อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงขั้นตอนการพิจารณาญัตติในที่ประชุม โดยเน้นให้สมาชิกเข้าใจกระบวนการก่อนลงมติและเปิดโอกาสให้อภิปรายอย่างเต็มที่ ก่อนให้ผู้เสนอกล่าวสรุปและขอผลมติ พร้อมเสนอให้แยกพิจารณาประเด็นการปฏิรูปองค์กรตำรวจและการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อความเหมาะสม และเชิญตัวแทนทั้งสองท่านขึ้นกล่าวชี้แจงต่อที่ประชุม
อย่าเพิ่งรับรองครับ อย่าเพิ่งเสนอญัตติซ้อนญัตติครับ กระทําไม่ได้ครับ ทําความเข้าใจก่อนนะครับ คือเมื่อมีสมาชิกเสนอญัตติด้วยวาจาต่อที่ประชุมเพื่อให้สภา ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามขั้นตอน เมื่อมีการขอผู้รับรองและผู้รับรองเกินกว่า ๑๐ คน หรือไม่น้อยกว่า ๑๐ คนให้การรับรองก็ถือว่าได้มีการพิจารณาญัตติแล้ว ซึ่งผู้เสนอญัตติ ได้อภิปรายแล้ว ก็เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ส่วนจะมีความเห็น เป็นอย่างไรนั้นสักครู่ก็จะขอมติครับ แต่ก่อนที่จะขอมติก็จะให้ผู้เสนอญัตติได้สรุปญัตติ เป็นคนสุดท้าย จากนั้นก็จะลงมติ มติก็จะเป็นไปตามที่ผู้เสนอก็คือว่า ขอให้สภาพิจารณามีมติ มอบหมายให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมไปพิจารณานะครับ ขั้นตอนก็มีเพียงเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็ขึ้นกับผู้อภิปรายนะครับ จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับญัตติที่ท่านวิทยาเสนอมาหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็อยู่ในขั้นตอนนี้ ก็ขอเชิญสมาชิกที่จะอภิปราย ถ้าไม่อภิปรายก็ถือว่าปิดอภิปราย แล้วก็ให้ผู้เสนอญัตติ สรุปญัตติ จากนั้นก็จะขอมติจากที่ประชุมครับ มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ ถ้าไม่มี ขอเชิญ ท่าน พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ เชิญครับ
พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๒๔ ครับ ท่านประธานครับ กระผมได้ฟังผู้ที่ เสนอญัตติและผู้ที่ได้ร่วมอภิปรายนะครับ ผมเองก็เป็นข้าราชการตํารวจเก่า แล้วก็ได้นั่งฟัง แล้วก็ถือโอกาสเรียนรู้ในสภาที่ทรงเกียรตินี้ด้วยนะครับ สิ่งที่ผมฟังจะสรุปย่อ ๆ ว่าการเสนอ ญัตติครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๔๓ สรุปใจความได้ว่ามี ๒ ประเด็น คือเป็นสาระของเรื่องหลัก ๆ คือการปฏิรูปองค์กรตํารวจ หรือเรียกว่าปฏิรูปโครงสร้างหรือปฏิรูปส่วนรวมทั้งหมดของตํารวจ อันที่ ๒ แยกออกมา การแต่งตั้งโยกย้ายนะครับ จริง ๆ แล้วมันจะเป็น ๒ ปม หรือ ๒ ประเด็นนะครับ โดยเฉพาะ อันที่ ๒ นี้เป็นส่วนที่อยู่ในกระแสหรือเป็นส่วนที่อยู่ในปรากฏการณ์ของสังคมหรือแม้แต่ ตํารวจนะครับ ทั้ง ๒ ส่วนนี้เป็นส่วนสําคัญ แต่นัยสําคัญนี้ก็ต้องอาศัยกาลเวลาแล้วก็รากเหง้า แล้วความเป็นมาทั้งคู่ การปฏิรูปตํารวจมีมาตั้งแต่หลายยุคหลายสมัยนะครับ ตั้งแต่ผมเป็น นักเรียนจนกระทั่งเกษียณราชการก็ยังอยู่ในส่วนของการปฏิรูป หลายส่วนไม่ว่ารัฐบาล ยุคไหนหรือการปกครองยุคไหนก็ตามก็จะเน้นเรื่องการปฏิรูปหรือการผ่าตัดแล้วแต่จะใช้ การผ่าตัดอะไรต่าง ๆ นี้เมื่อก่อนก็ผ่าตัดอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ตรงนี้ก็เหมือนบ้านครับ ตรงนี้ ผมว่าต้องใช้เวลาแล้วก็มีการศึกษา อย่างเช่น กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมก็ได้ศึกษา เราคงพอรู้กันว่ามีประมาณ ๙ ประเด็น แล้วก็ยังมีชุดต่าง ๆ เสนอมานะครับ ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าคงต้องแยกกันระหว่าง ๒ ส่วนนี้ แบ่งเป็น ๒ ส่วนก็คือ ส่วนของการปฏิรูปหรือรีฟอร์ม (Reform) อะไรต่าง ๆ คงแยกไปนะครับ หวนกลับมาส่วนที่ ๒ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายผมเชื่อว่าผู้ที่เป็นตํารวจ หรือไม่เป็นตํารวจก็ตามคงเฝ้าติดตามเรื่องนี้ โดยเฉพาะตํารวจทั้งประเทศก็ติดตามเรื่องนี้ ตรงนี้ท่านประธานครับ เรื่องการแต่งตั้ง ผมฟังมาตั้งแต่ผมอยู่ชีวิตสายอาชีพตํารวจนี้ครับ ผมได้ยินคํานี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ จนเป็นตํารวจ จนเกษียณในตําแหน่ง พลตํารวจเอก เช่น ผู้ปฏิบัติการแต่งตั้งนี้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา การแต่งตั้งขึ้นอยู่กับหลักคุณธรรม การแต่งตั้งควรจะให้เกียรติกับพ่อบ้าน พ่อปกครองลูก อธิบดีกรมตํารวจ สมัยก่อน เรียกเช่นนั้น ต่อมาเป็น ผบ.