สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒๙ · ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘

สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค การพัฒนาระบบข้อมูลและระบบคุ้มครองความคุ้มค่า และการจัดกองทุนชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคในการยกระดับความปลอดภัยของพลเมืองและคุณภาพชีวิต และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรา 280

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทุกท่านนะคะ ดิฉันขออภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรมศาลและองค์กรตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐในส่วนของศาลและกระบวนการยุติธรรมบางส่วน เนื่องจากว่าสามารถพูดได้ ใน ๒ ส่วน โดยขออภิปรายสนับสนุนในมาตรา ๒๑๘ ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กล่าวถึงกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีความเป็นธรรม มีมาตรฐานที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีขั้นตอนการดําเนินกระบวนพิจารณา ที่เหมาะสมกับประเภทคดี มีประสิทธิภาพไม่ล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร ดิฉันขอพูดถึง การปฏิบัติการจริงที่มีบทเรียนเยอะเรื่องการฟ้องคดี โดยเฉพาะคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ ต่อศาลปกครอง ซึ่งส่งผลต่อความยุติธรรมและความเสียหายต่อรัฐหลายประการ

กรณีที่ ๑ การขึ้นราคาค่าทางด่วนโทลเวย์ (Tollway) ที่ใช้เวลามากกว่า ๕ ปี ๒ เดือน ขณะนี้คดียังอยู่ในศาลปกครองกลางจนบริษัทขึ้นราคาครั้งที่ ๒ ก็ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ประเด็นที่ ๑

กรณีที่ ๒ การฟ้องคําสั่งของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในกรณีไม่ขัดต่อกฎหมายแข่งขันทางการค้าในการถอนการขึ้นทะเบียนยาของ บริษัท แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส จํากัด จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ๑๐ ราคา ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่งขณะนี้มากกว่า ๖ ปี ยังไม่แล้วเสร็จ

กรณีที่ ๓ ซึ่งดิฉันคิดว่านอกเหนือจากความเป็นธรรมที่ประชาชนจะได้รับแล้ว ทําให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน กรณีที่เราฟ้องคดี ชนะคดี ซอยร่วมฤดี แต่ได้สร้างภาระหลายส่วนมาก เริ่มตั้งแต่ดิฉันคิดว่ากลุ่มประชาชนที่ฟ้องคดีได้ดําเนินการ ตามขั้นตอนโดยเริ่มจากการร้องเรียนกับหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ได้รับการพิจารณาที่ดี หรือเพิกเฉยไม่สนใจในการร้องเรียนของประชาชน ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ที่มีความสําคัญนับตั้งแต่ยังไม่มีการสร้างอาคาร ชนะคดีในศาลชั้นต้นนี่อาคารที่ฟ้องคดี สร้างเพียง ๗ ชั้น ชนะคดีในศาลปกครองสูงสุดสร้างอาคาร ๒๒ ชั้น ๒ อาคาร คิดดูนะคะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากงบประมาณแผ่นดินที่เราต้องจ่ายแทนภาคเอกชนที่เขาเกิด ความเสียหายเหมือนกัน ที่ต้องจ่ายแล้วก็นําภาษีแผ่นดิน แต่ขณะที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย กับเรียกว่าหน่วยงานที่ปล่อยปละละเลยไม่มีการจัดการในการดําเนินการ ดิฉันคิดว่า อันนี้ได้สร้างความเสียหายต่องบประมาณของรัฐที่ต้องจ่ายให้กับเอกชน แล้วก็ประชาชน ผู้บริโภคก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม

กรณีที่ ๔ กรณีคลังก๊าซในพื้นที่ชุ่มน้ํา อําเภอบางจะเกร็ง จังหวัดสมุทรสงคราม ใช้เวลา ๗ ปี ๒ เดือน ขณะนี้ยังไม่สิ้นสุดการพิจารณาคดี ดิฉันขออนุญาตพูดไปถึงมาตรฐาน ในการพิจารณาคดีด้วยว่ากรณีการฟ้องคดีในประเด็นเดียวกันซึ่งเรามีรูปธรรมหลายกรณี ที่เรียกว่ามีมาตรฐานในการพิจารณาคดีที่แตกต่างกันทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจจะเรียกว่า เรื่องเดียวกันนะคะ อย่างเช่น กรณีฟ้องบริษัทสัมพันธ์ประกันภัยที่ไม่สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากบริษัทสัมพันธ์ประกันภัยเรียกว่าไม่สามารถดําเนินการให้บริการธุรกิจประกันภัยได้ ซึ่งขออนุญาตใช้สิทธิให้นิติบุคคลมาร่วมรับผิด ก็พบว่าบางคนก็ขออนุญาตได้ บางศาลก็ไม่ได้นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าทั้ง ๆ ที่ก็เป็นเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นสนับสนุนว่า จะทําอย่างไรที่เราจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับหลักการ อย่างน้อย ๕ ประเด็น ซึ่งดิฉันคิดว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ดําเนินการเรื่องนี้ไว้ด้วย แต่ดิฉันขอเน้นย้ําว่า ๕ ประเด็นที่เป็นการปฏิรูปศาลและกระบวนการยุติธรรม

