สมชัย ฤชุพันธ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและดำเนินการอย่างยั่งยืน โดยมีองค์กรที่มีความยั่งยืนและดำเนินการในระยะยาว และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องภาษีระดับชาติและภาษีระดับท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ที่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายและจัดระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพรักครับ ผม นายสมชัย ฤชุพันธ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เลขที่ ๒๐๔ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายอยู่ ๘ ประเด็นด้วยกัน ผมจะเรียนว่ามีประเด็นอะไรบ้าง แต่ว่าผมจะไม่อภิปรายหมดเพราะว่า เวลามีน้อยจะอภิปรายไปจนกระทั่งหมดเวลาแล้วผมหยุด ส่วนที่เหลือที่ไม่ได้อภิปราย ก็จะเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปพิจารณาเวลา ขอแก้ไขต่อไป
ประเด็นแรก เป็นเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ
ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องภาษีระดับชาติและภาษีระดับท้องถิ่น
ประเด็นที่ ๓ เป็นเรื่องระบบบำนาญแห่งชาติ
ประเด็นที่ ๔ เป็นเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ใช้แอเรีย เบสด์ (Area based) และใช้งบประมาณเพื่อการลดความเหลื่อมล้ำ
ประเด็นที่ ๕ เป็นเรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปการเงินการคลังและภาษีอากร
ประเด็นที่ ๖ เป็นเรื่องการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน
ประเด็นที่ ๗ เป็นเรื่ององค์การบริหารและพัฒนาภาค
ประเด็นที่ ๘ เป็นเรื่องการเงินเพื่อการศึกษา ที่จะไปในเรื่องของดีมานด์ ไซด์ ไฟแนนซิง (Demand side financing)
ผมขอพูดประเด็นแรกก่อน ในประเด็นแรกในมาตรา ๒๗๙ คณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาบรรจุเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งผมขอขอบคุณที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความสนใจและเห็นความสำคัญของ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วเมื่อตอนที่เรากำลังทำข้อเสนอ ทำกรอบเพื่อให้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนำไปร่างรัฐธรรมนูญนั้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังได้เสนอไว้ข้อหนึ่งว่า รัฐต้องจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการให้มี หน่วยงานอิสระทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ อย่างต่อเนื่องในข้อเสนอนี้มีสาระสำคัญอยู่ ๓ ประการ
ประการแรก คือรัฐต้องจัดทำยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ
ประการที่สอง ในยุทธศาสตร์ดังกล่าวนั้นจะต้องมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทย ได้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยั่งยืนในเวลาที่กำหนด คือให้หลุดพ้นจากมิดเดิล อินคัม แทรป (Middle Income Trap)
ส่วนสาระสำคัญข้อที่ ๓ จะบอกว่ารัฐต้องดำเนินการให้มีหน่วยงานอิสระ ทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
ใน ๓ สาระ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ได้กรุณาเขียนไว้ในมาตรา ๒๘๓ มีเรื่องนี้เขียนอยู่ แต่ว่าไม่ได้เขียนถึงเป้าหมายของการทำยุทธศาสตร์ ซึ่งผมคิดว่ายุทธศาสตร์ มีความจำเป็นต้องมีเป้าหมาย ถ้าไม่มีเป้าหมายมันก็จะไม่มีทิศทาง นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาเขียนว่า เป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ การปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งผมคิดว่าเป็นคนละเรื่องกันกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ชาติต่าง ๆ ควรจะมี และเป็นองค์กรที่ยั่งยืนอยู่คู่กับชาตินั้น แล้วก็ไม่ได้ทำภารกิจเฉพาะหน้า แต่เป็นการทำภารกิจระยะยาวและอย่างยั่งยืน ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปผมเห็นด้วยว่าจำเป็นต้องมี แต่ว่ามันคนละเรื่องกับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพราะคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปก็คงจะมุ่งไปที่ การปฏิรูป มุ่งปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ที่คณะกรรมการสภาปฏิรูปได้กำหนดไว้ แล้วก็บอกว่า จะให้ทำในระยะ ๕ ปี ถ้าหากว่าทำภารกิจปฏิรูปเสร็จคณะกรรมการยุทธศาสตร์ก็จะจบไปด้วย แต่ผมเห็นว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมันต้องอยู่ตลอดไป แล้วก็มองในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ทำการปรับแต่งยุทธศาสตร์ไปให้สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริง ของประเทศชาติและของโลก
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่องเกี่ยวกับการตั้งองค์กรอิสระที่มีหน้าที่กำหนด ยุทธศาสตร์ มีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ มีหน้าที่ติดตามและมีหน้าที่ ประเมินผล ก็คือคิดว่าประเทศไทยควรจะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทำงาน เป็นประจำและมีการดูแลเอาใจใส่ว่า ๑. คือพัฒนายุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสภาวะ การเปลี่ยนแปลงของโลก ๒. ก็คือมีการกำกับดูแลการปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตามยุทธศาสตร์ อันนี้ก็เลยอยากจะฝากคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญไปว่า จะกรุณา พิจารณาให้อย่างไร
ประเด็นถัดไป ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาษีระดับชาติกับภาษีระดับ ท้องถิ่น ซึ่งอันนี้ผมก็ดีใจมากที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาเขียนไว้ให้ แล้วก็ ดูเหมือนว่าจะเขียนไว้ดีทีเดียวล่ะ เกือบจะใช้ได้เลย ยังมีประเด็นอยู่นิดเดียว คือว่า ในข้อเสนอของผมเขียนว่า รัฐพึงจัดระบบภาษีเป็น ๒ ระดับ คือภาษีระดับชาติและภาษี ระดับท้องถิ่น และดำเนินการให้ภาษีท้องถิ่นมีรายได้มากพอสมควรแก่การใช้จ่ายของท้องถิ่น และจัดให้มีระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มี ประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบโดยภาคประชาชน ทีนี้ในมาตรา ๒๘๓ (๑) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาเขียนไว้ว่า จัดระบบภาษี เป็น ๒ ระดับ คือ ระดับชาติและระดับท้องถิ่น และดำเนินการให้องค์กรบริหารท้องถิ่น มีรายได้ที่จำเป็นแก่การใช้จ่ายของท้องถิ่นและมีระบบการตรวจสอบการใช้งบประมาณที่มี ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ผมคิดว่าประเด็นคงอยู่ที่ว่าที่ต้องการให้มีรายได้พอ คือพอแก่การอะไร รายได้จากไหน เวลาผมหมดแล้วครับ ขอบคุณมากครับ ที่เหลือผมจะ ส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรครับ