ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ เสนอแก้ไขมาตรา ๒๘๖, ๒๙๑-๒๙๕ โดยเน้นการกระจายอำนาจการศึกษาอาชีวะ เพิ่มงบสนับสนุนค่าเล่าเรียน และผลักดันระบบ Big Data เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐและแก้ปัญหาหนี้ กยศ. ต่อมาหารือเรื่องเศรษฐกิจตามมาตรา ๒๙๒ โดยเน้นการจัดการทุนข้ามชาติเพื่อป้องกันโมโนโพลี พร้อมเสนอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาประเด็นการแข่งขันและการคุ้มครองสินค้าเกษตรจากผลกระทบทางการเงิน สุดท้ายหารือเรื่องสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์ โดยเน้นย้ำให้ดูแลขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ เวลานี้ก็ ๓ ทุ่มกว่าแล้ว หน้าตาก็เริ่มเหี่ยวย่นลงครับ เมื่อสักครู่มีสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่า ท่านประธานน่ารัก แต่ผมว่าตอนนี้เริ่มแล้ว ผม ดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๘๐ จากจังหวัดยะลา สิ่งที่เราพูดกันถึงอยู่วันนี้นั้น ทุกคนในสภาปฏิรูปแห่งชาติในนี้ ก็ต้องการให้ประเทศชาติเดินได้อย่างดีด้วยการปฏิรูป แต่ก่อนอื่นนั้นพวกเรารู้อยู่แล้วว่า จะลดความเหลื่อมล้ำอย่างไรและสร้างความเป็นธรรมอย่างไรนั้น ท่านประธานครับ การปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ที่กำหนดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น ผมวิเคราะห์และตัดสินใจ ที่จะหยิบยกสิ่งสำคัญจากมาตรา ๒๘๖ มาตรา ๒๙๑ มาตรา ๒๙๒ มาตรา ๒๙๔ และมาตรา ๒๙๕ ซึ่งผมจะเพิ่มไปเล็กน้อยในแต่ละมาตรา เริ่มด้วยที่มาตรา ๒๘๖ (๑) คือมันมีนัยในเรื่อง การกระจายอำนาจการจัดการศึกษาโดยลดบทบาทของรัฐลงนั้น จากผู้จัดการศึกษาให้เป็น ผู้จัดให้มีการศึกษา เป็นการแสดงมุ่งถึงจะสนับสนุนการศึกษาเป็นระบบที่ภาคเอกชนจัดการได้ ระดับหนึ่ง การบริหารจัดการศึกษาอย่างมีอิสระนั้นจะต้องมีมาตรการในการควบคุม กำกับ ดูแลมาตรฐานการศึกษาอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิผล และในปัจจุบันนั้น ผมพูดถึง ด้านอาชีวะ คือด้านอาชีวะมันเป็นการศึกษาของภาคคนจน เราจะทำอย่างไร ซึ่งเวลานี้ ในการศึกษาทางภาคอาชีวะนั้นการฝึกงาน อย่างเช่นเรามีเครื่องกลึงในสถานศึกษา แต่อาจารย์กลึงเป็นไหมครับ ก็ไม่เป็น ให้ดีนั้นวันนี้เรามีการส่งเข้าไปฝึกอบรมกับสถานประกอบการ แต่นั่นล่ะครับ เราจะสนับสนุนฝึกอบรมแก่นักศึกษาเหล่านี้นั้น การประสบอุบัติเหตุ หรือเราจะมีการให้ค่าตอบแทนสวัสดิการกับสถานประกอบการอย่างไร ผมอยากให้เพิ่ม ในมาตรานี้ว่า ให้รัฐสนับสนุนการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพหรืออาชีพที่ขาดแคลน โดยสนับสนุนให้เรียนฟรี หรือรัฐอาจช่วยรับผิดชอบค่าเล่าเรียนบางส่วน ให้เป็นแรงจูงใจ ในการศึกษาวิชาชีพหรือสายอาชีพนั้นจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอาชีพ และวิชาชีพที่เราจำเป็นต้องส่งเสริมพัฒนาทักษะวิชาชีพ พร้อมทั้งเราให้ความคุ้มครองแก่สถานประกอบกิจการที่สนับสนุนการฝึกอบรมแก่นักศึกษา ซึ่งให้มีระบบสนับสนุนค่าตอบแทนและสวัสดิการในด้านการศึกษาด้านอาชีวะ ท่านประธานครับ ประเทศเราจะเดินไปได้ด้วยเศรษฐกิจที่ดี แต่ตัวเศรษฐกิจที่ดีนั้นมันจะต้องขับเคลื่อนด้วย วิทยาศาสตร์ เราดูประเทศที่เจริญแล้วส่วนใหญ่จะมีวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำ แล้วก็เป็นตัวทำให้ เศรษฐกิจเดินหน้าได้ ฉะนั้นในด้านวิทยาศาสตร์นั้นมาตรา ๒๙๑ การปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ใน (๓) ที่ยกร่างมานั้นยอมรับในเจตนารมณ์ว่าผมเห็นด้วย มันน่าจะมีศูนย์รวม ข้อมูลแห่งชาติ หรือบิก ดาตา (Big data) ที่จะเชื่อมข้อมูลสำคัญของบ้านเมืองและไม่ใช่ ให้แต่ละกระทรวง กระทรวงใครกระทรวงมัน หรือกรมใครกรมมัน ต่างคนต่างทำ ข้อมูล ไม่เชื่อม อย่างเช่นวันนี้นั้นผมได้พูดคุยกับท่านมีชัย ขอโทษครับที่เอ่ยนาม เห็นท่านหลับไปเลย จะปลุกท่านขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เพราะท่านให้ข้อมูลผมมา คืออย่างนี้ครับ ท่านบอกว่า อย่างนักศึกษาที่กู้เงิน กยศ. ไปใช้ไปเรียนไม่มีปัญญาจะชำระ ท่านบอกว่าเราสามารถ เอาพวกเขามา เอาแรงงานเขามาแลกเป็นเงิน หรือถ้าเขามีงานทำก็ให้กรมสรรพากร หรืออะไรเก็บเงินที่เขากู้ยืมคืนสู่กลับรัฐ แต่ถามคำหนึ่งว่าข้อมูลเหล่านี้เราจะเชื่อมโยงกัน อย่างไร ถ้าเราขาดบิก ดาตา ตรงนี้ เพราะฉะนั้นวิทยาศาสตร์ตัวนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ของเรา ก็เช่นกัน มีหน่วยงานอยู่ มีทั้งอีกา อะไรมากมายหลายกรมกองซึ่งมีมาก แต่ไม่สามารถ รวบรวมอยู่ตรงนี้ได้ ผมคิดว่าวันนี้นั้นเราจำเป็นต้องทำ ข้อมูลนี้สำคัญ ผมถึงอยากให้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ข้อมูลบิก ดาตาตรงนี้ ข้อมูลประเทศ อยากให้บรรจุ ในรัฐธรรมนูญในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้ารวดเร็วทันใจนั้นก็คือการปฏิรูป ของพวกเราที่จะทำตรงนี้เป็นข้อมูลด่วนเร็วที่สุด เพื่อจะให้ประเทศชาติได้เดินหน้า ด้วยวิทยาศาสตร์ การเช็ก (Check) ข้อมูลตรงนี้
