เริงศักดิ์ กัลยาณชาติ หารือถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลและโทรคมนาคมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเสนอให้ใช้ระบบสื่อสารเฉพาะกิจ เทคโนโลยี LTE และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเสริมความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดทำแผนแม่บทที่เชื่อมโยงเครือข่ายดิจิทัลและระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับความปลอดภัยทั้งประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในภาวะวิกฤต
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพ กระผม นายเริงศักดิ์ กัลยาณชาติ อนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และด้านโทรคมนาคม ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน ก่อนอื่นก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและสมาชิกทุกท่านนะครับที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ พร้อมกับข้อท้วงติงบางอย่างที่มีในเอกสารรายงานฉบับนี้นะครับ ก่อนอื่น กระผมขอกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าคณะอนุกรรมาธิการได้มีขอบเขตและแผนการปฏิรูป รวมถึงประเด็นการปฏิรูป เราเดินไปตามสิ่งที่รัฐบาลได้เห็นชอบไว้ในแผนการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยปี ๒๕๕๘ นะครับ ตามที่หลายท่านได้กล่าวว่าแผนนี้เขียนได้อย่าง สมบูรณ์แบบครับ มีทุกขั้นตอนนะครับตั้งแต่การเฝ้าระวังเหตุ การแจ้งเหตุ การรับแจ้งเหตุ การบูรณาการในภาวะฉุกเฉิน การเผชิญเหตุ วิธีการจัดการต่าง ๆ ก็เขียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงการที่จะต้องมีการฟื้นฟูอย่างยั่งยืนในภายหลัง แค่นั้นไม่เพียงพอครับ ยังคำนึงถึง ภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากภายนอกประเทศด้วย ถ้า ณ วันนี้เราได้ข่าวไฟไหม้ป่าที่อินโดนีเซีย เริ่มมีผลกระทบไปที่สิงคโปร์ ต่อไปก็คงจะไปที่มาเลเซีย ด้วยเหตุนี้นะครับองค์การ สหประชาชาติโดยสหภาพโทรคมนาคมไอทียู (ITU) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการที่จะ จัดการในเรื่องของการป้องกัน ในเรื่องของการที่จะบรรเทาสาธารณภัยทั้งหลายที่เกิดขึ้น ได้อย่างไร วันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่หรือชุมชน หรือเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น นะครับ การที่จะทำให้การป้องกันทุกประเทศมีแผนหมดนะครับ ผมมั่นใจเชื่อมั่นว่ามีแผน เหมือนกันหมด เหมือน ๆ กับที่ประเทศไทยมีนะครับ แผน ณ วันนี้คงเขียนได้อย่างสมบูรณ์ และแผนนั้นจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างได้ผลตามนโยบายและสัมฤทธิผลตามแผนนั้นต้องใช้ เครื่องมือครับ ด้วยเหตุนี้ไอทียู (ITU) ก็มองเห็นว่าเทคโนโลยีบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สายกับเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation) น่าจะเข้ามา มีบทบาทที่สำคัญนะครับในการที่จะขับเคลื่อนที่จะทำให้การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ผล ได้ผลในสิ่งที่เป็นความคาดหวังอันแรกที่จำเป็นมาก ๆ คือการลดความเสี่ยงจาก สาธารณภัย และลดผลกระทบครับ เริ่มจากการแจ้งเหตุก่อนเลยครับ ถ้าแจ้งเหตุได้เร็ว รับแจ้งเหตุ แจ้งเหตุ รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชน ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี ๒๕๕๘ เขียนไว้เป็นที่น่าชื่นชมมากก็คือ ในเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน และมีคำคำหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อสมาชิก ผู้มีเกียรติทุกท่านครับ คือในแผนนี้กระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมในเรื่องความปลอดภัยใน