สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๗ · ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

รสนา โตสิตระกูลพูดถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทย และความจำเป็นในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางวัฒนธรรมของประเทศให้มากขึ้น เพื่อให้มูลค่าทางเศรษฐกิจและความยิ่งใหญ่ของประเทศ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันเองก็ขอแสดงความชื่นชมในการทํารายงานชิ้นนี้ ของทางคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะการพูดถึงเรื่องของศิลปวัฒนธรรมในแง่ของการสร้างคุณค่า แล้วก็มูลค่าในทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดิฉันเองก็เห็นว่าในส่วนที่เป็นเรื่อง ของคุณค่าคือต้องบอกว่าวัฒนธรรมไทยนั้นเป็นส่วนที่ได้สะท้อนคุณค่าในแง่ของความดี ความจริง แล้วก็ความงาม ทีนี้ในส่วนตรงนี้ต้องบอกว่าความดี ความจริง และความงามนั้น ได้สะท้อนออกมาครอบคลุมในเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัจจัย ๔ ที่เราจะต้อง ใช้ชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าวัฒนธรรมไทยเรานั้นต้องถือว่ามีความรุ่มรวยอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในส่วนของปัจจัย ๔ เรามีอาหารไทย เรามีผ้าไทย เรามียาไทย เรามีบ้านที่เป็นแบบไทย แล้วก็รวมไปถึงในเรื่องของอื่น ๆ มวยไทย วรรณกรรมไทยทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่า มีไม่กี่ประเทศที่เขาจะมีวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายแล้วก็อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ ซึ่งถ้าจะเปรียบไปดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถือว่ามันเป็นทุนในทางวัฒนธรรมเหมือนกับ ทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ในประเทศเรา ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องของแร่ต่าง ๆ รวมไปถึงทรัพยากรในทางเกษตร ความหลากหลายทางพันธุกรรมและ ความหลากหลายอื่น ๆ เหล่านี้ แต่ต้องบอกว่าวัฒนธรรมของเราจะเป็นวัฒนธรรมอ่อน เพราะฉะนั้นเราอาจจะผสมผสาน คนอื่นได้ง่าย แล้วก็ในทางเดียวกันเราก็อาจจะถูกครอบงําได้ง่ายด้วย คนไทยเราอาจจะยังขาด ความสามารถในการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถที่จะจัดการกับทรัพยากร ในทางวัฒนธรรมของเราเพื่อให้เกิดมูลค่าในทางเศรษฐกิจอย่างประเทศอื่นเขา ซึ่งถ้าเราเห็น อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง วัฒนธรรมที่ประเทศเกาหลีนํามาเป็นตัวแสวงหาสร้างมูลค่าในทางเศรษฐกิจ เราอาจจะ พูดถึงประเทศเกาหลีเยอะ ดิฉันอยากลองยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ดู ประเทศสิงคโปร์ จริง ๆ เป็นประเทศเกิดใหม่เมื่อประมาณสักปี ๒๕๐๗ โดยประมาณ ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกว่า ประเทศเขาแทบจะไม่มีรากเหง้าอะไรเลยด้วยซ้ําไป แต่ว่าเขาได้ไปพบตุ๊กตาเป็ดที่งมได้จาก แม่น้ําเป็นตุ๊กตาเป็ดของเด็กที่เด็กเป็นของเล่น ซึ่งเวลานี้เขาก็มาสร้างตุ๊กตาเป็ดขนาดใหญ่ กลายเป็นจุดขายในทางวัฒนธรรมของเขา หรือประเทศสิงคโปร์เองเวลานี้เขากลับไปหา รากเหง้าความเป็นเทมาเส็ก (Temasek) ของเขา ซึ่งมีรูปของสิงโตพ่นน้ําเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง ของประเทศของเขาเช่นเดียวกันนะคะ แล้วเขาสามารถใช้ความเข้มแข็งหรือรากเหง้าตรงจุดนี้ ในการที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ในทางวัฒนธรรม การเมือง แล้วก็เศรษฐกิจ เป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ว่ามาถือหุ้นในประเทศไทยมหาศาล ขณะที่เราเองมีสิ่งที่เป็นของเรามากมาย อย่างที่ดิฉัน กล่าวไปในเบื้องต้นว่า ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย มวยไทย นวดไทย การแพทย์แผนไทย ยาไทย รําไทย ดนตรีไทย