สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องการปฏิรูปท้องถิ่น โดยวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการกระจายอำนาจที่อาจนำไปสู่การทุจริตและความไม่มั่นคงในการบริหารท้องถิ่น และเสนอแนะว่าควรให้การบริหารท้องถิ่นอยู่ในมือของหน่วยงานที่มีความสามารถและความโปร่งใส

นายวิทยา แก้วภราดัย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ผมมีข้อที่จะเรียนถามทางคณะกรรมาธิการครับ เพราะว่าช่วงหลังไปต่างจังหวัดโดนข้อถามเยอะ ก็คือตอนนี้เรามีท้องถิ่นที่หมดอายุแล้วก็ไม่มีการเลือกตั้งเยอะมาก เพราะเราติดขัดเรื่อง เราไม่เปิดให้มีการเลือกตั้ง ข้อเรียนถามก็คือแนวทางเรื่องการปฏิรูปท้องถิ่นนี้เราคิดอะไรไว้บ้าง หรือเปล่าที่จะเป็นคําตอบประชาชน หรือเราคิดอะไรไว้บ้างหรือเปล่าที่จะเป็นข้อเสนอแนะ ต่อรัฐบาล คสช. หรือ สนช. ว่ารูปแบบต่อไปจะเป็นอย่างไร ถ้าเฉพาะรูปแบบ อบต. รูปแบบ เทศบาล รูปแบบ อบจ. พัทยา หรือ กทม. อันนี้คือรูปแบบเดิมที่ทุกคนเห็น ถ้าคงรูปแบบเดิม ก็จะไม่มีความรู้สึกอย่างไร แต่มันมีเอกสารที่แจกไปทั่วครับ พูดถึงรูปแบบเทศบาลจังหวัด พูดถึงรูปแบบเทศบาลอําเภอ ผมเคยอ่านเจอก็ยังแปลก ๆ ใจครับว่ามันเป็นความคิดจาก หน่วยงานไหน รูปแบบเทศบาลจังหวัดคําจํากัดความก็ดูจะง่าย ๆ ครับ คือเทศบาลไหน เป็นที่ตั้งศาลากลางก็ให้เรียกเทศบาลจังหวัด เทศบาลอําเภอ อบต. ไหนที่เป็นที่ตั้งของอําเภอ ก็ให้เรียกเทศบาลอําเภอ มันเป็นความพยายามที่จะหลบเลี่ยงหลักของการกระจายอํานาจ ผมคิดว่าที่นั่งอยู่โดยเฉพาะท่านประธานท่านรู้จักองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีท่านอยู่ที่นั่นนาน เพราะฉะนั้นการกระจายอํานาจทําให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดประชาชนจริง ๆ ก่อนที่จะมี อบต. ผมเคยเป็น ส.ส. ครับ ตั้งแต่ไม่มี อบต. สิ่งที่เราจะเจอหลังจากสมัคร ผู้แทนราษฎรได้ก็คือผู้แทนราษฎรไหนไฟฟ้าล่ะ ผู้แทนราษฎรไหนถนนลูกรังล่ะ ผู้แทนราษฎร ไหนจะสะพานล่ะ ความรู้สึกประชาชนฝากความหวังตรงนั้นครับ เพราะเขารู้สึกว่าเขาเลือกคน ที่จะมาพูดกับรัฐบาลโดยตรง ถ้าเขาไม่พูดกับผู้แทนราษฎรเขาจะพูดกับใคร เขาก็จะบอกนายอําเภอ กับนายอําเภอก็เป็นเรื่องเจอยาก จะบอกผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็ทําหนังสือถึงกํานัน กํานันทําหนังสือถึงนายอําเภอ นายอําเภอบันทึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด บันทึกถึงกรม กรมบันทึกถึงกระทรวง กระทรวงบันทึกถึงสภา กว่าจะถึงชาวบ้านก็ยาว พอสมควรครับ อาจจะไม่เจอเลยในยุคผู้ใหญ่บ้านเกษียณแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมีช่องทาง ที่เขาฝาก เขาก็จะถามถึงนักการเมืองมันเลยเป็นที่มาของงบ ส.ส. เพราะเรากลัวว่าประชาชน ไม่รู้จะเลือก ส.ส. ไปทําไม จึงได้ตั้งงบ ส.ส. ต่อมาสภานี้ก็เริ่มคิดกันครับ สภาผู้แทนราษฎร ที่เราใช้ประชุมกันนี้เขาต้องคิดว่าน่าจะมีการกระจายอํานาจ แล้วเป็นการเผชิญหน้าระหว่าง อํานาจข้าราชการกับอํานาจทางการเมือง อย่างน้อย ๓ รัฐบาลล้มครับ เพราะเรื่องกระจาย อํานาจ เพราะเผชิญหน้ากับกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กว่าจะกระจายอํานาจมาได้มาเป็น อบต. ยุคแรก อบต. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนะครับ ฝากให้ผู้ใหญ่ทุกคนเป็นสมาชิก อบต. แล้วก็ตั้งกํานันเป็นประธาน อบต. อะไรไปอย่างนั้นผสมผสานมาก่อน กว่าจะหลุดมา จนเลือกตั้งได้ใช้เวลาเป็น ๑๐ ปี อบจ. เมื่อก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดก็เหมือนนายก อบจ. ส.