บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เน้นแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมการสร้างความปรองดองในชาติบ้านเมือง และการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมขึ้นในสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำให้รัฐธรรมนูญสั้นและเข้าใจง่าย และแนะนำให้ร่างกฎหมายลูกที่ง่ายกว่า
กราบเรียน ประธานที่เคารพครับ ในนามคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กระผมซึ่งทำหน้าที่ ประธานนั้นขอขอบพระคุณท่านประธาน ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๘ คณะ และท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมเป็น ๙ คณะ ซึ่งได้ให้ความเห็นในการนำบทบัญญัติทั้งหลายที่ท่านเห็นว่ามีความสำคัญ ต่อการปฏิรูปประเทศให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนำไปประกอบการพิจารณา ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ เราได้ฟังคณะกรรมาธิการ ๙ คณะ ตั้งแต่เช้านะครับ เริ่มตั้งแต่ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะกรรมาธิการปฏิรูป การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเพิ่งจบไปหมาด ๆ นี้คือคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและการบริการ แล้วเราก็ได้ฟัง ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อคิดความเห็นอีก ๖๔ ท่าน มีข้อเสนอน่าสนใจมากมาย หากรวมกัน ๓ วัน ท่านประธานกรรมาธิการติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญก็สรุปว่า มี ๒๖๔ ประเด็น เฉพาะในวันนี้ ๘ คณะกรรมาธิการหลักก็เกือบ ๑๐๐ ประเด็นเข้าไปแล้ว แล้วก็มีการเสนอแนะให้นำไปบัญญัติไว้ในหมวดต่าง ๆ รวมทั้งแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยเฉพาะแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นได้มีการนำเสนอถึง ๘๒ ประเด็นจาก ๑๔ คณะ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญและ ท่านสมาชิกจะมีความกระตือรือร้นทำงานอย่างเข้มข้นที่ต้องการจะให้การปฏิรูปบ้านเมืองนั้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล แต่กระผมคิดว่ากระผมมีข้อสังเกตที่อยากกราบเรียน เสนอท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือประเด็นที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้คงไม่เหมือนรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผ่านมา ๑๙ ฉบับ เพราะรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ๑๙ ฉบับนั้น ไม่มีประเด็นที่จะต้อง แก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาวของประเทศพร้อมกัน ด้วยเหตุที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้ยกร่างขึ้น แล้วก็มาให้สภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นชอบ ต้องทำหน้าที่ในการแก้ปัญหาหลักของบ้านเมืองเฉพาะหน้าก็คือการสร้างให้เกิด ความปรองดองขึ้นในชาติบ้านเมือง ให้ความขัดแย้งที่เป็นอาการสำคัญของโรคนั้นลดลง และถ้าเป็นไปได้ให้หายไปในท้ายที่สุด และระยะยาวนั้นรัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้กำหนดให้มีสภาปฏิรูปแห่งชาติขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ สภาร่างรัฐธรรมนูญอย่างในอดีต แต่ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมขึ้นในสังคม จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่การร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เนื้อหาสาระที่เป็นโครงร่างการพิจารณารัฐธรรมนูญจึงต้องแบ่งเป็น ๔ ภาค
ภาคแรกว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชนซึ่งเป็นรากฐานของ ระบอบประชาธิปไตยไทย คืออำนาจสูงสุดเป็นของปวงชนชาวไทยและพระมหากษัตริย์ ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล
ภาคที่ ๒ ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง ซึ่งจะมีการนำเสนอ ต่อไปในวันพรุ่งนี้ ในวันมะรืนนี้
ภาคที่ ๓ ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และ
ภาคที่ ๔ ซึ่งไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับไหน ๑๙ ฉบับ และผมไม่แน่ใจว่า เฉพาะในประเทศไทยนี้หรือเปล่า แม้กระทั่งในโลกก็อาจจะไม่มี ชื่อว่าภาค ๔ การปฏิรูป และการสร้างความปรองดอง หมวด ๑ การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการสร้าง ความเป็นธรรมขึ้นในสังคม และหมวด ๒ ว่าด้วยการปรองดอง ทั้ง ๒ หมวดนี้ ผมยืนยันได้ว่า ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญ ๑๙ ฉบับของประเทศไทย และเท่าที่ความรู้ผมมีอยู่ในการศึกษา รัฐธรรมนูญเปรียบเทียบก็ยังไม่เห็นมีของชาติไหนที่จะพูดตรง ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงเรียก ได้ว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป เมื่อเป็นฉบับปฏิรูปก็ต้องให้ สภาปฏิรูปแห่งชาตินี่แหละให้ความเห็นชอบ ไม่ใช่ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบ
ทีนี้เมื่อจะปฏิรูปแล้วคำถามที่ ๒ ท่านสมาชิกมีความปรารถนาดีเป็นอันมาก ที่จะให้เกิดการปฏิรูปขึ้นในบ้านเมืองนี้อย่างทั่วถึงรอบด้าน คำถามก็คือว่าแล้วรัฐธรรมนูญ ควรจะสั้นหรือยาว ฟังดู ถ้าดูจากเอกสารที่เสนอมานี่ก็ทำท่าจะตกใจนะครับ เล่มขนาดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเขียนรัฐธรรมนูญได้เล่มขนาดนี้จะเป็นการทำลายสถิติโลกเลยครับ เนื้อหามันจะยาวที่สุดในโลก อาจจะยาวกว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย ที่มี ๑,๗๐๐ กว่ามาตราก็เป็นได้ แต่ว่าผมได้ขออนุญาตท่านประธานให้เจ้าหน้าที่แจกเอกสาร พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ทราบเจ้าหน้าที่แจกหรือยัง ช่วยกรุณา แจกด้วยนะครับ ผมขออัญเชิญพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งพระราชทาน แก่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ณ ศาลาดุสิดาลัย วันเสาร์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๐ ขออนุญาต อัญเชิญพระราชดำรัสนั้นมาบางตอนบางส่วนดังความต่อไปนี้ มีพระราชดำรัสในย่อหน้าที่ ๒ ว่าในโลกนี้มีรัฐธรรมนูญหลากหลาย ซึ่งบางฉบับก็สั้น บางฉบับก็ยาวเป็นเหมือนหนังสือ ปึกใหญ่ ปัญหาอยู่ที่ว่าท่านจะตัดสินที่จะสร้างหรือร่างรัฐธรรมนูญให้ยาวหรือสั้น แต่เข้าใจว่า ถ้ามีข้อความมากเกินไปจะลำบากในการที่จะสร้างรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม เพราะความจริง รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่เป็นแม่บท หรือเป็นกฎหมายที่วางระเบียบกว้าง ๆ สำหรับที่จะ ปกครองประเทศ นอกจากนั้นก็ควรจะมีการร่างกฎหมายที่เขาเรียกกันว่ากฎหมายลูก ง่ายกว่าที่จะเอากฎหมายทั้งแม่ทั้งลูกอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ขีดเส้นใต้นะครับ นอกจากนั้นก็ควรจะมีการร่างกฎหมายที่เขาเรียกกันว่ากฎหมายลูกง่ายกว่าที่จะเอากฎหมาย ทั้งแม่ทั้งลูกอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน เมื่อเป็นดังนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็พูดกันในคณะกรรมาธิการว่า คณะกรรมาธิการมีความประสงค์ที่จะอัญเชิญพระราชดำรัสนี้ มาใส่เกล้าใส่กระหม่อม แล้วก็จะพยายามเขียนรัฐธรรมนูญให้สั้น ให้ได้ใจความเฉพาะที่ สมบูรณ์ เรื่องใดก็ตามที่ปฏิบัติมาช้านาน ๑๗ ปีแล้วจนมีความมั่นคงคงทนถาวรแล้ว เช่น การแสดง บัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ไม่ต้องเขียนในรัฐธรรมนูญ ให้ยาวยืดเยื้อให้เฟื้อยตั้ง ๑๐ มาตรา เขียนสั้น ๆ ก็พอ เมื่อเป็นอย่างนี้กระผมก็จะขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า การบ้านใหญ่ที่ท่านสมาชิกต้องเมตตา ไปช่วยกรรมาธิการคิดด้วยก็คือว่า ทำอย่างไรที่สารัตถะที่ท่านหามาเป็นอันมากหนาปึกขนาดนี้ มีจำนวน ๓๐๐ กว่าหน้าจะสามารถสกัดเอาเฉพาะหัวกะทิ เอาเฉพาะที่เป็นแก่นลงมา บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนบางเรื่องนั้นอาจจะต้องไปเขียนเป็นกฎหมายลูกแล้วก็ ไม่ควรจะไปหวังให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งเขามาทำ ท่านสมาชิกมีเวลา ๑ ปีก็ควรจะทำเสียเอง แล้วเสนอรัฐบาลนี้และสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะดีกว่า บางเรื่องก็อาจจะต้องเป็นนโยบาย ของรัฐบาลก็พอ เป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรีก็พอ จึงเป็นการบ้านใหญ่ที่ผมคิดว่าเราทุกคน ต้องช่วยกันคิด
ประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ วันนี้ทั้งวันเราได้ฟังสารัตถะที่ ๘ กรรมาธิการวิสามัญในการปฏิรูปนำเสนอ เป็นเรื่องดี ๆ ทั้งนั้นเลยครับน่าสนใจทั้งสิ้น แต่ว่าถ้าทุกเรื่องจะไปใส่ไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตั้ง ๘๒ ประเด็นอย่างที่ปรากฏ ที่ท่านประธานกรรมาธิการติดตามและให้ข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญท่านบอก แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒๐ ก็จะยาวไม่แพ้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมนั่งนับประเด็นทั้งหลายในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีอยู่ ๑๐๙ ประเด็น จึงเกิดคำถามว่า ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างที่ท่านสมาชิก คุณอลงกรณ์ พลบุตร ท่านเสนอดีหรือไม่ว่า หลักการสำคัญหรือแนวนโยบายในการปฏิรูปเอาไปบัญญัติไว้ในภาค ๔ ว่าด้วยการปฏิรูป เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม
ส่วนแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนั้นเป็นแนวนโยบายที่ต้องอยู่คู่ชาติไทยตั้งแต่ วันที่เขียนและจะต้องอยู่ตลอดไปร้อยปีพันปีก็ต้องอยู่อย่างนั้นถ้ารัฐธรรมนูญไม่ถูกแก้ไข เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๔๐ เขาจึงเขียนสั้น ๆ แค่ ๑๙ มาตรา ตัวอย่างเช่น มาตรา ๗๑ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บอกว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช และบูรณภาพแห่งอาณาเขต นี่แปลว่ารัฐบาลไหน ๆ จะเป็นปี พ.ศ. ๒๕๕๗ หรือ พ.ศ. ๒๖๕๗ ก็ต้องทำอันนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องหลักการสำคัญหรือแนวนโยบายในการปฏิรูป ซึ่งมันอาจจะต้องทำให้เสร็จภายใน ๔ ปี ๑๐ ปี แล้วก็จบไป ควรที่จะอยู่ในแนวนโยบาย ในการปฏิรูปในภาค ๔ หมวด ๑ หรือไม่ อย่างไร ท่านสมาชิกก็ต้องเมตตาช่วยกันคิด ที่สำคัญท่านประธานที่เคารพครับ กระผมไม่แน่ใจว่าในกรรมาธิการวิสามัญ ๑๘ คณะนั้น จะมีคนคิดหรือไม่ แต่ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ต้องเขียนแน่ ก็คือองค์กรที่จะ รับการปฏิรูป ๑๘ ด้าน หรือ ๒๐ ด้านต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพราะสภานี้ไม่อาจจะ อยู่ได้ค้ำฟ้า ก็อยู่ได้ตามวาระที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวบอกให้อยู่ คำถามก็คือว่าใครจะเป็น คนศึกษาเรื่ององค์กรที่จะดำเนินการปฏิรูปต่อ และนอกจากองค์กรที่จะดำเนินการปฏิรูปต่อ จะมีองค์ประกอบอย่างไร จะมีอำนาจหน้าที่อย่างไร แล้วคำถามใหญ่อีกคำถามหนึ่งก็คือ กลไกที่จะทำให้การปฏิรูปซึ่งมันไม่เสร็จสิ้นลงในสมัย สภาปฏิรูปแห่งชาติปีเศษ ๆ นี้สามารถดำรงคงอยู่ได้จนการปฏิรูปเสร็จสิ้นภายใน ๔ ปี ๘ ปี หรือ ๑๐ ปี สุดแท้แต่แต่ละเรื่อง ผมก็กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เรายังมีเวลา เหลืออีก ๒ วัน แต่เท่าที่ผมลองดู ๆ ใน ๓๐๐ กว่าหน้านี้ยังไม่มีการพูดถึงประเด็นนี้ และ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหวังที่จะได้ความคิด ความเห็น ในเรื่ององค์กรที่จะ สานต่อการปฏิรูปและกลไกที่จะทำให้การปฏิรูปนั้นสามารถเดินไปได้ ถึงแม้จะไม่มี กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะไม่มีสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว ก็ขอฝากท่านประธาน และท่านสมาชิกเอาไว้ในวันนี้แต่เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