สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

นิกร จํานง หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันและความไม่เท่าเทียมกันในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การเพิ่มศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และการนำข้อมูลจากศูนย์ข่าวอิศราให้เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ ผมได้อภิปรายไว้คราวที่แล้วตอนที่ เราพิจารณาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ก็ว่าจะตามประเด็นนี้เสียให้จบ แล้วขณะนี้ท่านก็ ฟอร์ม (Form) ตัวขึ้นมาเป็นกรรมาธิการ ผมอยากจะฝากความหวังไว้ ผมเองเป็นคนหนึ่งในคณะ ของที่ยกร่าง ตอนที่เราตัดสินใจกันท่านสังเกตว่ากรรมาธิการที่ในข้อบังคับ คณะนี้เป็น คณะพิเศษมาก ไม่เหมือนใครเลย คือไม่ได้เป็นสแตนดิ้งคอมมิตตี (Standing committee) หรือกรรมาธิการสามัญ แล้วก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญคณะเดียว เหตุผลเพราะว่า ถ้าท่านประธานจะจําได้ที่เราประชุมเวิร์กชอป (Workshop) กัน ทุกคณะชี้มาตรงนี้หมดเลย เราก็เอาความคาดหวัง ความปรารถนา ความตั้งใจ ประเด็นจากตรงนี้มาสรุปกันว่า เราจะขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องคอร์รัปชันขึ้นมาเป็นคณะเดียวเลย ดังนั้นจุดความคาดหวังตรงนี้มันสูงมาก คณะของท่านก็คงจะได้ทํางานกันอย่างเต็มที่ แต่ว่า ก็อย่างที่เรียนแล้วท่านได้เสนอไปยังอาจารย์มีชัยก็เป็นคณะหนึ่ง ก็ตรงกับของทางการเมือง อยู่หลายส่วน แล้วผมเห็นว่าก็ยังตรงกับหลายชุดอยู่ ดังนั้นตรงนี้เองความคมชัดของ กรรมาธิการชุดนี้ผมมองไม่อย่างนั้น จะไปก่ายกับของคณะอื่นแล้วก็จะทําให้แฟลต (Flat) หมายถึงว่าแบนไปได้ประเด็นหนึ่ง ก็ฝากประเด็นนี้ไว้เป็นสําคัญ