๑. ลดค่าใช้จ่ายสําหรับพลเมืองในการดําเนินคดี

๒. เป็นมาตรการที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรมให้มากขึ้น

๓. ทําให้เกิดมาตรฐานความเป็นธรรมในการดําเนินการพิจารณาคดี ทั้งปัญหาอย่างเดียวกันที่ได้รับผลอย่างเดียวกันนะคะ

อันที่ ๔ ดิฉันอยากเห็นว่าทําให้ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกิดความยับยั้งชั่งใจ ในการที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย

ประเด็นสุดท้าย ทําอย่างไรที่ทําให้มีมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส ทางสังคมและผู้ที่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยให้ได้รับการแก้ไขเยียวยานะคะ ก็คงเป็นความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ดิฉันอยากนําเรียน

แล้วก็ประเด็นที่ ๒ คงเป็นเรื่องดิฉันเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านนะคะ ที่เสนอว่าเราไม่ควรยุบรวมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภา เนื่องจากดิฉันก็คิดว่าทั้ง ๒ หน่วยงานต่างมีภารกิจที่แตกต่างกัน แล้วก็ที่สําคัญ ดิฉันคิดว่าปัญหาของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็คือการสรรหาคณะกรรมการ ที่เป็นอุปสรรคต่อการได้มาซึ่งกรรมการที่ดีนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าหากจะมีการแก้ไข ควรจะปรับปรุงกรรมการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะคะ

ประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นประเด็นปฏิรูปดิฉันสนับสนุนท่านประมนต์ว่า ดิฉันคิดว่า เราสนับสนุนให้มีกลไกการปฏิรูป แต่ดิฉันไม่คิดว่าสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๖๐ คน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ๓๐ คน เพราะดิฉันคิดว่าชัดเจนนะคะเราจะถูกกล่าวหาได้ แล้วก็กลายเป็นคนที่ผูกขาด การปฏิรูปและมีผลประโยชน์ที่ขัดกันในการพิจารณานะคะ แล้วดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ก็ควรจะ มีขั้นตอน มีกระบวนการที่ดําเนินการต่อไปภายหลัง แล้วก็ถ้าท่านไหนสนใจก็มาเข้าสู่ กระบวนการเหล่านั้นในการที่จะมีกลไกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ดิฉันสนับสนุน ให้มีกลไก แต่ดิฉันคิดว่าองค์ประกอบไม่เหมาะสมนะคะ

ประเด็นที่ ๔ ดิฉันคิดว่าการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคถูกเขียนไว้เล็กน้อย ในมาตรา ๒๙๕ (๕) ให้มีหลักประกันด้านความปลอดภัยของสินค้าและบริการ โดยเฉพาะ ความปลอดภัยของอาหาร และจัดให้มีระบบหรือกลไกคุ้มครองผู้บริโภคตามหลักการป้องกันล่วงหน้า พรีคอชันนารี เฟิร์ส พรินซิเพิล (Precautionary first principle) เพื่อกําหนดมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดความเสียหายหรือลดผลกระทบจากกรณีที่สามารถคาดหมายได้ล่วงหน้า และต้องจัดให้มีกองทุนเพื่อชดเชยหรือเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้บริโภค ที่ได้รับความเสียหายจากสินค้าหรือบริการที่ไม่ปลอดภัย ดิฉันคิดว่าคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเราได้ทํากรอบความคิดรวบยอดอย่างน้อยเรามี ๔ ประเด็น ที่สําคัญในการปฏิรูปประเทศ

ประเด็นที่ ๑ ซึ่งทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้กรุณาเขียนไว้ในหมวดสิทธิ ก็คือการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่านองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในมาตรา ๖๐

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งดิฉันคิดว่าอาจจะเขียนไว้บ้าง แต่อาจจะไม่ทั้งหมด ก็คือเรื่อง ความปลอดภัย แต่สิ่งที่คณะกรรมาธิการได้พูดคุยกันเยอะ ก็คือการพัฒนาระบบข้อมูล สําหรับผู้บริโภค การพัฒนาระบบคุ้มครองความคุ้มค่า การพัฒนาระบบคุ้มครองป้องกัน การหลอกลวงข้อมูลที่ถูกต้องสําหรับผู้บริโภค เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าไม่ได้มีเฉพาะเรื่อง ความปลอดภัย แต่มีเรื่องความคุ้มค่า มีเรื่องข้อมูลที่ถูกต้องสําหรับผู้บริโภค แล้วก็การป้องกันการลวงสําหรับผู้บริโภค ซึ่งเราจะเห็นอยู่นะคะว่าเรามีเหตุการณ์ สถานการณ์ล่าสุดก็เพิ่งมีกรณีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน หรือขณะนี้ปัญหาเรื่องฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ทํากัน ก็ยังไม่สามารถจัดการได้

