สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๗ · ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ภัทรียา สุมะโน หารือเรื่องยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเสนอว่าควรจัดตั้งสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ กองทุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ และการส่งเสริมเปิดพื้นที่สื่อ ทุกรูปแบบ โดยเป็นสื่อบูรณาการ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ ขออภิปรายในประเด็นยุทธศาสตร์ ของการปฏิรูปศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมา ๔ ยุทธศาสตร์ย่อย คงไม่สามารถพูดได้ทั้งหมดนะคะ อย่างไรก็ตามก็จะพูดเท่าที่เวลาอํานวยนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ก่อนอื่นดิฉันขอเรียนว่า ศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งจรรโลงโลก เป็นเครื่องแสดงเอกลักษณ์ แล้วก็ความเจริญของประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลสมัยหนึ่งได้เห็นความสําคัญของงานวัฒนธรรม จึงได้เสนอตั้งกระทรวงวัฒนธรรม ขึ้นมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ทั้งที่ในอดีตกาล ๘๐ ปีที่แล้ว คือประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๖ งานวัฒนธรรม เป็นเพียงแผนกงานเล็ก ๆ อยู่ในกรมโฆษณาการ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมประชาสัมพันธ์ ในเวลาต่อมา ๘๐ ปีผ่านไปกรมประชาสัมพันธ์ก็ยังคงเป็นหน่วยงานระดับกรม ในขณะที่ งานวัฒนธรรมเล็ก ๆ ได้ขยายขึ้นมาเป็นกระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานที่ใหญ่ มีวัฒนธรรม จังหวัดประจําอยู่ ๗๗ จังหวัดในระดับ ซี ๙ ขณะที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดของกรมประชาสัมพันธ์ ก็ยังคงเป็นข้าราชการระดับ ๘ ดิฉันพูดตรงนี้เพื่อให้เห็นความสําคัญของกระทรวงวัฒนธรรม ของการพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมของประเทศ ซึ่งได้พัฒนาต่อมา แต่แน่นอนค่ะงานราชการ ทุกอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ ดังนั้นทางคณะกรรมาธิการนี้ได้เสนอยุทธศาสตร์มา ๒ เรื่อง ที่ดิฉันก็ขอสนับสนุนนะคะ นั่นก็คือการจัดตั้งสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ และกองทุนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่ทั้ง ๒ หน่วยนี้ทางคณะกรรมาธิการเสนอมา เป็นภาคประชาชนค่ะ แล้วก็ในรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ค่อยชัดเจนนะคะ ท่านประธานเนาวรัตน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้นําเสนอว่าในเรื่องขององค์กรสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ จะไม่เหมือนสมัชชาอื่น ๆ ในรัฐธรรมนูญที่ร่างมา คือท่านบอกว่าเป็นงานหลวม ๆ ประชุม ปีละ ๔ ครั้ง แล้วก็ไม่มีอะไรใหญ่โตมากมาย ดิฉันเห็นตรงข้าม ถ้าจะตั้งขึ้นมาก็ตั้งให้แน่น เสียเลย หลวมทําไมล่ะคะ ดิฉันยังมองไม่เห็นภาพองค์ประกอบอะไรต่าง ๆ ที่จะสร้างขึ้นมา รวมทั้งเงินทุนอะไรทั้งหลายนี่นะคะ ดิฉันเห็นว่าถ้าจะตั้งขึ้นมาจริงเราก็ร่วมมือกันได้ระหว่าง ภาครัฐกับภาคประชาชนนะคะ กระทรวงวัฒนธรรมน่าจะเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กรของรัฐ ที่จะช่วยตรงนี้ได้ ดิฉันก็ยังนึกไม่ออกว่ามันจะเป็นแบบไหน แต่ว่าทั้งกองทุนส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติและสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติน่าจะเป็น ๒ หน่วยงาน ที่ควรตั้งขึ้น คือเท่าที่ดูกรรมาธิการเสนอมานี่ ไม่อยากจะอยู่ในภาครัฐนะคะ ไม่อยากจะ เกี่ยวข้องอะไรกับภาครัฐ แต่ท่านหนีภาครัฐไม่พ้นหรอกนะคะ ภาครัฐมีทั้งเงินทุนประเดิม ที่ท่านต้องการ มีทั้งอะไรต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนได้ อาจจะมีภาคประชาชนเข้ามา โดยการที่มาเป็นคณะกรรมการร่วมกันระหว่างข้าราชการกับภาคประชาชนที่จะเข้ามา เพื่อที่จะทํางาน เพราะว่าดิฉันเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่ท่านเสนอก็เพื่อที่จะให้ความเข้มแข็ง กับภาคประชาชนในเรื่องของการดําเนินการด้านศิลปวัฒนธรรม เพราะมันมีถึง ๗๗ จังหวัด แล้วก็มีศิลปวัฒนธรรมมากมายที่ภาครัฐอาจจะเอื้อมมือไปไม่ถึง แต่ถ้าเราร่วมกันก็น่าจะ เป็นไปได้นะคะ เวลาใกล้หมดแล้ว ดิฉันมีตั้งหลายเรื่องที่จะพูดนะคะ

ดิฉันก็อยากจะพูดถึงยุทธศาสตร์ในเรื่องของการส่งเสริมเปิดพื้นที่สื่อ ทุกรูปแบบนะคะ ในหน้า ๑๕ ที่บอกว่าจะให้เน้นเฉพาะสื่อวิทยุกระจายเสียงและสื่อวิทยุ โทรทัศน์ ดิฉันก็เห็นต่างนะคะ ทุกวันนี้ภูมิทัศน์สื่อมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เด็กวัยรุ่นงานวิจัย บอกว่าไม่ดูโทรทัศน์ ไม่ฟังวิทยุ แต่ใช้มือถือในการอ่านข่าวออนไลน์นะคะ ซึ่งเร็วกว่า ทบทวนได้ ค้นหาได้ แต่วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อออกไป ผ่านไปแล้วผ่านไปเลยค่ะ ไม่ค่อยมีใครย้อนกลับไปดูหรอก หาก็ยาก แต่สื่อออนไลน์ก็จะสามารถหาได้นะคะ ดิฉัน ก็เลยเสนอว่าควรจะเป็นสื่อบูรณาการ

แล้วก็สุดท้ายนะคะ ขอแก้ไขข้อมูลในหน้า ๑๕ พื้นที่สื่อโทรทัศน์ ในข้อมูล ที่ท่านไปหามา ท่านขาดสื่อโทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) นะคะ ซึ่งเพิ่งประมูลไป ๒๔ สถานี เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านไม่ได้พูดถึงนะคะ ตรงนี้เขาจะช่วยได้ในเรื่องของรายการ ที่เขายังขาดอยู่มากมาย

และสุดท้ายจริง ๆ ขอแก้ไขที่ท่านเสนอแนวทางดําเนินการหาทุนโดยเงินประกันภัย ชาวต่างชาติ เสนอภาครัฐพิจารณาออกเป็นพระราชกําหนด ขอแก้ไขนะคะ พระราชกําหนด เป็นกฎหมายที่ออกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดิฉันขออนุญาตให้แก้เป็นพระราชบัญญัติค่ะ ขอบพระคุณค่ะ