ทีนี้ผมจะมาลงรายละเอียดว่าคงจะไม่ถาม แต่ว่าจะเป็นการตั้งข้อสังเกต เพิ่มเติมมาวิเคราะห์กันดูว่าเป็นความเห็นหนึ่งนะครับ พิจารณาจากที่เราพูดกันอยู่ใน ๓ เส้า ของการคอร์รัปชันก็มีนักการเมืองที่พูดถึง ผมก็เป็นนักการเมืองอยู่ด้วยนะครับ มีฝ่ายของนักธุรกิจที่เป็นธุรกิจอยู่ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งเป็นเส้าที่ ๓ ก็คือข้าราชการ ทั้ง ๓ ส่วนนี้ เรามาดูสิว่า คือถ้าเราจะพูดกันว่าให้เปลี่ยน ๆ แต่ถ้าเราไม่รู้จักจริง ๆ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เราก็คงเปลี่ยนยาก ฝ่ายการเมืองเองที่เราเสนอไปแล้วสมมุติไปว่าฝ่ายการเมืองเองคนที่ไม่ดี ที่จริงผมจะใช้คําว่าชั่วก็ได้ แต่ว่าอย่างว่าละก็เป็นอาชีพเดียวกันนะครับ แรงจูงใจอยู่ตรงไหน แรงจูงใจอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเข้ามาทําธุรกิจการเมืองอย่างที่เราพูดกัน หรือเข้ามาทํางานการเมือง เพื่อดํารงการเมืองไว้ ตรงนี้แรงจูงใจก็คือว่าในการดําเนินการทางการเมืองผมเคยพูดกับ เพื่อนนักการเมืองมาเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีแล้วว่านักการเมืองที่ดีบางทีเราไม่ต้องไปเซต เขาคิดจะตั้งพรรคกันขึ้นมาใหม่ อะไรกันขึ้นมาใหม่นะครับ ผมบอกว่าจริง ๆ นักการเมืองที่ดี มีอยู่ แต่สุดท้ายระบบกินหมด ผมเองก็อยากจะเรียนว่าผมยังบอกว่าคุณเป็น ส.ส. ที่ได้มานี้ เป็นดาวทั้งนั้นละ ที่เหลือนี่ค่าเมนเทแนนซ์ (Maintenance) ค่าผ่อนการดํารงอยู่ แค่ดํารง อยู่ในการเป็นนักการเมืองไม่ใช่ง่าย ระบบไม่รับเลย ระบบหมายความว่าอย่างที่เขาบอกว่า มีการคิดกันว่าจะไม่ให้ช่วยงานเสียด้วยซ้ํา เพราะช่วยงานคือช่วยกันจนหมดเงินเดือน การดํารงอยู่แรก ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นแรงจูงใจตรงนี้เราก็ต้องปรับให้เขาด้วย คือเรามาด่าว่าอย่างเดียวนี่ผมไม่ได้แก้แทน แต่ว่าแรงจูงใจตรงนี้มีนัยสําคัญ แต่ไม่เท่ากับว่า เวลาการจัดการในการเลือกตั้ง การเลือกตั้งระบบที่ยังมีการซื้อเสียงกันรุนแรงแบบนี้เราเสนอ ๒ ทาง ซื้อสิทธิกับขายเสียงเป็นคนละประเด็น แต่ส่วนมากเราจะโจมตีแต่นักการเมืองว่าคุณซื้อเสียง แต่ว่าการขายสิทธินี้เราไม่ค่อยกล้าพูดกัน ทุกคนไม่กล้าพูด เว้นไว้ มันเป็น ๒ ทาง ตรงนี้ เสนอไปแล้วในการปฏิรูปคราวนี้ ถ้าตรงนี้ลดลงผมเชื่อว่าแรงจูงใจตรงนี้จะลดลง ส่วนที่คน จะมาสวมรอยบอกว่าทําการเมือง แต่สุดท้ายก็มาทํามาหากินตรงนี้ ตรงนั้นคุณไม่ใช่นักรบ ที่คุณบอกว่าคุณเข้ามาหาเสบียงไม่ใช่ คุณมาทํามาหากินตรงนี้เลยจะได้หายไปให้หมด ตรงนี้เป็นประเด็นสําคัญที่ต้องพิจารณาตรงนี้ว่าต้องช่วยเขา ที่เราเสนอว่าปกติประชาชน จะมาช่วยในค่าใช้จ่ายทางการเมือง แต่ของเรายังไม่พัฒนาถึงขนาดนั้น ตอนนี้เราเสนอให้ พัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยแล้ว ถ้าโชคดีพัฒนาตรงนี้ ประชาชนลงมาซัพพอร์ต (Support) เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้วอื่น ๆ ที่มีเศรษฐกิจดี ตรงนี้ก็คงลดลงเหมือนกันนะครับ ซึ่งตรงนี้ เป็นส่วนหนึ่ง

ส่วนที่ ๒ มีเรื่องที่ผมอยากจะเรียนตรงนี้ เมื่อเกือบ ๓๐ ปีที่แล้วผมไปเรียน ที่เคยเรียนไว้เรื่องคอร์รัปชัน แล้วในหนังสือเทกซ์บุ๊ก (Textbook) ที่ผมเรียนนี้เขาพูดถึง ประเทศไทยไว้น่าสนใจ เขาบอกว่าระบบคอร์รัปชัน ที่ผมถามอาจารย์ว่าเอาอันนี้ออกไปแล้ว เขาบอกว่าคุณจะเอาอะไรมาแทน ในนั้นมันเขียนไว้ด้วยว่าในยุคนั้นการคอร์รัปชัน ทําให้นักธุรกิจสามารถที่จะแซงคนที่อยู่บนชั้นบนได้หมายความว่าระบบมันไม่เป็นธรรม โอกาสของการทําธุรกิจไม่มี เพราะฉะนั้นหักด่านเอาเลยเอาเงินเข้าไปทางประตูหลัง เขาเขียนไว้อย่างนี้เลยในหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองการที่ให้นักธุรกิจ อย่างที่เราประมูลคลื่นความถี่กันขณะนี้เปิดเผยแบบนั้นรับประกันได้ว่าไม่มีระบบที่ทําให้คุณ ไม่มีอภิสิทธิ์เป็นพิเศษไม่ว่าจะอย่างไร โอกาสที่คุณจะต้องมาจ่ายเงิน จ่ายไปเพื่ออะไร ในเมื่อทุกอย่างเสมอกัน โอกาสเสมอกัน ตรงนี้เป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาด้วย มันเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน

