาจจะปรับได้ทั้งหมด เช่นการเขียนโทษปรับว่า ๒๐ ล้านบาท ท่านบอกมากไป มันอาจจะเหลือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท โทษที่กำหนดไว้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ ตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตท่านอาจจะปรับได้ ทั้งหมดมันสามารถปรับได้ ในชั้นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เสร็จจาก กรธ. แล้วก็ยังไม่จบครับ กรธ. ต้องส่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เรากำลังวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะกันวันนี้ไปยัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็โดนกำหนดโดยรัฐธรรมนูญครับว่า ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน ถ้าไม่เสร็จก็เอาตามร่างของคณะ กรธ. เพราะฉะนั้น วันนี้การถกเถียงในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทางการเมืองทั้งหมด เปึ้นจุดเริ่มต้นของ การนำเสนอต่อสาธารณะ เพราะหลังจากนี้ทาง กรธ. นอกจากรับไปจากสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปแล้ว กรธ. เขายังมีช่องทางรับฟังจากพรรคการเมือง ยังมีช่องทางรับฟังจาก ประชาชนและภาคส่วนอื่น ๆ นั่นส่วนที่ ๑ นะครับ

ส่วนที่ ๒ รายงานของคณะกรรมาธิการการเมืองฉบับนี้จะถูกส่งอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งอยู่แนบท้ายคล้าย ๆ บทเฉพาะกาลของรายงานครับ ไปยังคณะ คสช. เพราะข้อเสนอ ของคณะกรรมาธิการการเมืองที่เปึนหัวใจสำคัญและเห็นสอดคล้องกันทั้งสภานะครับ คือเห็นด้วยในการที่จะให้การเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเจอกันในครั้งต่อไปนี้ เปึนวาระแห่งชาติ ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมทั้งหมด เราก็จะส่งตรงไปยัง คสช. แล้วก็เปึ้นเรื่อง ที่ฝ์ายบริหารรัฐบาลและ คสช. จะสั่งให้การเลือกตั้งเปึนวาระแห่งชาติ โดยทุกภาคส่วน จะเข้ามาร่วมกันหมด ทีนี้ข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการบางท่านนะครับ ที่บอกว่า ไปลาก คสช. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนี่ผมถือว่าเปึนการบิดเบือนเรื่องทั้งหมดครับ ในรายงาน คณะกรรมาธิการฝ์ายการเมืองไม่เคยเสนอให้ คสช. มาจัดการเลือกตั้ง แต่เราไม่ปฏิเสธ ทุกภาคส่วนที่จะต้องมาทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะฉะนั้นถ้าใครไปพูด ข้างนอกนะครับว่าคณะกรรมาธิการการเมืองเสนอให้ คสช. จัดการเลือกตั้ง ท่านบอกได้เลย ว่าไม่จริงครับ ไม่มีปรากฏในเอกสารแม้แต่ตัวเดียวให้ คสช. มาจัดการเลือกตั้ง เราให้ทุกภาคส่วน เพราะมันเปึนวาระแห่งชาติที่เข้ามาจัดการการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะทําความ เข้าใจนอกจากเพื่อนสมาชิกแล้วสื่อไปถึงพี่น้องประชาชน หรือพรรคการเมืองหรือใครก็ตาม ที่นั่งรับฟังรายการว่าวันนี้ผ่านสภา อย่าเพิ่งไปตกใจว่ากฎหมายออกเสร็จแล้ว ยังครับ อบต. เคยตกใจเมื่อ ๒-๓ เดือนที่แล้วว่าเราเสนอยุบ อบต. เปึนข้อเสนอ เปึนความคิดเห็น มันจะเปึนกฎหมายมาได้ต้องผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ของเรายังต้องผ่านชุดของ ท่านอาจารย์มีชัยถึงจะไปถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพราะฉะนั้นมันมีกระบวนการขั้นตอน ในการระดมทุกภาคส่วนออกมาสร้างการเมืองที่สุจริตเที่ยงธรรมให้เกิดขึ้นให้ได้ สำหรับ การเลือกตั้งที่จะถึงข้างหน้านี้นะครับ