กลุ่มที่ ๓ ก็คือระบบการชดเชยเยียวยา ระบบร้องเรียนร้องทุกข์ ซึ่งกรรมาธิการอาจจะเขียนไว้ในแง่ของกองทุน แต่จริง ๆ เรามีกฎหมายอีกตัวหนึ่งที่ดิฉันคิดว่า ก็อาจจะต้องมีการดําเนินการ ก็คือกฎหมายที่เรียกว่ากฎหมายรับประกันความบกพร่อง ของสินค้า หรือเลมอน ลอว์ (Lemon law) ซึ่งขณะนี้กรรมาธิการก็ดําเนินการ แต่ดิฉันก็คิดว่า แม้กระทั่งองค์การอิสระผู้บริโภคที่เราส่งไปตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน ให้กับคณะรัฐมนตรี ขณะนี้เรายังไม่มีคําตอบ เพราะฉะนั้นการที่จะมีข้อเสนอหรือประเด็นที่ชัดเจนเรื่องการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องการรับประกันความบกพร่องของสินค้าที่จะต้องเขียนไว้ในนี้ มีความสําคัญนะคะ นอกจากการชดเชยเยียวยาความเสียหาย ร้องเรียนร้องทุกข์แล้ว ยังมีการรับประกันสินค้า

ส่วนสุดท้ายซึ่งดิฉันคิดว่าเราไม่ได้พูดถึงเลย ก็คือการปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องไม่ลืมนะคะ เรามีหลายกระทรวงมาก มีกฎหมาย ๒๐ กว่าฉบับ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค มี ๑๑ กระทรวง ๑๓ หน่วยงาน ที่ดูแลเรื่องอาหารปลอดภัย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐเอง ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคย่อมมีความสําคัญ ๔ ประเด็นหลัก ๆ ที่ดิฉันได้นําเรียน ดิฉันก็อยากเห็นว่าควรจะถูกบรรจุอยู่ในการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคในครั้งนี้ ดิฉันคิดว่า ก็น่าจะมีประเด็นเพียงพอที่จะทําให้เกิดการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศนี้ บ้านนี้ที่สําคัญ

อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากนําเรียนนะคะ ก็คือดิฉันคิดว่าเราจะทําอย่างไร ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ทําอย่างไรที่ทําให้คนส่วนใหญ่เห็นว่า การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้ทําให้ธุรกิจเสียหาย ไม่ได้เป็นอันตรายกับใคร แต่การคุ้มครองผู้บริโภค นํามาซึ่งคุณภาพชีวิต การยกระดับความปลอดภัยของพลเมือง แล้วก็การคุ้มครองสังคม โดยภาพรวม ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญในการที่จะมีวิธีคิดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเรายังกลัว เรียกว่าไม่กล้าพูดถึงทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องสําคัญของสังคมบริโภคนิยมแบบสุดขีด ในสังคมไทย การคุ้มครองผู้บริโภคมีความสําคัญมาก

สุดท้ายดิฉันอยากให้กําลังใจคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และดิฉันเชื่อว่า พวกเราทุกคนพร้อมสนับสนุนการทําหน้าที่ของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่กําลังความสามารถของเราที่พึงมีจะสามารถทําได้ แล้วก็เหมาะสม และดิฉันหวังว่าท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกทุกคนจะช่วยกันในการผลักดันให้รัฐบาล คสช. นํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปทําประชามติ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่ของพวกเรา ๒๕๐ คน หรือของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ คสช. แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่จะเป็น โครงสร้างกลไกที่จะบังคับใช้กับทุกคน แล้วดิฉันอยากเห็นว่าดีที่สุดทุกคนยอมรับจะนํามาซึ่ง ความยอมรับ แล้วก็ไม่อย่างนั้นหากเรามีรัฐบาล รัฐบาลต่อมาก็จะแก้รัฐธรรมนูญก็จะทําให้ เป็นปัญหาตามมาเหมือนอย่างที่เราเจอตลอดมาในหลายปีที่ผ่านมานะคะ

สุดท้ายของสุดท้ายจริง ๆ ก็คือดิฉันอยากเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กองทุนเยียวยาความเสียหายที่เขียนไว้ในมาตรา ๕๘ เรามีกฎหมายอีกหลายตัวซึ่งรวมถึง กฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ดิฉันอยากให้คณะกรรมาธิการ รวมกฎหมายที่ต้องดําเนินการอยู่ในมาตรา ๒๘๐ ทั้งหมด ขอบพระคุณมากค่ะ