สถิตย์ ชี้ทรัพย์สินทางปัญญาไทยเปลี่ยนจากถูกลอกเป็นต้องคุ้มครอง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๓๒ · ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในบริบทเศรษฐกิจโลก เสนอให้ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงไทย สร้างจุดแข็งจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรม เพื่อแปลงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ พร้อมผลักดันการต่อยอดนวัตกรรมโดยไม่ละเมิดสิทธิ์ และเรียกร้องความร่วมมือระหว่างประเทศในการเปิดกว้างสิทธิบัตรเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะด้านสุขภาพ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อประมาณ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ตอนที่การเผยแพร่ การบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเริ่มเข้มข้นขึ้นในประเทศกําลังพัฒนา ขณะนั้นประเทศ กําลังพัฒนาก็เริ่มคิดว่าการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญานี้เป็นการคุ้มครองเพื่อประโยชน์ของ ประเทศที่พัฒนาแล้วใช่หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ที่จดทะเบียนโดยบริษัทที่พัฒนาแล้ว อยากเรียนว่าประเทศกําลังพัฒนาทั้งหลาย รวมทั้ง ประเทศไทยไม่ได้มีความเต็มใจที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการพิทักษ์รักษาทรัพย์สิน ทางปัญญา แต่ในภาพรวมของเศรษฐกิจนั้น ประเทศกําลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย ไม่อาจจะแยกตัวออกมาอยู่คนเดียวในระบบรวมเศรษฐกิจของโลก เพราะฉะนั้นเครื่องมือใด ที่ได้รับการตกลงในระดับโลกในเชิงเศรษฐกิจ ในเชิงพาณิชย์ เป็นสิ่งที่ประเทศกําลังพัฒนา รวมทั้งประเทศไทยจําต้องยอมรับมาปฏิบัติด้วย รวมทั้งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ประเด็น ก็คือว่าทําอย่างไรให้ประเทศกําลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทยด้วย ได้มีโอกาสใช้ประโยชน์ จากทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ ประเทศไทยเองระยะเริ่มต้นก็มีความรู้สึกว่าทรัพย์สิน ทางปัญญาบีบคั้นหัวใจมาก ทุกอย่างตกอยู่ภายใต้การจดทะเบียนของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่เมื่อเราพัฒนาขึ้นมาถึงระดับหนึ่ง กลายเป็นว่าขณะนี้เรามีทรัพย์สินทางปัญญาจํานวนหนึ่ง ที่คนอื่นกําลังจะก๊อปปี้ (Copy) เรา มีทรัพย์สินทางปัญญาจํานวนหนึ่งที่เราจะต้องให้ความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นเราจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพัฒนาเพื่อที่จะให้มีทรัพย์สินทางปัญญาให้มากขึ้น และเราก็เปลี่ยนจากประเทศ ที่จะต้องลอกของเขามาเป็นประเทศที่ถูกคนอื่นมาลอก นี่คือขั้นตอนของการพัฒนา ถ้าหากว่า เราต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ ระบบพาณิชย์ของโลก เราก็ต้องพยายาม สร้างตัวเองให้มีความสามารถในการแข่งขันในทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเราคงไม่อาจจะทําอย่างนั้นได้กับเทคโนโลยีระดับสูง กับนวัตกรรมชั้นยอด เราก็ จําเป็นจะต้องทําให้ทรัพย์สินทางปัญญานั้นประกอบด้วยสิ่งที่ประเทศกําลังพัฒนาทั้งหลาย มีอยู่ เช่น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เรามีหลายเรื่องที่สามารถจดทะเบียนในเรื่องสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งภูมิศาสตร์ประเทศอื่นไม่มี ในเรื่องของทรัพยากรพันธุกรรม เรื่องภูมิปัญญา ท้องถิ่น เรื่องวัฒนธรรมดั้งเดิม เหล่านี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเทศกําลังพัฒนา รวมทั้ง ประเทศไทยต่อสู้เพื่อให้ปรากฏสิ่งเหล่านี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ จําเป็นอย่างยิ่งจะต้องสร้างจุดแข็งเหล่านี้ให้สําคัญและยิ่งใหญ่ขึ้นมาเพื่อจะให้ทรัพย์สิน ทางปัญญาเหล่านี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติของเรา เพราะฉะนั้น หลายท่านที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนําในวันนี้รวมทั้งหมด ๑๓ ท่าน เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก หลายท่านได้ให้ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เด่นชัดขึ้น