ส่วนด้านเศรษฐกิจนั้นในมาตรา ๒๙๒ มีความสำคัญยิ่งครับ ทุนข้ามชาติ ที่เข้ามาลงทุนในบ้านเราจนร้านค้าโชห่วยของคนไทยหายไปจากระบบ ปล่อยให้ธุรกิจในชาติ หรือสินค้ามีการผูกขาด หรือเรียกกันว่าเป็นโมโนโพลี (Monopoly) นั้น ผมคิดว่าการเสนอ ให้มีตรงนี้นั้นมันก็อยู่ที่ระบบการจัดการ คือธุรกิจการแข่งขันนั้นถ้าพูดกันง่าย ๆ วันนี้เทรดดิง (Trading) ตรงนี้นั้นผมเคยพูดครั้งหนึ่งว่ามันมี ๓ ระดับ คือ ๑. แมเนจ เทรด (Manage trade) ๒. แฟร์ เทรด (Fair trade) ๓. ฟรี เทรด (Free trade) ตัวนี้คือระดับการแข่งขัน ในเศรษฐกิจบ้านเรา แมเนจ เทรด นั้นคือเราต้องมีการจัดการสำหรับธุรกิจที่มีความมั่นคง อันนี้ภาครัฐจะต้องออกกฎระเบียบตรงนี้ขึ้นมา ส่วนแฟร์ เทรด นั้นรัฐเราก็จำเป็นจะต้องทำ ให้มีแต้มต่อแก่ธุรกิจเล็ก ๆ ให้มีโอกาสแข่งขันกับธุรกิจใหญ่ครับ ส่วนฟรี เทรด เอาไปเลย แข่งขันกันให้ใหญ่ต่อใหญ่ไปแข่งกันเพื่อผลประโยชน์ทางภาษีแก่ประเทศชาติเรา อันนี้เราจำเป็นต้องดูระบบตรงนี้ให้ด้วย ผมก็อยากฝากให้คณะกรรมาธิการที่ทุกท่านก็มีหวังให้ประเทศชาติเราเดินได้ อยู่ได้ด้วยดีตรงนี้นั้น ช่วยดูตรงนี้หน่อยว่ามันเป็นข้อสำคัญ ยิ่งวันนี้ทุนต่างชาติมหาศาล อย่างเช่น เราเคยได้ยินใช่ไหมครับว่า คิวอี (QE) อันนั้นมันเป็นนวัตกรรมทางการเงินของประเทศมหาอำนาจ เพื่อที่จะลดหนี้ตัวเอง เขาถึงใช้นวัตกรรมทางการเงินตัวนี้ขึ้นมาใช้ แต่พวกเราประเทศเล็ก ผลกระทบก็คือสินค้าเกษตร ไม่มีราคา อันนี้มันเป็นอันตรายซึ่งคณะกรรมาธิการเราต้องดูเรื่องทางการเงินตรงนี้ต้องดูด้วย ว่าระเบียบหรือรัฐธรรมนูญตรงนี้บัญญัติอย่างไร เราประเทศเล็กต้องช่วยดูแลกัน
ผมใช้เวลาไปก็ยังมีเวลาอีก ๒ นาที ก็ต่อด้วยด้านสาธารณสุขซึ่งพรรคพวก ก็ฝากมา ซึ่งท่านประธานก็อยู่รู้สึกจะเป็นพยาบาลเก่าใช่ไหมครับ ไม่เก่าแล้วครับ เห็นสมาชิกบอก ก็มีการฝากมา อันนี้เขาฝากมาให้ผมช่วยพูดให้ ซึ่งผมดูก็ไม่ค่อยละเอียด เพราะว่าตัวหนังสือ มันเล็กเกินไปครับ ผมไม่ได้ใส่แว่นด้วย ก็ขอว่าขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส แล้วก็ อยากจะฝากบอกท่านกรรมาธิการทุกท่านว่าที่เรากล่าวมาทั้งด้านเศรษฐกิจตัวนี้ตัวสำคัญ ของด้านวิทยาศาสตร์นี้ช่วยดูแลให้ประเทศชาติเราขับเคลื่อนด้วยตัวนี้ แล้วเศรษฐกิจเรา จะดีแน่ครับ ขอบคุณครับ