อันที่ ๓ ผมได้พูดไปแล้ว ขออนุญาตท่านประธานอีกสักเล็กน้อยนะครับ ท่านประธาน ข้าราชการ เรากําลังพูดว่าเข้ามาช่วยเพราะหวังผลในการแต่งตั้ง เราไม่มีระบบ คุณธรรมกันเลย ตรงนี้ก็เป็นประเด็น ถ้าการแต่งตั้งโดยการอาศัยเป็นพาโทรเนจ (Patronage) หรือลักษณะอุปถัมภ์อะไรอยู่แบบนี้ เรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าระบบการแต่งตั้งมีกลไก มีบอร์ด (Board) มีอะไรจัดการเรื่องนี้ก็หายไปได้อีก เพราะฉะนั้นแรงจูงใจในการจะต้อง มาทําเรื่องนี้ก็ลดไปได้อีก คือเราต้องดึงฟืนทุกท่อนออกจากกองไฟกองนี้ ไม่ใช่จะดึงท่อน ที่เห็นว่าฝ่ายการเมืองดึงง่ายใหญ่ดีก็ดึง แต่ไฟที่เหลือยังอยู่ก็แก้ไม่ได้

ประเด็นต่อมาก็คือว่าที่ผมพูดไปแล้วว่าประเทศสิงคโปร์เองที่เรายกย่องกันนัก กันหนาเป็นอันดับหนึ่ง อธิบดีเองได้เงินเดือนเดือนละ ๘๐๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ ความอยู่รอด ของข้าราชการที่เขาเป็นคนต้องดํารงอยู่ แล้วยังมีกลไกในเรื่องเราศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กันน้อย ความไม่พอตรงนี้เป็นประเด็นเหมือนกันเราก็ต้องเสริมเข้าไป แต่ว่าการไม่พออยู่ตรงนี้ เป็นประเด็นมาก เพราะฉะนั้นรายได้เราไม่พึงหวัง เราคงไม่เป็น ๘๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ระดับอธิบดีเหมือนอย่างประเทศสิงคโปร์ แต่ว่าอาจจะต้องลดดาวน์ไซซิง (Downsizing) ระบบลงเพื่อจะได้มีค่าตอบแทนมากขึ้น จะได้ลดตรงนี้ว่าเขาจะต้องอยู่ได้ในสังคมนี้ ไม่ใช่ว่า อยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้คนเราต้องดิ้นรน ไหนลูก เพื่อนผมเป็นตํารวจบอกว่าลําบากเพื่อนเอ๋ย ลูกวิ่ง มาบอกว่าพ่อขออนุญาตไปดูทีวี (TV) บ้านโน้นหน่อยเขาเป็นทีวี (TV) สี คนเป็นพ่อ เป็นตํารวจบอกว่าก็เจ็บเหมือนกัน ลึก ๆ ความเป็นพ่อ เรื่องนี้มีอยู่จริงเพราะข้าราชการ เป็นมนุษย์ เขามีจิตวิญญาณ มีรู้เจ็บ มีหลายเรื่องที่เราต้องพิจารณาในแบบที่เขาเป็นคน ไม่ใช่มองว่าเขาไม่ได้เป็นคน