ตร. ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ต้องสง่างาม ก็คือให้เกียรติสูงสุด กับพ่อบ้าน พ่อปกครองลูก ผมเชื่อว่าในโลกนี้คงไม่มีคนไหนที่จะฆ่าลูกตัวเองได้ลงคอนัก ผมว่าบางครั้งเราอาจจะได้ยินว่า ของดี ๆ ต้องให้ลูกคนอื่นกิน ต้องให้ลูกต้องกลืนน้ําตานะครับ พ่อก็คงนอนไม่หลับ ผมเชื่อว่า เช่นนั้นไม่มี แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ยังรักลูกนะครับ ผมเชื่อและผมให้เกียรติอดีตอธิบดีกรมตํารวจ ผมให้เกียรติ ผบ.ตร. ถึงแม้ผมไม่ได้เป็น ผบ.ตร. นะครับ แต่ผมก็ให้เกียรตินะครับ และผม เชื่อมั่นว่าสี่เสาหลัก จะเป็นด้านกองทัพต่าง ๆ หรือแม้แต่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมเชื่อว่า ผู้นําต้องสง่างามนะครับ และถ้าหากว่ามันมีแรงกระเพื่อมหรือแรงอื่นใดที่มากระทบอิมแพกต์ (Impact) ขออนุญาตภาษาอังกฤษ ตรงนี้ก็ต้องให้เกียรติบ้านนี้นะครับ เพราะฉะนั้นข้อที่ ๑ เรื่องการปฏิรูป ผมว่าให้เดินไปครับ ส่วนตรงนี้วกไปอีก เรื่องการแต่งตั้ง หลายท่านได้เสนอว่า เป็นเรื่องด่วน ให้ขยายว่าพูดวันนี้ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงให้จบเลยนะครับ แล้วก็อภิปรายย่อย ๆ ไปส่วนหนึ่ง แต่ว่ามีการวิ่งเต้น ซึ่งได้ยินมาตลอดนะครับ มีการจ้างให้ออก ผมลึกลงไป นิดหนึ่งว่าการจ้างให้ออกนี่มันก็มีการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือมีการตรวจสอบมาหลายครั้ง หลายหนแล้วนะครับ บางส่วนบางท่านอภิปรายว่าวินวิน (Win Win) ตรงนี้ผมคิดว่าต้อง ให้เกียรติพ่อบ้าน พ่อบ้านจะเป็นใคร ผบ.ตร. หรือรอง ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ถ้าทําไม่ดี ผู้ที่เหนือ ผบ.ตร. ไต่ระดับขึ้นไป ผมคิดว่าชาตินี้บ้านเมืองนี้ผมคิดว่าก็ต้องจัดการนะครับ ผมคิดว่าคงต้องเป็นเช่นนี้มากกว่า มิเช่นนั้นเราก็อยู่กันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่องแต่งตั้งควรจะต้องให้ผู้นําหน่วยมาถามมาตอบหรือมาชี้แจง กับส่วนเรื่องปฏิรูปแยกไปก่อน ครับท่านประธาน ผมเสนอเช่นนี้ครับ เพราะว่ามิฉะนั้นแล้ว ๒ เรื่องมันเป็นเรื่องใหญ่ทั้งคู่ แต่ว่าเรื่องแต่งตั้งมันเป็นปรากฏการณ์ครับท่านประธาน ก็ขอให้แยกออกแล้วก็สอบถาม แต่อย่างไรก็ตามผมขอฝากไว้ว่าลูกทั้ง ๒๐๐,๐๐๐ คนคงเฝ้าชะเง้อมองว่าพ่อบ้านจะทํา อย่างไร แต่ว่าพ่อบ้านนี่ผมพูดอีกนิดหนึ่งว่าเขาคงไม่รังแกลูกหรอกครับ ไม่ฆ่าลูก ถ้ามัน ไม่เกิดภาวะอะไรที่เกิดขึ้น ผมคงตอบไม่ได้ว่าทําไมพ่อต้องทํากับลูกแบบนี้ ท่านประธานครับ และผมหวนมาอีกทีว่าระหว่างการปฏิรูปกับการแต่งตั้งต้องแยกกันก่อน แล้วก็ควรตอบ คําถามเรื่องการแต่งตั้ง เพราะว่าเรามีการกําหนดการอภิปรายว่าจะออกคําสั่งตั้งแต่เมื่อคืนนี้ กี่ทุ่ม ๕ ทุ่มอะไรต่าง ๆ แล้วเมื่อสักครู่นี้เราก็ถามว่าออกคําสั่งออกหรือยัง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็นํามาเสนอเป็นญัตติด่วน ฉะนั้นท่านประธานก็ลองวางน้ําหนักที่การแต่งตั้งนะครับ โดยผ่านกลไกของราชการหรือกลไกของทางระบบที่มีอยู่แล้ว ท่านประธานมีอยู่แล้วครับ ไม่ใช่สํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างเดียว กระทรวงอื่นทําไมถึงไม่พูดบ้างครับ ก็มีอีก นะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านกษิต ภิรมย์ แล้วก็ต่อด้วยท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์