วรรณกรรมไทย ผ้าไทย แต่ปรากฏว่าเราไม่ได้พยายามที่จะสร้างมูลค่า ของสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ดิฉันเองเห็นฝรั่งมาทําตํารานวดไทยแล้วมาขายคนไทยด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาหารไทยเรามีภัตตาคารอาหารไทยไม่น้อยที่บริหารหรือเป็นเจ้าของโดยฝรั่งต่างชาติ นอกจากนั้นแล้วยาไทย ยกตัวอย่างสักตัวหนึ่งสมุนไพรไทยเปล้าน้อย สมัยก่อนดิฉันเองเคยดู ในกรณีที่ญี่ปุ่นมาเก็บตําราสมุนไพรไทยไปทําอย่างเช่น เปล้าน้อย มันเป็นตัวเดียวเท่านั้นเอง เขาใช้สัญลักษณ์ซีเอส ๖๘๔ (CS 684) แสดงว่าเขามีจํานวนมากที่เขาเอามาพัฒนา แล้วปรากฏเปล้าน้อยกลายเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่ดีที่สุดในโลกที่บอกว่าไม่มีผลข้างเคียงเลย แต่ปรากฏว่าเราเองไม่สามารถที่จะทําสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นมูลค่าของเราขึ้นมาได้ หรือมวยไทย เวลานี้ก็มีชื่อเสียงไปชกอยู่ต่างประเทศ ต่อไปวรรณกรรมไทย เมื่อสักครู่ดิฉันได้คุยกับ เพื่อนสมาชิก ท่านเล่าให้ฟังว่าเวลานี้แม้แต่ประเทศเกาหลีก็มาซื้อวรรณกรรมไทยไปเพื่อที่จะ ไปทําเป็นภาพยนตร์หรือไปดัดแปลง สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าเรามีของดีอยู่จํานวนมาก แต่ปรากฏว่า เราไม่สามารถที่จะต่อยอดทําให้ของดีเหล่านี้สามารถมาสร้างมูลค่าในทางเศรษฐกิจให้กับเรา กลายเป็นว่าทุนทางวัฒนธรรมของเรามันกลายเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่ประเทศอื่น เอาไปใช้สร้างมูลค่าให้กับประเทศเขา เช่นเดียวกับทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็น ปิโตรเลียม ไม่ว่าจะเป็นแร่ คุณคิดดูทองคําประเทศไทยนี้มีบริษัทของประเทศออสเตรเลีย มาขุดเจาะเอาไปสร้างความร่ํารวย แต่ว่าทิ้งสิ่งที่เป็นมลภาวะไว้ในประเทศไทย หรือแม้แต่ ปิโตรเลียมเองเราก็ปล่อยให้ต่างชาติมาทํานะคะ โดยเราคิดว่าคนไทยไม่มีความสามารถ ซึ่งดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่าถ้าหากว่าเรามีการต่อยอด ในเรื่องเหล่านี้ให้มากพอนี่ ประเทศชาติเราควรจะเป็นมหาอํานาจ การที่เรามีทุนทางวัฒนธรรม ขนาดนี้เราควรจะเป็นมหาอํานาจ แต่ว่าสิ่งที่สําคัญเวลานี้คือความที่เราเป็นวัฒนธรรมอ่อน เราจึงถูกครอบงําโดยวัฒนธรรมอื่น วัฒนธรรมไทยในทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่วัฒนธรรมของ มือใครยาวสาวได้สาวเอานะคะ วัฒนธรรมไทยในทางเศรษฐกิจมันเป็นระบบสังคมนิยมอ่อน ๆ อย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ เรียก ธรรมิกสังคมนิยม เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และแบ่งปันกันในหลักทางพุทธศาสนา แต่เวลานี้เราถูกครอบงําโดยวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งเอาเรื่องของการแข่งขัน มือใครยาวสาวได้สาวเอาเข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจของเรา เพราะดิฉันคิดว่านอกเหนือจากการที่เราจะส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมทั้งหลายซึ่งดิฉันเห็นด้วย ไม่ว่าจะมีเรื่องกองทุน ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่สําคัญทําอย่างไรที่เราจะทําให้ วัฒนธรรมที่มันอยู่ในเนื้อในตัวของเรานั้นมันได้เปล่งประกายแล้วก็นํามาสู่สิ่งที่การสร้างมูลค่า แล้วก็สร้างการอยู่ร่วมกันในประเทศของเราอย่างดีมากกว่านี้ ดิฉันเองอยากเห็นรัฐบาล สนับสนุนมากกว่านี้ แม้แต่ดนตรีไทยถ้าหากว่าจะสามารถทําให้ดนตรีไทยเหล่านี้ไปอยู่ใน ไม่ว่าจะเป็นงาน อย่างเช่น งานศพ งานแต่งงาน งานอะไรเหล่านี้ ถ้าเราสร้างให้เกิดตลาดเหล่านี้ ขึ้นมามันก็จะส่งเสริมให้ศิลปะเหล่านี้มันคงอยู่ต่อไปได้ เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็มีเวลาน้อย แต่ว่าขอสนับสนุนคณะกรรมาธิการชุดนี้ในส่วนที่อยากจะผลักดันให้มีกองทุนเหล่านี้ขึ้นมา ก็เห็นด้วย ขอสนับสนุนค่ะ ขอบคุณค่ะ