อําพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องกรอบความคิดรวบยอดที่อยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการ โดยยกย่องกรอบความคิดว่าสมบูรณ์และมีศิลปะ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องแผนแม่บทระดับชาติว่าด้วยศิลปวัฒนธรรม โดยขอให้กรรมาธิการพิจารณาเปลี่ยนชื่อเป็น "แผนยุทธศาสตร์" เพื่อให้เหมาะสมกับความสำคัญและความกว้างของแผน และยังหารือเรื่องการก่อตั้งองค์กรสมัชชาศิลปวัฒนธรรม และการกระจายอำนาจให้ชุมชนมีบทบาทในการจัดการทรัพยากรศิลปวัฒนธรรม
ขอบพระคุณครับท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องขออภัยที่เมื่อสักครู่ไม่อยู่นะครับ ผมจะขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้กราบเรียนเป็นการให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อรายงาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ซึ่งท่าน ได้เสนอรายงานวาระปฏิรูปที่ ๓๕ ในกรอบแรกนะครับ ผมมีสัก ๓ ประเด็น ไม่ยาวครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องกรอบความคิดรวบยอดที่อยู่ในรายงานหน้า ๑๒ นะครับ เมื่อเช้านี้ก็มีเพาเวอร์พอยท์ ผมเรียนว่ากรอบความคิดรวบยอดของท่านอาจจะเรียกว่า เป็นกรอบความคิดที่มีสาระครบ และมีศิลปะงดงามที่สุดเท่าที่เราเห็นในสภาแห่งนี้นะครับ เพราะว่ารูปแบบที่ท่านออกกรอบความคิดออกมา นอกจากสาระครบถ้วนแล้ว ท่านยังได้ ออกรูปแบบที่สวยเหลือเกิน เพื่อนสมาชิกไปดูเปรียบเทียบกับคณะกรรมาธิการชุดอื่น จะพบว่าไม่มีใครออกแบบสวยได้เท่านี้นะครับ อันนี้คือศิลปะ วัฒนธรรม แต่มันอยู่ในจิตใจ อยู่ในอะไรลึก ๆ ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นความงามอย่างยิ่งครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียน คือ ๔ มุมที่เป็นรูปคล้าย ๆ หยดน้ําที่อยู่ ในกรอบความคิดนี้นะครับ ผมแตะไปที่เรื่องแผนแม่บทระดับชาติว่าด้วยศิลปวัฒนธรรม ที่ท่านกําหนดให้มีซึ่งเป็นหยดน้ําที่อยู่ด้านล่าง ขออนุญาตกราบเรียนว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วยว่า มีความสําคัญ แต่อยากจะฝากกรรมาธิการว่าตรงนี้ท่านน่าจะเรียกว่าเป็นแผนยุทธศาสตร์ ว่าด้วยศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติหรือไม่ แล้วที่ท่านใช้คําว่า ยุทธศาสตร์ ใน ๔-๕ ที่นี้ ผมคิดว่า น่าจะเป็นเรื่องแนวทาง แผนแม่บทน่าจะเป็นแผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ เหตุผลของผมอย่างนี้ครับ ท่านได้เขียนคําจํากัดความของแผนแม่บทเอาไว้ว่าหมายถึง นโยบายและแผนงานหลักขององค์กร หรือหน่วยงานหนึ่ง ๆ ที่มุ่งตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์หลัก ท่านเขียนไว้ในนี้ ซึ่งถ้าเป็นแผนแม่บทมันเป็นเรื่องขององค์กร ของหน่วยงานครับ แต่สิ่งที่ท่านทํานั้นใหญ่กว่าหน่วยงานและองค์กรอย่างมาก ท่านกําลังทํา แผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยศิลปะ วัฒนธรรมแห่งชาติ ผมคิดว่าจะมีความสําคัญและใหญ่กว่า และกว้างกว่า แล้วตรงประเด็นมากกว่าที่จะเป็นแผนแม่บทครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากกราบเรียน คือท่านมีหยดน้ําอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเช้า ท่านประธานได้กล่าวไปโดยละเอียดแล้ว เรื่องการตั้งองค์กรสมัชชาศิลปวัฒนธรรมที่บอกว่า เป็นรูปแบบเฉพาะ ในคําท่านมี ๒ คําครับ ท่านใช้คําว่า องค์กรสมัชชา ผมกราบเรียนว่า ตรงนี้ฝากท่านกรรมาธิการได้กรุณามองให้ทะลุว่าท่านกําลังจะเสนออะไร ผมคิดว่าถ้าพูดถึง สมัชชาจะมีอยู่ ๓ แบบครับ แบบที่ ๑ คือสมัชชาในรูปขององค์กรที่มีสมาชิกตายตัว จากกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ซึ่งในนี้ท่านเขียนทั้งเป็นกรรมการหรือสมาชิก ผมคิดว่ายังมีความไม่ชัดเจนอยู่ ในขั้นที่ ๒ ท่านคงจะทําต่อไปชัดเจนขึ้น สมัชชาอีกแบบหนึ่ง คือเป็นสมัชชาแบบกระบวนการ มีส่วนร่วมตามประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม จะไม่มีสมาชิกตายตัว ไม่มีกรรมการตายตัว แต่มีกลไกที่มาสนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม อันนี้เป็นอีกแบบหนึ่งครับ แบบที่ ๓ คือสมัชชาผสมระหว่างการมีสมาชิกแบบตัวแทนและการเป็นกระบวนการแบบมีส่วนร่วม ผมกราบเรียนฝากว่าตรงนี้อาจจะต้องคิดให้ชัดว่าท่านต้องการสมัชชาแบบไหน เพราะท่านใช้ คําว่า องค์กรสมัชชา ต้องระมัดระวังนะครับ การมีองค์กรจะทําให้มีสมาชิกประจํา และจะ เป็นเจ้าเข้าเจ้าของทําให้การมีส่วนร่วมน้อยลง ผมกราบเรียนว่าเราเองนั้นมีประสบการณ์ ในการขับเคลื่อนเรื่องสมัชชามาด้วยกันหลาย ๆ เรื่อง หากคณะกรรมาธิการคิดว่า จะมีประโยชน์ในการเข้าไปร่วมคิด ให้ข้อคิดเห็นและร่วมกันสร้างกลไกนี้ ทางกระผมยินดี อย่างยิ่งนะครับ ก็เป็นประเด็นสําคัญ ๆ ที่ฝากไว้ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในหน้า ๑๖ ฝากท่านตรวจสอบรายงานนิดหนึ่ง มันมีคําว่า ส่วนที่ ๒ โผล่ออกมา โดยผมพยายามหา ส่วนที่ ๑ แล้วผมหาไม่เจอนะครับ อันนี้คงอาจจะเป็นเรื่องเทคนิคเล็กน้อยที่ฝากกราบเรียนว่า ในรายงานมันมีปรากฏส่วนที่ ๒ มาตรการเร่งด่วนขึ้นมา โดยที่ผมไม่เห็นส่วนที่ ๑ ครับ อันนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย
สุดท้ายมีเวลาสั้น ๆ ผมขอกราบเรียนมาเชื่อมโยงกับที่คุณประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ได้กล่าวไปสักครู่นี้ เรื่องพิพิธภัณฑ์ที่จังหวัดนครปฐม ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้แสดงถึง ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นครับ ที่จะต้องมีหน้าที่เข้ามาจัดการทรัพยากรโดยชุมชน ซึ่งหมายถึงทุนทางสังคมและศิลปวัฒนธรรมด้วย แสดงถึงการตื่นตัวของชุมชนท้องถิ่น ของสังคมไทยที่จะเข้ามามีบทบาทหวงแหนศิลปวัฒนธรรมและเป็นเจ้าของ เจ้าภาพมากขึ้น เป็นการส่งสัญญาณบอกกับราชการส่วนกลางว่า ถึงเวลาที่ต้องคิดกระจายอํานาจและกระจาย ความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปวัฒนธรรม การจัดการทรัพยากรโดยชุมชนท้องถิ่นนั้น ควรจะให้เป็นบทบาทของชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดของกรรมาธิการชุดนี้ ที่ได้ออกแบบไว้ทั้งหมดครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