ยุทธศักดิ์ ศศิประภา แสดงเจตนารมณ์ในการปฏิรูปการกีฬา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกีฬาในการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศและสร้างความเข้มแข็งของประเทศ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางปฏิรูปการกีฬาที่ครอบคลุมและทันสมัย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการกีฬาให้เป็นวาระแห่งชาติและกำหนดให้การพัฒนาด้านการกีฬาเป็นหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ใคร่ขอนำเสนอ เจตนารมณ์ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในเรื่องการปฏิรูปการกีฬาต่อสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้นะครับ
ก่อนอื่นคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาต้องขอขอบคุณท่านประธานและ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้เห็นความสำคัญของการกีฬา โดยกรุณาบรรจุไว้ให้ การกีฬาเป็นหนึ่งในกรอบการปฏิรูปของประเทศ ทั้งนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาก็ได้ ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และได้ตั้งโจทย์ว่าจะทำอย่างไรจะทำให้การกีฬามีส่วนผลักดัน การปฏิรูปประเทศไทยโดยสมบูรณ์ ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าต้องถือว่าการกีฬาเป็นส่วนสำคัญ ในกิจกรรมทางสังคม และเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ ประเทศ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ากีฬาคือรากฐานและมีส่วนสำคัญต่อชีวิตของมวลมนุษยชาติ อย่างมาก มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย โดยรัฐบาลในระดับนานาชาติ ต่างก็ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมกีฬากับนโยบายด้านการกีฬาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากรายงานของคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้กับคนในชาติ ที่ตั้งขึ้นโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของการพัฒนา การกีฬา ในห้วงที่ผ่านมาพบว่าประเทศของเราประสบปัญหาที่สำคัญหลายประการ อาทิเช่น ปัญหาการจัดโครงสร้างและบริหารจัดการทางกีฬาที่ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ อย่างทั่วถึง ทันสมัย เท่าเทียมและเพียงพอ ปัญหาการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา ที่ยังไม่เอื้อและจูงใจต่อการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา ปัญหาการขาดมาตรการจูงใจ ในการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม จึงสรุปได้ว่าปัญหาอุปสรรคสำคัญที่เป็นเหตุให้การพัฒนาการกีฬาของประเทศไทย มีความล่าช้า ก็คือการขาดความชัดเจน ความมุ่งมั่น และความต่อเนื่องทางด้านนโยบาย ของการพัฒนาการกีฬานั่นเอง เมื่อเป็นอย่างนี้วิถีทางที่จะทำให้การกีฬามีส่วนผลักดัน การปฏิรูปประเทศให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ก็คือรัฐจะต้องปลูกฝังค่านิยมในระดับ รากฐานที่มีต่อการกีฬาของประชาชนในประเทศ คือให้การกีฬาผสมผสานและกลายเป็น ส่วนหนึ่งของชีวิตของประชาชนในทุกระดับ สามารถจะให้ประชาชนได้เข้าถึงกิจกรรมกีฬา และนันทนาการด้านการกีฬาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ และต้องมีระบบบริหาร จัดการการกีฬาให้ครอบคลุมและทันสมัย โดยมีนโยบายการพัฒนาการกีฬาที่ชัดเจน และต่อเนื่อง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬามีความเชื่อมั่นร่วมกันว่าการพัฒนากีฬาจะเป็น หนทางสำคัญประการหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ เพราะมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนา ทรัพยากรบุคคลให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี และนอกจากนี้การพัฒนาการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศก็ยังเป็นการยกระดับเกียรติภูมิ ของประเทศ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในชาติอันเป็นผลดีต่อการพัฒนา ความมั่นคงของประเทศ และยังเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาอีกด้วย และเมื่อเป็นอย่างนี้ภารกิจสำคัญที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อวางรากฐานในการสร้างความแข็งแรงทางด้านร่างกายและจิตใจ ให้กับประชาชนทั้งประเทศ ก็คือการปฏิรูปการกีฬาให้เป็นรูปธรรม เป็นสัญญาประชาคม ที่ทุกรัฐบาลจะต้องดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ
คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้จัดทำสรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พร้อมทั้งนำเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญว่า รัฐจำต้อง แสดงออกและมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อการพัฒนาการกีฬาให้เป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการกำหนดให้การพัฒนาด้านการกีฬาเป็นหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ดังนั้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้เสนอบรรจุถ้อยคำเรื่องการกีฬาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย รวม ๒ มาตรา กล่าวคือมาตรา ๑ บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ภาค ๒ ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง หมวด ๒ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยกำหนดไว้ ในส่วนแนวนโยบายด้านการกีฬาเป็นการเฉพาะ ดังนี้
มาตรา .. รัฐต้องดำเนินการด้านการกีฬา ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาการกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพ คุณภาพชีวิต จิตใจ รวมทั้งสร้างความสามัคคีและความภาคภูมิใจของคนในชาติ
(๒) จัดให้มีโครงสร้างและการบริหารจัดการด้านการกีฬาในทุกระดับ ที่ทันสมัย มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ
(๓) ส่งเสริมและสนับสนุนด้านการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ และสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจของชาติ
ในประการแรก เพื่อให้เห็นความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ กระผมใคร่ขอ อัญเชิญพระบรมราโชวาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทาน ต่อประชาชน ณ ตำหนักจิตรลดารโหฐาน ความว่า ในด้านการกีฬา จุดประสงค์ของการกีฬา ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นการฝึกให้บุคคลและคณะมีความเข้มแข็งสามัคคี เพื่อให้แต่ละคน มีความแข็งแรงทั้งในทางกายและจิตใจ และอีกข้อความว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้นำเกียรติยศมาสู่ประเทศ ได้เกียรติทั้งใน ความสามารถ ความแข็งแรง น่าเกรงขามของประชากรในแต่ละประเทศ จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่จะพัฒนาประชาชนภายใต้ ร่มพระบรมโพธิสมภาร ให้มีความแข็งแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปสู่การสร้างสังคมที่ดี เสริมสร้างความรักสามัคคีของคนในชาติ ประการหนึ่ง
และอีกประการหนึ่ง กีฬายังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างชื่อเสียงและ ดำรงเกียรติศักดิ์ศรีในเวทีสากล นำมาสู่เกียรติภูมิของชาติและความภาคภูมิใจร่วมกันของ คนในชาติ ซึ่งจะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงชี้ให้เห็นประโยชน์ของการกีฬาไว้ ทั้ง ๒ ประเด็น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงน้อมนำแนวพระบรมราโชวาท กำหนดไว้ ในบทบัญญัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่ากีฬาถือเป็น เครื่องมือสำคัญและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ และเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความมั่นคงทางสังคม ทั้งในระดับ ท้องถิ่นและในระดับนานาชาติ รวมทั้งกีฬามีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชนทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ เป็นกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม สร้างความเข้มแข็งของการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้มีจิตสำนึก ในการดำรงชีวิตที่มีคุณธรรม มีวินัยและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ สำนึกในการเคารพสิทธิ ของตนเองและผู้อื่น อันเป็นพื้นฐานที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสังคม ผลลัพธ์ประการนี้จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในการปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ ความเป็นเลิศในด้านการกีฬาในระดับนานาชาติยังเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงออกถึงความเข้มแข็ง ของประเทศ และยังเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจร่วมกันของคนในชาติ อันส่งผลโดยตรงต่อ ความสามัคคีและสมัครสมาน และความปรองดองของคนในชาติด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้กำหนดเจตนารมณ์ของการพัฒนาการกีฬา ไว้ในบทบัญญัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ใน (๑) ข้างต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว
ประการที่ ๒ ท่านทราบหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้ประชาชนชาวไทยเป็นจำนวน ไม่น้อยยังขาดความตระหนักในเรื่องของการดำเนินกิจกรรมกีฬา จึงส่งผลให้สุขภาพและ พลานามัยอ่อนด้อย ซึ่งจากข้อมูลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่เคยนำเสนอไว้ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ สรุปว่าประชาชนชาวไทยที่สนใจออกกำลังกายมีประมาณ ๑ ใน ๔ ของประชาชนทั้งหมด ซึ่งผลสำรวจเดียวกันนี้ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกายของผู้ป่วยพบว่า มีผู้ที่มีอาการป่วยเป็นผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬา หรือออกกำลังกายมากถึงร้อยละ ๗๓ และในขณะเดียวกันในผู้ป่วยที่พักรักษาตัว ในโรงพยาบาลเป็นผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายถึงร้อยละ ๗๖ จึงชี้ให้เห็นถึง ความแตกต่างชัดเจนว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ป้องกันการเจ็บป่วยได้ ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายจะมีโอกาสป่วยมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายถึง ๓ เท่าตัว นอกจากนี้ หากประชาชนได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านกระบวนการกีฬาอย่างครบถ้วนแล้ว สิ่งสำคัญที่คาดหวังก็คือการลดลงของปัญหาสังคมที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย อาทิเช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ปัญหาสังคมอื่น ๆ อีกทั้งทักษะและลักษณะนิสัยอันเป็น สิ่งที่บ่มเพาะจากการเล่นกีฬานั้นมีทั้งเรื่องความมีวินัย การเคารพกฎเกณฑ์ ความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่น การทำงานเป็นทีม และความมีจิตสำนึกต่อสังคม ล้วนแล้วแต่ส่งผลโดยตรง ต่อความมั่นคงและความผาสุกของสังคมโดยรวม ซึ่งหากทุกรัฐบาลจะดำเนินการจัดให้มี โครงสร้างและการบริหารจัดการด้านการกีฬาในทุกระดับที่ทันสมัย มีมาตรฐานอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ ก็จะช่วยพัฒนาสุขภาพ ลดสภาพการเจ็บป่วยของประชาชน สร้างคุณภาพชีวิตและสร้างมาตรฐานทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินการของรัฐไว้ในบทบัญญัติ ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐใน (๒) ดังกล่าวข้างต้นแล้ว
ประการที่ ๓ เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนแล้วว่า กิจการด้านกีฬาที่ได้รับ การพัฒนาอย่างดีแล้วสามารถเติบโตและขยายผลต่อยอดไปเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ สร้างรายได้ ทั้งรายได้โดยตรงของนักกีฬาจากการแข่งขัน และรายได้หรือผลประโยชน์อื่น ๆ จากหลาย ๆ ฝ่าย อันเกิดจากการแข่งขันกีฬาที่เป็นความนิยม ทั้งนี้อุตสาหกรรม ด้านการกีฬาในหลายประเทศ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามหาศาลทางเศรษฐกิจ เป็นภาคส่วนสำคัญที่สามารถสร้างรายได้และกระตุ้นการบริโภคเพื่อสร้างการเติบโต ทางเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากข้อมูลทางสถิติที่เผยแพร่ทาง เว็บไซต์ (Web site) เวิลด์ไวด์เว็บ ดอท สแตทิสต้า ดอท คอม (www.statista.com) ซึ่งทำให้เราทราบว่าในภาพรวมทั่วโลกอันมีอัตราการขยายตัวของรายได้จากการกีฬา ในรอบ ๕ ปีจนถึงพุทธศักราช ๒๕๕๗ สูงถึงประมาณร้อยละ ๓๐.๒๑ และรายได้ที่เกิดจาก กิจกรรมกีฬาสูงสุดของประเทศสหรัฐอเมริกา คือรายได้จากกีฬาเพื่อสุขภาพของประชาชน แทนที่จะเป็นอเมริกันฟุตบอลหรือบาสเกตบอลหรือเบสบอลกลับเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพ อีกทั้งจะเห็นว่ารายได้ของนักฟุตบอลอังกฤษอย่าง เดวิด เบคแคม ในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมา เท่ากับ ๒๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ประมาณเกือบ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านทราบหรือไม่ว่า อุปกรณ์กีฬาหลายประเภท อาทิ ลูกฟุตบอล ลูกตะกร้อ หรือนวมสำหรับชกมวยที่ใช้แข่งขัน