สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘

คำนูณ สิทธิสมาน พูดถึงภาค ๔ ของรัฐธรรมนูญที่มีกลไกพิเศษในการปฏิรูปประเทศ โดยขอให้รัฐบาลดำเนินการตามปกติ หากไม่สามารถทำได้ จะใช้กลไกพิเศษเพื่อให้รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาและลงประชามติ

นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม คำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กระผมจะขออนุญาตชี้แจงทำความเข้าใจสั้น ๆ เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวกับภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ที่ได้บัญญัติให้มีกลไกที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูป และขับเคลื่อนการปรองดอง ซึ่งกระผมได้กล่าวเรียนท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกตั้งแต่ เมื่อวานในตอนแนะนำหมวดแล้วว่า ก็ถือเป็นลักษณะพิเศษที่สุดของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไม่เคยมีมาในรัฐธรรมนูญฉบับใดมาก่อน แล้วก็อาจจะไม่มีในรัฐธรรมนูญของประเทศใดมาก่อน ทั้งนี้ก็เพราะสถานการณ์ของประเทศไทยในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ก็ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน และสถานการณ์นี้ได้สร้างความเสียหายมากมาย มหาศาลให้กับประเทศไทยและสถานการณ์นี้ความขัดแย้งและวิกฤตินี้ยังไม่สิ้นสุด กระผม ขอยืนยันว่ายังไม่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นในเมื่อพวกกระผม กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น ได้ทำบุญร่วมกันมา ได้มีโอกาสที่จะ เข้ามารับหน้าที่สำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศในครั้งนี้ กระผมยืนยันว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะถ้าเผื่อเราไม่สามารถที่จะออกแบบโครงสร้างทางการเมือง ไม่สามารถที่จะออกแบบ ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะเป็นตัวช่วยในการเริ่มต้นยุติสถานการณ์วิกฤติที่ยาวนานมานี้ได้ กระผมเชื่อว่าคงจะไม่มีโอกาสอีกแล้วในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นแน่นอนครับว่า สิ่งที่ร่างรัฐธรรมนูญออกแบบมาในลักษณะที่มีกลไกขับเคลื่อนสำหรับการปฏิรูปนั้นก็ถือว่า เป็นสถานการณ์เฉพาะของประเทศไทย แล้วก็เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในมาตรา ๓๕ หลายอนุมาตราด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (๑๐) ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า จะต้องมีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน มิให้มีการทำลายหลักการที่รัฐธรรมนูญจะได้วางไว้ แล้วก็ (๑๐) กลไกที่จะผลักดัน ให้มีการปฏิรูปเรื่องสำคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป กลไกที่จะผลักดันให้มีการปฏิรูปเรื่องสำคัญต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ต่อไป ถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นว่าภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนั้นมีความบกพร่อง มีความไม่เหมาะสม กระผมและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพร้อมที่จะรับฟัง ความคิดเห็น แต่กระผมและคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรมรมนูญก็มีความประสงค์อย่างแรงกล้า ที่อยากจะรับฟังความคิดเห็นว่า แล้วเราจะบัญญัติบทบัญญัติอย่างไร ถ้าคำตอบเป็นเพียงว่า ก็ให้เป็นไปเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ๆ ที่เคยมีมา ให้เป็นเรื่องของรัฐบาลหลังประกาศใช้ รัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้เป็นเรื่องของรัฐสภา โดยสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง นโยบายต่าง ๆ ก็ให้เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้อง รับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา กระผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ มาตรา ๓๕ (๑๐) ได้หรือไม่ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือจะสามารถตอบโจทย์อันใหญ่หลวง ของประเทศไทยที่พวกเราต้องมาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้หรือไม่ ภาค ๔ เป็นบทสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความแตกต่างออกไป และจะพอเป็นความหวังได้ว่า ประเทศไทยจะได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ จริงอยู่กลไกที่วางไว้อาจจะเป็นสิ่งที่ ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้สาเหตุก็เพราะว่าเราเชื่อว่าภายใต้ระบบการเมืองตามปกติ ไม่ใช่ นักการเมืองหรือว่าพรรคการเมืองที่จะขึ้นมาเป็นรัฐบาล ไม่อยากที่จะดำเนินการปฏิรูป ประเทศ แต่ว่าการปฏิรูปในเรื่องสำคัญต่าง ๆ นั้นจะต้องมีคนสูญเสีย จะต้องมีคนได้ ประโยชน์ จำเป็นที่จะต้องมีความกล้าหาญในการตัดสินใจ ซึ่งระบบการเมืองที่ต้องอาศัย คะแนนนิยมทางการเมืองในการชนะการเลือกตั้งขึ้นมาบริหารประเทศนั้นยากที่จะ ดำเนินนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ได้ แม้กระทั่งในเนื้อหาของการปฏิรูปที่เราได้อภิปรายกันมา ๑ วันเต็ม ๆ นั้น บางเนื้อหาแม้แต่ในพวกเรากันเองก็ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน กระผมยืนยันว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทำตามกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๕ ทุกอนุมาตราอย่างครบถ้วน แล้วก็ตระหนักดีว่าจากการฟังการอภิปรายของพี่น้อง กระผมขอเรียกว่า พี่น้องสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติก็แล้วกันว่า ทุกคำอภิปรายนั้น ทุกความเห็นนั้นมีคุณค่า กระผมได้กล่าวตั้งแต่เมื่อวานนี้ว่าหากมาตราใดมีความตึงเกินไป หรือมีบางประการที่ท่าน เห็นควรเสนอแนะประการใด พวกเรายินดีที่จะไปพิจารณาอีกครั้งในช่วง ๖๐ วันสุดท้าย แล้วก็ ขอให้พี่น้องช่วยทำคำขอแก้ไขเข้ามา แต่ที่สำคัญก็คือพี่น้องทุกท่านก็ต้องเมตตาพวกเราให้มาก แล้วต้องกรุณาบอกด้วยว่า ถ้าเผื่อจะไม่ให้มีภาค ๔ การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนั้น พี่น้องคิดว่าจะให้บัญญัติรัฐธรรมนูญออกมาในรูปแบบใด จะให้บัญญัติรัฐธรรมนูญออกมา ในลักษณะที่เมื่อสิ้นสุดสถานการณ์พิเศษนี้ เมื่อเริ่มประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่พวกเรากระทำอยู่นี้ก็เป็นฤดูกาลอันแสนสั้น จบไป มีเพียงวรรณกรรมที่สวยงามวางไว้บนหิ้งเคียงคู่กับวรรณกรรมที่เกี่ยวกับการปฏิรูป และการสร้างความปรองดองเล่มต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วกระนั้นหรือ ถ้ากลไกในภาค ๔ นี้ มีความไม่ถูกต้องในมุมมองของพี่น้อง กระผมขอความเมตตาเป็นอย่างสูง ช่วยกรุณา เสนอแนะ แล้วก็เป็นรูปของบทบัญญัติที่ท่านเห็นว่าถูกต้อง และที่จะทำให้การปฏิรูปประเทศ การเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งไม่ใช่ว่าเรานึกอยากจะปฏิรูป นึกอยากจะเปลี่ยนแปลงเฉย ๆ แต่ทุกคนมีความเห็นร่วมกันว่าถ้าประเทศนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการปฏิรูป ในช่วงที่โอกาส แห่งประวัติศาสตร์ หน้าต่างแห่งโอกาสทางประวัติศาสตร์นี้มาถึงแล้ว ถ้าเราไม่สามารถ ก้าวข้ามเข้าไปได้ ผมเชื่อว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะดำเนินการปฏิรูปประเทศได้ และถ้าใช้เวลาอีกนานในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านหรือโลกเขาเคลื่อนไปข้างหน้า ในขณะที่เรานั้น ยังต้องติดอยู่ในปลักของวิกฤติของความขัดแย้งที่ดำเนินมา ๑๐ ปี และขณะนี้หยุดลง เพียงชั่วคราว กระผมย้ำว่าหยุดลงเพียงชั่วคราว ผมไม่ทราบว่าประเทศไทยจะเดินต่อไป อย่างไร