หลายท่านแนะนําให้เราจัดลําดับความสําคัญให้ดีขึ้น บางท่านได้แนะนําให้เรา จัดหาเจ้าภาพที่ชัดเจน ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพื่อที่จะให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นประโยชน์กับ ประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หลายท่านได้พูดถึงเรื่องการต่อยอด ผมอยากเรียนว่า มีประเทศ ๆ หนึ่งซึ่งหลายท่านได้พูด มีความสามารถในการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา ได้เก่งมาก ถ้าท่านติดตามเรื่องโทรศัพท์มือถือก็คงจะเห็นว่ามีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งกําลังโฆษณากว้างขวางในประเทศไทย ต่อยอดมาจากโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่งที่มีต้นแบบ มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างดี แล้วก็ไม่ได้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การต่อยอด เหล่านี้ที่หลายท่านได้แนะนําเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะท้ายที่สุดแล้วทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีอาจมิใช่เพียงเพื่อการวิจัยเสร็จ แต่เพื่อต่อยอดทางพาณิชย์ ทางเศรษฐกิจ แต่ว่า ต้องเริ่มต้นด้วยความรู้อย่างที่หลายท่านได้บอก เริ่มต้นด้วยศูนย์ข้อมูลที่เด่นชัดอย่างที่ หลายท่านได้แนะนํา ที่สําคัญก็คือทําอย่างไรให้เป็นประโยชน์ทางพาณิชย์ เป็นประโยชน์ ทางเศรษฐกิจได้ และมีอยู่ท่านหนึ่งได้พูดถึงเรื่องความใจกว้างในเรื่องของการเป็นเจ้าของ สิทธิบัตร ซึ่งต่อไปอนาคตของโลกก็จะมีลักษณะเช่นนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางสุขภาพ ทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณประโยชน์ ทรัพย์สินเหล่านี้ถ้าหากว่าประเทศกําลังพัฒนาได้ผนึกกําลังกันเพื่อที่จะให้ทรัพย์สินเหล่านี้ เป็นทรัพย์สินที่ไม่จําเป็นจะต้องมีการอนุญาตในการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ก็จะทําให้ขั้นตอน กระบวนการในการที่จะได้มาซึ่งทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่จําเป็นจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง ครอบครอง เพราะว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่จําเป็นต่อสุขภาพ จําเป็นต่อสาธารณประโยชน์ ก็จะทําให้ปริมณฑลหรือบริบทของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติมากขึ้น เราจะต้องนําองค์ประกอบเหล่านี้มาประกอบกัน เพื่อท้ายที่สุดแล้วทรัพย์สินทางปัญญา ที่เราจําเป็นจะต้องยอมรับจากบริบทของโลก เราก็ค่อยพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้ที่มีบทบาทสําคัญ ในทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เรามีจุดเด่นในเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในเรื่องทรัพย์สินพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมดั้งเดิม เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้วมีกระเป๋าที่มีชื่อเสียง แบรนด์เนม (Brandname) ยี่ห้อหนึ่ง ถูกลอกเลียนแบบมากในประเทศหนึ่งซึ่งเป็นประเทศใหญ่ในเอเชีย มีคนไปสัมภาษณ์ เจ้าของแบรนด์เนม (Brandname) นี้ บอกว่าไม่กังวลหรือที่เขาลอกเลียนแบบมหาศาล ในประเทศหนึ่ง ในแบรนด์เนม (Brandname) ของท่าน เขาบอกเขาไม่มีความกังวลอะไรเลย เพราะว่าเขาเริ่มรู้จักยี่ห้อนี้แล้ว วันไหนที่เขามีเงินมากพอเขาคงใช้ของจริง เพราะว่า มันเท่ห์กว่า เพราะฉะนั้นทรัพย์สินทางปัญญามีหลายมุม มีหลายด้าน อยู่ที่ว่าจะทําอย่างไร ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป เศรษฐกิจกระแสใหม่ ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านอรมน รองประธาน ได้นําเสนอ เรื่องนี้ต่อท่าน แล้วก็เช่นเดียวกับที่ท่านปีติพงศ์ได้กล่าว ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ ความสนใจเรื่องนี้ และได้อภิปรายอย่างมีเนื้อหา มีข้อแนะนําที่ชัดเจน ซึ่งคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจจะได้นําไปปรับปรุงเพื่อจะทําให้การนําเสนอ เรื่องนี้ ซึ่งมีอยู่ท่านหนึ่งได้กรุณาบอกว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมากเรื่องหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ให้มีความสมบูรณ์ต่อไป ผมกราบขอบพระคุณทุกท่านครับ