ในระดับสากลมีการผลิตในประเทศไทยทั้งสิ้น ย่อมแสดงถึงศักยภาพในการผลิตของ ภาคธุรกิจไทย แต่ที่เราไม่สามารถพัฒนาตัวเข้าสู่ระบบการแข่งขันทางธุรกิจสากลได้ ก็เพราะเราไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร หากภาครัฐกำหนดเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุน ธุรกิจกีฬาหรืออุตสาหกรรมกีฬาอย่างจริงจังและชัดเจน ย่อมจะทำให้ภาคธุรกิจไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล และนำรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกด้านหนึ่ง การพัฒนากีฬายังมีส่วนช่วยรัฐในการประหยัดงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของ ประชาชน ลดค่าใช้จ่ายในด้านการสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันงบประมาณรัฐที่ใช้จ่ายในกิจการ ด้านดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่สูง นอกจากนี้จากข้อมูลสถิติโลกที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ เวิลด์ไวด์เว็บ ดอทเวิลด์โดมิเตอร์ส ดอท อินโฟ (www.worldometers.info) ในภาพรวมทำให้เราทราบว่า ทั่วโลกมีการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการสาธารณสุขสูงสุดเป็น อันดับหนึ่งมากกว่างบประมาณเพื่อการศึกษาและเพื่อการทหาร หากมีการส่งเสริม ด้านการกีฬาให้ประชาชนมีพลานามัยที่ดีก็ย่อมจะทำให้งบประมาณเพื่อการสาธารณสุข ในภาพรวมลดลงได้เช่นกัน สำหรับในส่วนความเป็นเลิศในด้านการกีฬาในระดับนานาชาติ ก็ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งของประเทศ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะนำ เกียรติยศมาสู่ประเทศสมดังความในพระบรมราโชวาทที่กระผมได้อัญเชิญไว้ข้างต้น นับเป็นการสร้างความสง่างามของประเทศชาติที่มีภาพการโบกสะบัดของธงไตรรงค์และ เสียงเพลงชาติไทยที่จะกระหึ่มในต่างประเทศท่ามกลางผู้คนจากนานาชาติ ย่อมแสดงถึง เกียรติภูมิของชาติไทยให้ปรากฏในมหกรรมกีฬาที่สำคัญของโลก เมื่อเป็นเช่นนี้กระผม จึงขอเรียนต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ผลพวงของการพัฒนากีฬาในมิตินี้มีผลต่อการสร้าง เกียรติภูมิและสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาจึงได้กำหนดเจตนารมณ์ของการสนับสนุนการกีฬาไว้ใน บทบัญญัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐใน (๓) ดังกล่าวข้างต้นแล้ว นอกจากนี้ในการ บรรลุเป้าหมายของการปฏิรูปในด้านเดียวกันให้เกิดผลอย่างแท้จริง รัฐจึงจำเป็นต้องมี มุมมองใหม่เกี่ยวกับสิทธิที่ประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับจากรัฐอันถือเป็นเป้าหมายและเป็น ประการสำคัญของการปฏิรูป กล่าวคือรัฐจะต้องถือว่าการได้รับการบริการด้านการกีฬานั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับจากรัฐ เมื่อสิทธิการได้รับการบริการ ด้านการกีฬาจากรัฐเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐให้การรับรองแล้ว ย่อมส่งผล ต่อเนื่องโดยตรงต่อหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐในการพัฒนาและจัดหาสาธารณูปโภค ด้านการกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ให้ได้ในระดับที่เพียงพอและทั่วถึง เป็นการทั่วไป เช่น สนามกีฬา อุปกรณ์กีฬา และสนับสนุนบุคลากรทางกีฬาแก่ผู้รับบริการ เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับได้มีโอกาสรับบริการอย่างทั่วถึงเท่าเทียมและเพียงพอ รัฐจึงมีหน้าที่ที่จะต้องจัดการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา และจากแนวคิด ในการกำหนดให้การกีฬาเป็นสิทธิที่พลเมืองพึงได้จากรัฐได้ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ในหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย เช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งหากมีการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วย่อมเป็นเสมือนของขวัญอันล้ำค่าที่ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้มอบให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน และเมื่อเป็นเช่นนี้ คณะกรรมาธิการจึงได้เสนอถ้อยคำที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญในภาค ๑ พระมหากษัตริย์ และประชาชน หมวด ๒ ประชาชน ส่วนที่ ๒ สิทธิเสรีภาพของพลเมือง โดยขอบรรจุเป็น มาตรา ๒ ดังนี้ มาตรา .. บุคคลย่อมมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงการได้รับการบริการ ด้านการกีฬาจากรัฐอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ
กล่าวโดยสรุปด้วยเหตุผลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และแนวทางการปฏิรูป การกีฬาของประเทศที่ได้นำเสนอดังกล่าว กระผมใคร่เรียนต่อท่านประธานเพื่อได้โปรดนำ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้
ประการที่ ๑ การพัฒนาการกีฬาเป็นหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพื่อกำหนดให้การพัฒนาการกีฬาเป็นแนวนโยบายพื้นฐานที่รัฐจะต้องดำเนินการ และ
ประการที่ ๒ สิทธิการได้รับการบริการด้านการกีฬาจากรัฐเป็นสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐได้รับรองและคุ้มครองไว้เป็นผลที่ให้รัฐมีหน้าที่ต้องจัดการบริการ และอำนวยความสะดวกด้านการกีฬา เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับได้มีโอกาสรับบริการ อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และพอเพียง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความชัดเจนและความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านกีฬา โดยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญจะเป็น หมุดหมายและเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาการกีฬาของประเทศภายใต้กรอบ วัตถุประสงค์การพัฒนาทรัพยากรบุคคล สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ และถือเป็น ก้าวแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่มีการบรรจุการกีฬาไว้ในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงการได้รับบริการด้านการกีฬา จากรัฐอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเพียงพอ ทั้งยังจะเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชน ที่จะได้มีสิทธิมีเสรีในการที่ได้รับการบริการด้านการกีฬา ทั้งนี้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ที่ประเทศไทยมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกตราบจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๘๒ ปีแล้ว รัฐธรรมนูญทั้ง ๑๙ ฉบับไม่เคยมีการบรรจุเรื่องของการกีฬาไว้เลย แม้แต่ฉบับเดียว จึงส่งผลให้ที่ยืนของการกีฬาไทยซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสุขภาพ พัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจของประชาชนในระยะเวลาที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะที่คลอนแคลน และย่ำอยู่กับที่ ไม่สามารถแสดงศักยภาพในการพัฒนาสุขภาพพลานามัยของประชาชน ได้อย่างเต็มที่ นำมาสู่ความอ่อนแอทางด้านร่างกายและจิตใจของประชาชนในประเทศ และเป็นเหตุสำคัญให้ประเทศต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาพยาบาลประชาชน ทั้งยังส่งผลต่อภาวะการเสื่อมโทรมทางร่างกายและจิตใจของประชาชนเป็นอย่างมาก แม้ว่าบางรัฐบาลที่ผ่านมาอาจให้ความสำคัญต่อการกีฬาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างเต็มที่ เพราะประสบกับข้อจำกัดทางด้านกฎหมายและข้อจำกัดอื่น ๆ เพราะมิได้มี บทบัญญัติที่ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญไว้ กระผมจึงขอเรียนต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า หากทุกท่านร่วมกันสนับสนุนให้มีการบรรจุข้อความเกี่ยวกับการกีฬาไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยที่กำลังยกร่างนี้ ย่อมจะเป็นคุณูปการต่อพี่น้องประชาชน เพราะจะเป็นรากแก้วแห่งการกีฬาไทยในการพัฒนาสุขภาพ คุณภาพชีวิตและจิตใจของ พี่น้องประชาชนจนเกิดเป็นสังคมสุขภาพดีในอนาคต ท้ายที่สุดนี้ผมใคร่ขอให้สภาปฏิรูป แห่งชาติได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสถาปัตยกรรมแห่งประวัติศาสตร์ และร่วมกัน บันทึกประวัติศาสตร์หน้าแรกของการกีฬาไทยที่กำลังจะวางรากฐานอันมั่นคงทางสุขภาพ พลานามัย คุณภาพชีวิตและจิตใจ ทั้งยังจะเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของพี่น้องประชาชน ชาวไทย สมดังความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่มีต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และเห็นพ้องด้วยกับแนวทางและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา ดังที่ได้กล่าว และเรียนให้ทราบแล้ว ขอขอบคุณครับ