หมู่ประชาชนครับ ตรงนี้สำคัญเลยครับ ด้วยเหตุที่ว่าวันนี้ประชาชนสามารถจะเข้าถึง สามารถจะเกิดการสื่อสาร ๒ ทางได้จากข้างบนลงข้างล่าง จากข้างล่างคือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยหรือเสี่ยงภัยหรือคาดว่าจะมีภัย สามารถจะสื่อสารด้วยเทคโนโลยี สมัยใหม่ ก็คือวันนี้ทุกท่านอยู่ด้วยโทรศัพท์มือถือ เป็นข้อมูลซึ่งน่าสนใจมากสำหรับ ประเทศไทย ประเทศไทยมีพลเมือง ๖๗ ล้านคน มีผู้จดทะเบียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ โทรศัพท์มือถือซึ่งติดประจำตัวเกือบทุกคนในประเทศไทย ๙๑ ล้านเครื่อง ตรงนี้เราน่าจะ ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ประชาชนลงทุนไปแล้วใน ๙๑ ล้านเครื่อง ถ้าราคาเครื่องละ ๑,๐๐๐ บาท มูลค่ามหาศาล และแต่ละเครื่องต้องเสียค่าใช้จ่ายในการที่จะให้โทรศัพท์ใช้งาน ได้เดือนละ ๑๐๐ บาท ก็มหาศาลพอสมควร ตรงนี้สิครับเป็นช่องทางที่เราจะใช้ให้เกิด ประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นไอทียู (ITU) ก็เลยกำหนดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะกำหนดให้ มีการใช้ระบบเทคโนโลยีและสื่อสารโทรคมนาคมเฉพาะกิจในด้านป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยและประโยชน์สาธารณะ จึงเป็นที่มาของรายงานฉบับนี้
สำหรับคำถามหลายคำถามกับข้อเสนอแนะของแต่ละท่านที่มี ผมก็รวบรวม ได้ประมาณ ๑๐ ข้อใหญ่ ๆ จะมีประเด็นหลัก ๆ ซึ่งท่านนิกรได้กล่าวถึงก็คือว่าขณะที่ข่าย สื่อสารหายไปจะฟื้นมาก็ใช้เวลาพอสมควร เครื่องสื่อสารสมัยใหม่ อุปกรณ์สมัยใหม่ท่านจะ เห็นว่าเล็กลง คุณภาพสูงขึ้น ถูกสตางค์ลง ใช้งานได้นาน หาได้ง่าย แอปพลิเคชัน (Application) เยอะ มีแต่ข้อดีจึงนำมาสู่การที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการใช้ สำหรับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เราสามารถเอาระบบที่เรียกว่า เรดิโอ แอ็กเซส เน็ตเวิร์ก สเตชัน (Radio Access Network Station) วางบนรถ สามารถที่จะไปเป็นสถานี ถ่ายทอดข่ายสื่อสารในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ที่มีเหตุฉุกเฉินและมีภัยพิบัติเกิดขึ้นได้ทันที เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้ในเรื่องของบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สายวันนี้ ถ้าหากพูดถึง วันนี้เขาใช้กันคือแอลทีอี (LTE) ถ้าหากว่าทันดูโฆษณาวันนี้ของทรู (True) เพิ่งโฆษณา ไม่นานนี้สามารถทำได้ทุกอย่างเลย เปิดไฟที่บ้านได้ ปิดแอร์ (Air Condition) ได้ ทำโน่นทำนี่ ถามเรื่องสุขภาพร่างกายของคนที่อยู่ในบ้านที่เราเป็นห่วงเป็นใยได้เช่นเดียวกันครับ ตรงนี้สามารถจะใช้เทคโนโลยีบรอดแบนด์ (Broadband) แล้วก็นวัตกรรมทางด้านดิจิทัล (Digital) ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ เมื่อเทคโนโลยี สมัยนี้เล็กลง แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น กินไฟน้อยลง เรายังมีโซลาร์เพาเวอร์ (Solar power) อีกครับ โซลาร์เพาเวอร์ (Solar power) สามารถจะไปกางได้ สามารถจะให้เกิดกระแสไฟฟ้า เพื่อที่จะไปชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่ได้ เพราะฉะนั้นในข้อกังวลหลาย ๆ ข้อของการที่เรา จะกระจายเครือข่ายสื่อสารไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่เราจะต้องไปจัดการบรรเทาสาธารณภัย จัดการในเรื่องของการเผชิญเหตุก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขียนก็คือว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒๘ หน่วยงานในประเทศไทย ตรงนี้จึงนำมาซึ่งประเด็นปฏิรูปของ รายงานฉบับนี้ว่าจะต้องจัดทำแผนแม่บทครับ การที่มีหน่วยงาน การที่มีเทคโนโลยี การที่มี งบประมาณกระจัดกระจายอยู่ การที่จะดำเนินการจัดการคงไม่สามารถจัดการได้อย่าง สัมฤทธิผลและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดหากขาดซึ่งแผนแม่บท ซึ่งในแผนแม่บทนี้ก็จะ ครอบคลุมด้านที่สำคัญที่สุดคือด้านเทคนิคว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีอะไร วันนี้ที่ใช้ในต่างประเทศ อเมริกาเริ่มใช้แล้วครับ ทุกรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ความถี่ เดียวนะครับ ย่าน ๘๐๐ ใช้เรียบร้อยแล้วปี ๒๕๑๖ เกาหลีเริ่มทดลองใช้ ที่จีนก็มีเทคโนโลยี ของจีนอยู่ ซึ่งก็เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก ๆ จากเทคโนโลยีขึ้นไปเราก็นำไปสู่การปฏิบัติ คือต้องเขียนแผนการปฏิบัติให้สอดคล้องกันและให้ครอบคลุมครบหมดทุกหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แค่นั้นไม่เพียงพอครับ ในเรื่องของ การบริหารจัดการก็สำคัญครับ ผู้ใช้บริการคือประชาชนทั้งหลาย ผู้ให้บริการคือใคร อันนี้ เป็นคำถามอีกคำถามหนึ่งนะครับที่ท่านถามมา ผู้ให้บริการเป็นหัวใจสำคัญของโครงข่ายครับ ในแผนพัฒนาดิจิทัล (Digital) ของประเทศไทยกำหนดให้มิติความมั่นคงแห่งชาติเป็นมิติ ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย ในมิติความมั่นคงแห่งชาตินี้ได้กล่าวถึงความปลอดภัยสาธารณะ เรื่องของภัยธรรมชาติ เรื่องของสาธารณภัยต่าง ๆ เป็นประเด็นสำคัญ เพราะฉะนั้นคณะ ของกระผมจึงได้นำเรื่องนี้มาเป็นแนวคิดว่าใครควรจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องของการให้บริการ โครงข่ายและเครือข่าย ผู้ที่ควรเป็นเจ้าภาพต้องเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ เพราะอยู่ ในมิติความมั่นคง แล้วก็คงใช้เครือข่ายที่ใช้ได้ทั้งภาครัฐในภาวะปกติและในภาวะที่จะต้องใช้ ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในแถบคลื่นความถี่ที่ขึ้น ๑๐ ลง ๑๐ เมกะเฮิรตซ์ มีความกว้างเพียงพอที่จะสนับสนุนภารกิจของประเทศได้ครับ อีกอันหนึ่งที่เป็นประเด็นอยู่ ก็คือเรื่องของระบบแจ้งเหตุ อันนี้หัวใจครับ ๑ นาที ๒ นาที ๓ นาที ทำให้เกิดปัญหา กับผู้ที่กำลังเผชิญภัยอยู่ได้ ในการที่จะรับแจ้งเหตุ ปัจจุบันนี้หากเราโทรศัพท์ไป และเรามีภัยเกิดขึ้นกับตัว แค่แจ้งตำแหน่งที่อยู่ของเรา อธิบายการไปถนนนั้นถนนนี้ เลี้ยวเข้าซอยนั้นซอยนี้ใช้เวลานานครับ อาจจะไม่ทันการณ์ แต่ถ้าใช้เทคโนโลยีบรอดแบนด์ (Broadband) ไร้สาย และพร้อมกับความร่วมมือของผู้ให้บริการโทรศัพท์ทั่วไป จะทราบ ตำแหน่งโดยระบบจีพีเอส (GPS) ผู้เข้าไปช่วยจะสามารถที่จะเข้าไปถึงผู้แจ้งเหตุช่วยชีวิตได้ ช่วยบรรเทา ช่วยลดความเสี่ยง ช่วยลดผลกระทบจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ หรือแม้แต่ ขณะนี้ถ้าหากว่ามีเทคโนโลยีเข้าไปช่วย ผู้ที่เข้าไปเผชิญเหตุเขาควรได้รับการคุ้มครองและ ดูแลระดับหนึ่งในความปลอดภัยของเขาครับ ไฟไหม้ที่ตึกเอสซีบี (SCB) นักผจญเพลิงเข้าไป ในพื้นที่นั้นขาดอากาศหายใจ น่าเสียใจที่เขาสูญเสียชีวิตไป หากมีเทคโนโลยีช่วยได้นะครับ สมัยใหม่ก็จะมีทั้งกล้องที่ติดส่งข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์ (Real time) มีเซ็นเซอร์ (Sensor) ที่สามารถจะดีเทกต์ (Detect) ภัยต่าง ๆ ภาวะที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เราไม่ได้มองผู้ได้รับผลกระทบจากภัยอย่างเดียวครับ ผู้เข้าไปช่วยเราต้อง ดูแลด้วย เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเทคโนโลยีปัจจุบันนี้แม้แต่ยูเอ็น (UN) แม้แต่ ไอทียู (ITU) เองก็ตระหนักในประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในเรื่องของการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระผมก็ขอนำเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิก ที่มีเกียรติทุกท่านแค่นี้นะครับ ขอบพระคุณมากครับ