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมไปประเด็นเร็ว ๆ เลยว่ามีอีก ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง ก็คือเรื่องศาล เรื่องศาลทราบเมื่อวานนี้มีการตั้งศาลเกี่ยวกับคอร์รัปชันก็เป็นเรื่องดี แต่ผมเสนอว่าผมเป็นฝ่ายการเมือง ผมไม่ขึ้นศาลนั้นหรอกถ้ามีปัญหา ผมไปขึ้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ศาลตรงนี้แก้ปัญหาผิดมาตลอด เราเห็นว่าคดีฝ่ายการเมืองเป็นคดีกันตั้ง ๑๐ ปี กว่าจะเสร็จเรื่องก็เลยลดลงเหลือศาลเดียว ไม่ถูก การแก้ปัญหาให้ศาลน้อยลง กระเทือนระบบยุติธรรมโดยรวม แล้วในระบบของยูเอ็น (UN) เอง ก็มีปัญหาอยู่ว่าตรงนี้ไม่สอดคล้อง ดังนั้นที่ได้เสนอกันแล้วตอนนี้ก็คงจะย้อน เข้ามาว่าเราจะเห็นว่าคนเวลานัดสุดท้ายเขาไม่ไปศาล เขาหนีเลยถ้าเขาคิดว่ากํากวม เขาไม่มีโอกาสสู้แล้ว พกยาสีฟัน แปรงสีฟันไปอย่างเดียว ๒ ศาลถ้ามีการพิจารณา ในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคงจะต้องเอาระบบ ๒ ศาลกลับมาก็คือให้เขาได้อุทธรณ์บ้าง เวลาเราพิจารณาเรื่องคดีทุจริต ถ้าเราชนะ รัฐชนะได้เงินคืน เพราะฉะนั้นการที่จะต้อง จ่ายเพิ่มเติม การเพิ่มบุคลากรทางด้านศาลอะไร อย่างไรก็คุ้มใช่ไหมครับ เพราะไม่ใช่ว่า พิจารณาคดีแพ่งระหว่างบุคคลศาลไม่ได้อะไร ได้แต่ค่าธรรมเนียมศาล แต่ประเด็นนี้ ถ้าชนะรัฐเป็นโจทก์ถูกไหมครับ ถ้าได้ ได้มา ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็คุ้ม กับการจัดระบบใหม่ เพราะฉะนั้นการเพิ่มศาลให้มีความยุติธรรมขึ้นแล้วก็จัดระบบกันใหม่ ผมเชื่อว่าคุ้มแล้วก็น่าจะดีกว่า แล้วแฟร์ (Fair) กว่า เป็นธรรมกว่า ไม่อย่างนั้นเขาก็ว่ากันอยู่

สุดท้ายท่านประธานครับ ยุคนี้เป็นยุคที่เป็นยุคข่าวสารนะครับ ขออนุญาต ท่านสมาชิกอีกนิดเดียวนะครับ คือเราจะเห็นว่าข้อมูลดี ๆ ท่านวสันต์ก็ทราบว่าขณะนี้เรามา วิเคราะห์ดูว่าศูนย์ข่าวอิศราเราได้ข้อมูลชัด ๆ จากตรงนี้หลายครั้งมากแล้ว ทําไมเป็นอย่างนี้ สสส. อาจจะช่วยผิดถูกอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าลักษณะแบบนี้เขาต้องไปหาข้อมูลลําบากมาก เพราะฉะนั้นการเปิดเผยข้อมูลไปยังหน่วยที่ตรงนี้เป็นเซไม (Semi) หรือเป็นครึ่งศูนย์ข่าว แล้วก็ครึ่งศูนย์วิชาการ ถ้าเราจะตั้งศูนย์แบบนี้ให้มีคล้าย ๆ คนมาร่วมกันแล้วรัฐต้องเปิด ข้อมูลตรงนี้ ตรงนี้ข้อมูลต้องเอาไปจัดวาง ไม่ใช่ประชาชนบอกว่าให้เข้าไปหา ประชาชน เอาข้อมูลมาซิงโครไนซ์ (Synchronize) ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นลักษณะแบบนี้ได้เอาไปใช้เลย จะเป็นประโยชน์มาก แล้วที่เรามองข้ามไปไม่ได้เลยอย่างพันทิป นักสืบไซเบอร์ (Cyber) ที่ว่าก็คือประชาชนทั่วไปเขาจะสนุกกับการติดตามประเด็นพวกนี้ ถ้าเขาได้เข้ามาช่วย ได้เข้ามาอะไรพวกนี้ตรงนี้จะเฉียบคมมาก แล้วทุกคนจะกลัวมากเพราะอยู่ในโทรศัพท์มือถือ อยู่ทุกหัวระแหง ผมเลยฝาก ๒-๓ ประเด็นไว้ว่าอย่างที่เรียนแล้วสุดท้ายก็คือว่าพวกเรา ตั้งความหวังกับคณะกรรมาธิการชุดของท่านไว้มาก เพราะฉะนั้นคิดว่าคงจะไม่ผิดหวัง ตั้งความหวังไว้ แล้วก็หวังไว้มากจริง ๆ คิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ขอบพระคุณครับ