ในเนื้อหาของบทบัญญัตินั้นแน่นอนเราได้ให้มีกลไกพิเศษขึ้นมา แต่กลไกนี้ ก็จะทำหน้าที่แต่เพียงเนื้อหาเฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิรูปจำนวน ๒๒ มาตรานี้เท่านั้น ไม่ได้ก้าวล่วงเข้าไปแทรกแซงเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินอันอื่น และไม่ว่าจะมีกลไก พิเศษอย่างไรก็ตามก็ต้องเสนอให้รัฐบาลตามปกติดำเนินการ การออกแบบกลไกให้ ถ้าเผื่อรัฐบาลตามปกติไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ก็เป็นกลไกของกฎหมายมหาชน ที่จะต้องให้รัฐบาลนั้นแถลงต่อรัฐสภา แถลงต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้รับฟังเหตุผลจากทุกฝ่ายหรือจากทั้ง ๒ ฝ่าย และถ้าสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศจะยืนยันว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็ต้องใช้มติเสียงข้างมากพิเศษและเมื่อใช้มติ เสียงข้างมากเป็นพิเศษแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถบังคับให้รัฐบาลดำเนินการได้ทันที แต่ก็จะนำเรื่องสำคัญนั้นไปสู่ประชาชนผ่านการลงประชามติ แต่กระผมเชื่อว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเชื่อว่า ถ้าทุกฝ่ายเห็นความจำเป็นของสถานการณ์ในช่วงของการ ปฏิรูปประเทศครั้งนี้ เหตุการณ์เหล่านั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น และกลไกต่าง ๆ ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้วางไว้ให้มีความสอดคล้องกันทั้งระบบเลือกตั้ง แนวโน้มของรัฐบาลที่จะต้องหันหน้า เข้าหากันมากขึ้น ก็น่าจะทำให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าไปได้ บทบัญญัติในภาค ๔ นี้ ก็เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อเป็นหลักประกันว่า สิ่งที่พวกเราทุกคนกระทำการในวันนี้ และจะกระทำต่อไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้สามารถที่จะเดินหน้าต่อไป กระผมจะขอ อนุญาตยังไม่ตอบบทบัญญัติเป็นรายมาตราเป็นประเด็น ๆ ไป เพราะไม่อยากให้ การอภิปรายหรือการตอบคำถามนั้นเป็นการตอบโต้ แต่อยากจะขอความกรุณาขอความเมตตา จากพี่น้อง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านว่าถ้าเห็นว่าภาค ๔ นี้ไม่ถูกต้องคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นเอาออกได้ครับ ง่าย ไม่ยาก แต่ท่านช่วยเมตตาตอบคำถามให้เราด้วยเถอะว่า จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปอย่างไร กราบขอบพระคุณครับ