สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

วัลลภ พริ้งพงษ์ เสนอแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย

นายวัลลภ พริ้งพงษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ กระผม นายวัลลภ พริ้งพงษ์ รองประธาน กรรมาธิการแล้วก็ประธานอนุกรรมาธิการปกครองท้องถิ่นรูปแบบทั่วไปนะครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน ท่านปลัดกระทรวงคุรุจิต ท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วก็อีกท่านหนึ่งคือ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์นะครับ ประเด็นที่ท่านได้ให้ข้อสังเกตแล้วก็สอบถาม ความจริงแล้ว ก็อยู่ในแผนการดําเนินการทั้งสิ้น ตั้งแต่เรื่องแรกเรื่องความสัมพันธ์ของภารกิจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ท้องถิ่น เพราะว่าในขณะนี้เองก็มีภารกิจของส่วนกลางที่อยู่ในระหว่าง การถ่ายโอน แล้วก็ถ่ายโอนไปแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่สามารถทําได้ อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ก็จะมีการดําเนินการที่จะมาทบทวนทั้งหมด อันนี้ก็คงต้องไปประสาน กับทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินด้วย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็จะเป็นข้อแรกที่อยู่ในแผนการดําเนินการนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของท้องถิ่นให้เกิดประสิทธิภาพ คือมันพันกับเรื่องโครงสร้างเพราะว่าขณะนี้เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต. เมื่อสักครู่ทางท่านประธานได้นําเรียนแล้วทั้งหมด ๗,๘๕๑ แห่งนะครับ ใน ๗,๘๕๑ แห่ง มีมากกว่า ๔,๐๐๐ แห่งที่มีงบประมาณจัดลงได้แค่งบค่าตอบแทนสมาชิกหรือว่าผู้บริหาร ที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็ค่าใช้จ่ายประจํา หมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้จะเป็น การปรับปรุงในเรื่องของโครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเข้าใจว่าจะเป็น ครั้งแรกเลยก็ว่าได้จะมีการควบรวม คือควบรวมองค์กรท้องถิ่นที่มีขนาดเล็กที่ไม่มีงบประมาณ ในเรื่องของการพัฒนา อาจจะเป็น ๒-๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบรวมเป็นหนึ่ง หรือว่าองค์กรท้องถิ่นขนาดเล็กไปควบรวมกับองค์กรท้องถิ่นขนาดใหญ่ ส่วนเกณฑ์ ในการพิจารณาก็ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาว่าจะมีเกณฑ์อะไรบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการควบรวม คําตอบสุดท้ายก็คือว่าสามารถที่จะมีงบในการพัฒนาเพื่อจะไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน แล้วก็สามารถที่จะมีประสิทธิภาพในเรื่องของการบริหารงาน นี่คือเป้าหมาย สุดท้าย เพราะฉะนั้นในการควบรวมก็จะทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจาก ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง มีจํานวนลดน้อยลง ส่วนเท่าไรยังตอบไม่ได้ และรูปแบบในขณะนี้จากการศึกษาของทาง สปช. ชื่อก็แล้วกันนะครับ ต่อไปอาจจะไม่มี อบต. หรือว่าองค์การบริหารส่วนตําบล อาจจะ ปรับเป็นรูปแบบเดียวก็คือเป็นเทศบาล ตุ๊กตานะครับ อาจจะเป็นเทศบาลชนบท หรือว่า เทศบาลเมืองนคร มหานครก็แล้วแต่ เกณฑ์ก็ต้องมากําหนดอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็อยู่ในแผน การศึกษาของทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นนะครับ ในเรื่องของ อบจ. เองก็ตาม ก็จะต้องมีการมาดูในเรื่องของอํานาจหน้าที่ให้เกิดความชัดเจน มากยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้ก็จะเป็นความสัมพันธ์ในระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นเอง ความสัมพันธ์เราก็ต้องมาดูระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับบนก็คือ อบจ. กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับล่าง ซึ่งต่อไปอาจจะมีรูปแบบเดียวแล้วนะครับ อันนี้ก็อยู่ในกระบวนการทั้งหมดนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการกระจายอํานาจ ผมเข้าใจว่าขณะนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมจําได้ว่าวันแรกที่ท่านประธานมา ท่านก็พูดถึงโครงการหลายโครงการ ของราชการส่วนกลางที่เราได้ถ่ายโอนไป เช่นในเรื่องของฝายต่าง ๆ ที่มีปัญหาว่า เมื่อถ่ายโอนไปแล้วปรากฏว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ดูแล ความจริงแล้วเมื่อถ่ายโอน ไปแล้วเป็น ๑,๐๐๐ แห่ง ซึ่งเป็นฝายขนาดเล็ก แต่ปรากฏว่าเราถ่ายโอนไป ๑. หน่วยงาน ที่ถ่ายโอนไม่ได้ ไปกํากับหรือชี้แนะ หรือให้ความรู้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจน งบประมาณที่เราถ่ายโอนไปก็ไม่ได้พูดชัดเจนออกไป นั่นก็จะเป็นปัญหาส่วนหนึ่งเหมือนกัน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เราจึงมีการมาทบทวนกันใหม่อีกครั้งหนึ่งว่าภารกิจใดที่อาจจะต้อง กลับมาอยู่เพื่อให้เกิดความคุ้มทุนขึ้น แต่หลักสําคัญก็คือว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เป็นหลักสําคัญในเรื่องของภารกิจถ่ายโอน หรือมีภารกิจถ่ายโอนบางเรื่องที่ควรจะต้องถ่ายโอน แล้วอันนี้ก็ต้องเร่งรัด อันนี้ก็จะเป็นประเด็นที่อยู่ในตัวเรื่องของการกระจายอํานาจ

แล้วก็สุดท้ายท่านเลิศรัตน์ถามในเรื่องของการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม อันนี้มีอยู่แล้วในเรื่องของคอนเทสอะบิลิตี (Contestability) ตั้งแต่เรื่องของการร่วมทุน ขนาดใหญ่กับภาคประชาชนกับเอกชน หรือแม้แต่การที่ให้ชุมชนได้มีโอกาสจัดทําในเรื่อง ของโครงการสาธารณะที่สามารถดําเนินการได้ อันนี้ก็อยู่ในแผนดําเนินการของทาง กรรมาธิการชุดนี้อยู่แล้วนะครับ ก็คงจะกราบเรียนในเรื่องของแนวทางคร่าว ๆ จากทั้ง กรรมาธิการได้สบายใจว่าที่ได้ตั้งข้อสังเกตมาก็อยู่ในแนวทางอยู่แล้วครับ