ส่วนที่ ๒ ที่คิดว่าจะต้องทำความเข้าใจเพื่อนสมาชิกและสื่อไปยังข้างนอกด้วย เรื่องการให้ร่างวัลสำหรับผู้ชี้ช่องจับผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายความว่าเราจะไป กระชากเงินจาก กกต. ออกมา กกต. มีเงินน้อยแล้วไปเอาร่างวัลเข้ามาอีก กองทุน พรรคการเมืองมีน้อยแล้ว เราประสงค์ที่จะให้จัดตั้งกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่งสำหรับไว้ จัดการกับคนซื้อเสียงและคนขายเสียง คือต่อไปทั้งคนซื้อและคนขายเท่ากัน เพราะนี่คือ อันตรายของระบอบประชาธิปไตย ไม่มีคนขายถ้าไม่มีคนซื้อ เช่นเดียวกันซื้อไม่ได้ ถ้าไม่มีคนขาย เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาจับไม่ได้เลยทั้งซื้อทั้งขาย เพราะทั้งซื้อทั้งขาย สมประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์าย คนขายได้คะแนน คนซื้อได้สตางค์ ทีนี้เมื่อคนซื้อได้สตางค์เราก็บอกว่า ถ้าคุณไม่อยากจะขาย คุณมีช่องทางที่จะได้สตางค์มากกว่า คือรวบรวมสิครับ เดี๋ยวนี้มือถือ อัดกล้องวิดีโอได้หมด พาคนมานั่งฟังด้วย ส.ส. หน้านี้มันชอบมาทุกที่ มาเสนอให้เท่าไร ก็อัดเทป (Tape) อัดวิดีโอทั้งหมด ในรายงานของกรรมาธิการให้ถือเอกสารเหล่านี้ การสื่ออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เปึนพยานหลักฐานในการที่จะรับฟังได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคนขายจับคนซื้อได้ คนขายก็จะได้ร่างวัล คนซื้อมีพยานหลักฐานนำชี้ช่องจับคนขายได้ คนซื้อก็จะได้ร่างวัล ข้อกังวลครับ เดี๋ยวก็แกล้งกัน ถ้าแกล้งกันเราเขียนไว้ชัดเจนครับ ใครกลั่นแกล้งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ได้รับโทษทางอาญาโทษจะหนักกว่า ปกติ เขียนไว้ในรายงานป่ดช่องหมด ถามว่าเงินก้อนนี้มาจากไหน ผมคิดว่าเลือกตั้งแต่ละครั้ง รัฐบาลใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้ารัฐบาลจะตั้ง กองทุนมาสัก ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท เพื่อให้เกิดบรรยากาศของการปะทะกันระหว่างคนขาย กับคนซื้อ มันไม่มีทางอื่นใช่ไหม เมื่อกันการซื้อขายเสียงไม่ได้ มันสมประโยชน์กันหมด เพราะฉะนั้นให้ทั้งคู่ไม่อาจวางใจกันได้ ใครรวบรวมพยานหลักฐานส่ง กกต. ได้ก่อนได้ร่างวัล เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนมาตรการเสริมในการที่จะช่วยให้ กกต. มีคนช่วยรวบรวม พยานหลักฐานให้ ขณะเดียวกันรวบรวมพยานหลักฐานแล้วส่งให้ กกต. เกิดไม่วางใจ กกต. เป์าเรื่องเงียบ เราก็เป่ดช่องไว้ว่าประชาชนเปึนผู้เสียหายฟัองศาลได้ คือพยายามช่วยกัน เพื่อคิดป่ีดช่องแต่ละช่อง ๆ เพื่อหากระบวนการที่เลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ทั้งหมดหัวใจ มันอยู่ตรงนั้นละครับ เพราะฉะนั้นหลาย ๆ เรื่องที่นําเสนอไปได้ประมวลความคิดเห็นจาก การรับฟังเกือบทุกฝ์าย แล้วก็คิดว่าได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมจน์ท่านวันชัย และท่านประธานกรรมาธิการถูกหางเลขในทางสังคม วันนี้ก็ต้องทําความเข้าใจว่าทั้งหมด เปึนการไปปะทะกับบรรยากาศเก่า ๆ ที่เคยผ่านมา ไปปะทะกับความเคยชิ้นเก่า ๆ และขอบคุณท่านประธานซึ่งร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะในประเด็นที่เราขยายเดิมครับ ช่วงกฤษฎีกาเลือกตั้งประกาศเมื่อไรคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมดจะโดนประกาศ กกต. คุ้มว่าไปงานไหนก็ตามห้ามบริจาค ห้ามไว้หมดแล้ว กรรมาธิการเสนอเพิ่มไปว่านอกจากนั้นแล้ว คุณเปึนแล้วคุณก็ห้ามด้วย เพราะถ้าคุณเปึน ส.