ภัทรียา สุมะโน หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยเสนอแนะการจัดตั้งองค์กรและกองทุนใหม่เพื่อสนับสนุนแผนปฏิรูปของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และขอให้เพิ่มงบประมาณให้กับกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาให้หน่วยงานภาครัฐเข้มแข็งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออภิปรายพร้อมข้อเสนอแนะ ในร่างพระราชบัญญัติสมัชชาศิล ปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ใน ๒ ประเด็น ประเด็นแรกก็คือการจัดตั้งองค์ใหม่ ประเด็นที่ ๒ ก็คือการจัดตั้งกองทุนใหม่ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันเคยอภิปรายในวาระอื่น ๆ มาหลายครั้งแล้วในเรื่องของการตั้งองค์กรใหม่ เพราะว่าการตั้งองค์กรใหม่มิใช่การปฏิรูป การปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและ ระบบโดยสันติวิธี ด้วยความเคารพคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ดิฉันตระหนักดีถึงความสําคัญ ความสุนทรีย์ของศิลปะ วัฒนธรรม ค่านิยม ศาสนา จริยธรรมที่ท่านกําลังดําเนินการ แล้วก็ขอเรียนว่าในแผนปฏิรูป ที่ท่านได้นําเสนอมา ทั้งหลักการ เหตุผลต่าง ๆ ก็ล้วนเปึนเรื่องที่ดีควรที่จะสนับสนุน
เปึนอย่างยิ่ง มีความละเอียดรอบคอบในทุกประเด็น แต่การอภิปรายของดิฉันนั้น มีความมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมในประเด็นน่าที่จะทําให้แผนปฏิรูปของท่านนั้นมีความเปึนไปได้ ในทางปฏิบัติค่ะ เพราะว่าเมื่อแผนปฏิรูปของเราผ่านไปแล้ว อนาคตผู้ดําเนินงานตามแผน มิใช่เรา มิใช่ สปช. แต่ว่าจะเปึนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเราก็ไม่อาจจะแน่ใจ ได้ว่าเขาจะนําแผนและทั้งหมดที่เราเสนอนี่ไปขับเคลื่อนในทางปฏิบัติทั้งหมดหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าถ้าเราเสนออะไรที่มันไม่ยากแล้วก็สามารถที่จะทําได้จนได้รับ การขับเคลื่อนนี่น่าจะดีกว่า ในร่างพระราชบัญญัติสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... กําหนดให้มีองค์กร คณะกรรมการองค์กรสมัชชา หน่วยงานใหม่ทั้งสิ้นประมาณ ๖ ประการ ซึ่งมีรายละเอียดมากดิฉันอาจจะได้พูดถึงเหลือ ๒ นาทีแล้ว แต่เช่นเดียวกับ ทุกกรรมาธิการที่เสนอมานี่ก็จะมีลักษณะของการที่เ ปึนนิติบุคคลที่ไม่เปึนส่วนราชการ ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นเข้าใจว่าคงใช้ในส่วนของกองทุน ดิฉันก็จะขอเสนอในเวลาอันสั้นว่า
เรามีกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเปึนหน่วยงานภาครัฐที่เกิดมาเมื่อป้ ๒๕๔๕ นี่เอง ทํางาน ไม่คล่องตัว งบประมาณน้อย แล้วก็ได้รับการกล่าวจาก สปช. นิรันดร์เมื่อสักครู่ ขออภัย ที่เอ่ยนามว่าเปึนกระทรวงเกรดซี (Grade C) ดิฉันก็เพิ่งทราบนะคะ ที่จริงแล้วกระทรวง วัฒนธรรมน่าจะเปึนกระทรวงเกรดเอ (Grade A) เพราะว่าภารกิจเปึนเอกลักษณ์ของชาติ ส่งเสริมสนับสนุนเอกลักษณ์ของชาติของเรา แต่ว่าอ่านประวัติแล้วนะคะ พูดสั้น ๆ โดยเร็วว่า กระทรวงวัฒนธรรมเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วละเมื่อป้ ๒๔๙๕ แต่ว่าถูกยุบโดยการเมือง ในป้ ๒๕๐๑ เหลือเปึนกรมเล็ก ๆ จากนั้นก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด จนกระทั่งเกิดขึ้นมา ในป้ ๒๕๔๕ ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนการเกิดที่ดีและกําลังจะเข้มแข็งยิ่งขึ้น มองจากระดับของ สภาวัฒนธรรมจังหวัด ๗๗ จังหวัดเปึนระดับ ๙ แล้ว ในขณะที่กรมประชาสัมพันธ์เกิดมา ๘๒ ป้กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดยังเปึนระดับ ๘ อยู่แล้ว สภาวัฒนธรรมจังหวัด ระดับ ๙ นะคะ แล้วก็เปึนประธานสภาวัฒนธรรมแห่งชาติของจังหวัด ซึ่งสภาวัฒนธรรม จังหวัดก็ควรจะต้องมีความเข้มแข็ง เสริมความเข้มแข็งให้เขานะคะ ด้านกองทุน กระทรวงวัฒนธรรมมีกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ แต่งบประมาณ นิดเดียวเพราะฉะนั้นก็จึงไม่สามารถที่จะดูแลงานวัฒนธรรมหรือว่าศิลป่นพื้นบ้านอะไร ทั่วประเทศได้แต่ว่าเราทําไมไม่พัฒนาส่งเสริมให้กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมเปึนระดับชาติ ขึ้นมาคือดิฉันพยายามเสนอในสิ่งที่มีอยู่แล้ว แล้วก็ทําให้มันใหญ่ขึ้น เข้มแข็งขึ้น ทํางาน ได้ทันที กองทุนวัฒนธรรมแห่งชาติที่เสนอตั้งมาดิฉันยังมองไม่เห็นว่ามันจะตั้งได้เร็ว หรือจะตั้งได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เรามีกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมซึ่งขึ้นอยู่กับกรมส่งเสริม วัฒนธรรมของกระทรวงวัฒนธรรมปฏิรูปให้เขาเปึนกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ในระดับชาติไม่ดีหรือคะ เอาหลักการ เหตุผลอะไร วิธีการอะไรที่ท่านเขียนเสนอมาตั้ง กองทุนวัฒนธรรมแห่งชาติเข้าไปเสริมให้เขา แล้วก็ของบประมาณเพิ่มในตรงนี้มันก็จะได้ ทั้ง ๒ อย่าง หลายคนบอกดิฉันว่าการที่กรรมาธิการต่าง ๆ เขาเสนอตั้งองค์กรใหม่ ๆ กองทุน อะไรขึ้นมาก็เพราะว่าหน่วยราชการทํางานไม่ดี ทํางานช้า บุคลากรก็ไม่เก่ง ดิฉันก็ขอคัดค้านว่า ในฐานะเปึนข้าราชการมา ๓๙ ป้ ดิฉันขอยืนยันว่าภาคราชการคือกลไกหลักของชาติ เปึนกลไกหลักของการบริหารงาน เปึนมือเปึนไม้ เปึนเครื่องมือของรัฐบาลในการทํางาน ทําไมเราไม่พัฒนาให้หน่วยราชการต่าง ๆ ที่เรามีอยู่เปึนเครื่องมือของเราเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะทํางานได้เร็วแล้วก็มีความเปึนไปได้ในทางปฏิบัติ ขอบคุณค่ะ