จ. ก็เลือกมาเป็นสภาอย่างเดียว เทศบาลระดับเล็กก็เป็นสุขาภิบาล นายอําเภอก็ทํา นายกเทศบาล สุขาภิบาล ทุกอย่างพัฒนาการมา ท่ามกลางพัฒนาการผมเป็นคนที่อยู่ในนั้น เห็นการเปลี่ยนแปลงครับ เราเริ่มเห็นการพัฒนาที่เข้าสู่ชนบทอย่างเป็นระบบขึ้น เริ่มเห็น ความแตกต่างระหว่างตําบลกับเทศบาลลดลง แต่สิ่งที่เรากังวล ผมเข้าใจว่าทุกท่านกังวล เหมือนกับผมกังวล เรารู้สึกว่าการกระจายอํานาจเป็นบ่อเกิดของการทุจริตในท้องถิ่นมาก เราไม่อยากให้ท้องถิ่น เหล่านั้นทําการทุจริตกัน หรือว่าผู้บริหารท้องถิ่นอยากไปลงสมัครเทศบาล อยากลงสมัคร อบจ. งบประมาณเยอะจะได้โกงกันเยอะ ๆ เรากลัวตรงนั้น เราไม่ได้กลัวที่จะให้ กทม. มีงบประมาณ มาก ๆ แก้ปัญหาตั้งแต่ขยะหน้าบ้าน ไฟฟ้า ประปา ระบบขยะที่ดีที่สุด ระบบน้ําไหลที่ดีที่สุด คลองที่ดีที่สุด เราอยากเห็นอย่างนั้น แต่กลัว กทม. โกงเยอะ ๆ ยิ่งพอส่งไปตําบลเรายิ่งกลัวใหญ่ เพราะยิ่งส่งไปเทศบาล อบจ. กลัวใหญ่ เรากลายเป็นเอาความกลัวมาปิดตาทั้งหมดจนไม่กล้า จะกระจายอํานาจ ยิ่งไม่กระจายอํานาจการพัฒนายิ่งช้า บ้านเมืองที่เขาพัฒนาไกล ๆ เขากระจาย อํานาจ เขาถามนะครับ เวลาเราจะกระจายอํานาจเรากล้าที่จะเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด มากกว่า กทม. ไหม ผมฝากท่านไปต่อว่า คําว่า เลือกผู้ว่าราชการจังหวัด แทงใจดําหลายเรื่อง แต่คําว่า เลือกผู้ว่าราชการจังหวัด ก็เป็นความประสงค์ของคนเมืองหลัก ๆ อย่างเชียงใหม่ ที่อยากจะเป็นอย่าง กทม. คนที่เป็นอย่างชลบุรีก็อยากเลือกผู้ว่าราชการ กทม. เขารู้สึก คน กทม. เขาใช้บริการได้ง่ายกว่า จังหวัดใหญ่ ๆ เขาก็อยากได้อย่างนั้น แต่ถ้าถามวันนี้ เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างไรครับ เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดอันนี้กระทรวงมหาดไทย เขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นคุณก็เลือกเทศบาลจังหวัดก่อนแล้วกัน ขอผู้ว่าราชการจังหวัดคนเดิมไว้ก่อน เพราะผมไม่รู้จะเอาผู้ว่าราชการจังหวัดไว้ไหน ถ้าเราคิดกันอย่างนี้การปฏิรูปการขับเคลื่อน ก็ไม่เกิด คิดอยู่ในวังวนเดิมจะแก้ กทม. อย่างไรให้ขับเคลื่อนคล่องขึ้น อย่างนี้ไม่ต้องคิดครับ เดี๋ยว กทม. คิดให้เอง จะบอกว่าพัทยาขับเคลื่อนช้าทําอย่างไร ไม่ต้องคิดครับ พัทยาเขาเสนอ มาตลอดเป็นเล่ม ๆ ผมเคยไปรับเขามาแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะคิดต่อว่าการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศนี้เพื่อให้ประชาชนใกล้ชิดกันระบบเลือกตั้ง และตรวจสอบระบบเลือกตั้งได้ จริง ๆ ถ้าประชาชนรู้จักในการใช้สิทธิและควบคุม อบต. ได้ วันข้างหน้าเขาก็ควบคุมเทศบาลได้ วันข้างหน้าเขาควบคุม กทม. ได้ และวันข้างหน้าเขาก็ควบคุม ส.ส. เราปฏิรูปกันตรงนั้นดีกว่า แต่อย่าไปหยุดกระแสของโลกของการที่จะกระจายอํานาจ รวบอํานาจไว้มีปัญหาหมด วันนี้ผมฝากตามที่ผมเจอเขามา เขาอยากให้การขับเคลื่อนปฏิรูปคิดไปว่าจะปฏิรูป เรื่องกระจายอํานาจอย่างไรให้มีลักษณะของการเติบโตขึ้น อย่าไปกลัวเรื่องการทุจริตหรือซื้อเสียง เพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องหลักที่ทุกคณะต้องคิดให้ออกว่าทําอย่างไรให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม เอาคนดีเข้ามาสู่ระบบ คิดอย่างนี้ไม่ได้ไม่ต้องมีการเลือกตั้งครับ ขอบพระคุณครับ