ส. อีก ๔ ป้ข้างหน้าคุณเลือกตั้งใหม่ คุณเล่นไปบริจาคงานละหมื่นสองหมื่นบาท หมื่นสองหมื่นบาทซึ่งไม่จริงครับ เงินเดือน ส.ส. ประเทศไทยต่ำที่สุดในโลกแล้ว นายกรัฐมนตรีประเทศไทยต่ำที่สุดในโลกแล้ว ถ้าเราลดภาระ ส่วนนี้ไปมันจะได้สัมพันธ์กับตัวเงินจริง ๆ แต่ถ้าอยากให้บริจาคได้ครับ ผมเสนอควบไปด้วย ควรพิจารณาเพิ่มเงินเดือน ส.ส. เขาไว้ด้วย เงินเดือนนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ตั้งประธานบอร์ด (Board) แต่ละแห่ง ๆ ทั้งหมดเซ็นชื่อโดยนายกรัฐมนตรี ประธานบอร์ด (Board) ไปล่อเงินเดือนเดือนละล้านบาท นายกรัฐมนตรีเดือนละแสนกว่าบาท เพราะฉะนั้น มันก็เลยฐานานุรูปของความเปึนนักการเมืองไว้เปึนกระโถนไว้โดนด่า เพราะคนรู้สึกเงินเดือน มันเยอะเปึนแสนบาท แต่ถามว่าวันที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ ประธานองค์กรที่เกี่ยวพันกับ กระทรวงสาธารณสุขห้องทำงานใหญ่กว่าผมเยอะ ถามท่านปลัดได้ เงินเดือนแพงกว่า รัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดถ้าจะประมวลทั้งหมดมันก็ต้องช่วยกันคิดอย่างรอบด้าน ผมคิดว่าภาระบางเรื่องปล่อยให้คนอื่นเขาทำบ้าง แต่ภาระที่กรรมาธิการการเมืองเตรียมการ มานี้ทั้งหมดเตรียมเสนอท่านใน ๒ เรื่องครับ ๑. กระบวนการการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ไปสู่ การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับที่ให้การสนับสนุน และมีข้อเสนอแนะ ซึ่งผมคิดว่าคนที่ต้องรับฟังในการปรับต่อไปก็คือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านจะไปปรับปรุงแต่ง อันที่ ๒ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พยายามทำให้พรรคการเมืองหลุดจากพรรคที่มีเจ้าของมาสู่พรรคที่มีเจ้าของ คือประชาชน ไม่ใช่นึกชื่อพรรคไม่ออก นึกหน้าเจ้าของพรรคออกทุกที่ จนวันนี้ครับในวงการ การเมืองเขาก็วิจารณ์พรรคหน้านั้นจะไปร่วมกับคนนั้น พรรคหน้านี้จะมาร่วมกับคนนี้ จับมือ กับทหารตั้งรัฐบาลเลยครับ วิจารณ์ชื่อเจ้าของพรรคทั้งนั้น ไม่ได้พูดถึงประชาชนเขาเลย เพราะฉะนั้นเราก็พยายามทำพรรคการเมืองให้ก้าวสู่ความเปึนพรรคการเมืองของประชาชน ต้องขอเรียนชื่นชมไว้ด้วยครับว่า ที่จริงผมกับคุณสมพงษ์นี่เปึนคนที่จะต้องเจอแล้วก็ปะทะกัน ในทางความคิดมาตลอดเวลา แต่เรื่องระบบพรรคการเมืองเปึนเรื่องที่คุณสมพงษ์ซึ่งทำหน้าที่ เปึ้นประธานกรรมาธิการตั้งธงวันแรกครับ เอาพรรคการเมืองเปึนของประชาชนให้ได้ ซึ่งผมก็ได้ร่วมกับท่านในการพยายามที่จะเขียนกติกาอย่างไรให้พรรคการเมืองเปึนของ ประชาชน เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะทำความเข้าใจแล้วก็ชี้แจงกับเพื่อนสมาชิก เท่าที่จับประเด็นในข้อคิดเห็นของทั้งเพื่อนสมาชิกและกรรมาธิการที่แย้งมาได้นะครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน