สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

ไพโรจน์ พรหมสาส์น ระบุว่า ต้องเร่งรีบออกข้อบังคับ และแต่งตั้งกรรมาธิการให้เร็วที่สุด เพื่อให้สามารถเสนอข้อคิดเห็นและเสนอแนะไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 19 นี้ นอกจากนี้ยังระบุว่า ต้องเร่งปฏิรูปในด้านต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น และอื่น ๆ รวมทั้งยังเสนอแนะการปรับเปลี่ยนคณะกรรมาธิการที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษานะครับ

นายไพโรจน์ พรหมสาส์น

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพโรจน์ พรหมสาส์น ครับ กระผมออกจะเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ที่ท่านประธานได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ ว่าเราจะต้องเร่งรีบที่จะออกข้อบังคับ แล้วก็รีบแต่งตั้งกรรมาธิการให้เร็วที่สุด เพราะผมเข้าใจว่าการตั้งกรรมาธิการต่าง ๆ นั้นก็เพื่อจะทำหน้าที่แทนสมาชิกของเราที่จะไป ศึกษาพิจารณาในแต่ละด้าน ข้อสำคัญนั้นมีกรอบเวลาที่เราจะต้องเสนอข้อคิดเห็นเสนอแนะ ไปยังกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ ๑๙ นี้ เรื่องหลัก ๆ ที่สำคัญจะต้องเร่ง เป็นพิเศษนะครับ และก่อนหน้านี้ก็มีการประสานกันเป็นการภายในว่าน่าจะมีการสัมมนา นอกรอบในเร็ว ๆ นี้เพื่อที่จะหาข้อสรุป แล้วก็รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อที่จะได้ส่ง ข้อสำคัญที่ควรจะไปอยู่ในรัฐธรรมนูญนะครับ อย่างเช่น งานของคณะกรรมาธิการ ด้านการปฏิรูปการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น แล้วก็ทั้ง ๔-๕ เรื่องนี้จะต้องเร่งเป็นพิเศษ เมื่อได้ฟังการอภิปราย ตั้งแต่เช้ามาผมก็เห็นว่า ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรจะยืนหลัก ๑๑ ด้านที่เป็นที่มา ของพวกเราทั้งหมด ที่มีกรรมาธิการในแต่ละด้าน หรือเราแบ่งเป็นด้าน ๆ นั้น โดยอาจจะ ปรับเปลี่ยนชื่อที่กรรมาธิการที่ตั้งเพียงเล็กน้อย ๑๑ ด้าน ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในคณะที่ ๕ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษานะครับ ผมจะขอเปลี่ยนเป็น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา ศิลปะและวัฒนธรรม เอาศิลปวัฒนธรรมที่อยู่ข้างท้ายมารวมไว้ในนี้เลยไปด้วยกันได้เลยนะครับ อีกอันหนึ่งก็คือ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านพิสิฐซึ่งท่านเคยเป็นกรรมาธิการยกร่างเมื่อปี ๒๕๕๐ แล้วได้ปฏิรูปการเงิน การคลังไปเยอะเลยนะครับ ก็คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ บวกการเงิน การคลังเข้าไปเลย อันนี้ก็มโหฬารแล้วนะครับ ใหญ่โตมโหฬารที่จะกำหนด ในเชิงนโยบายว่ากำหนดกรอบนโยบายด้านการเงิน การคลังอะไร อย่างไร รวมทั้ง เรื่องเศรษฐกิจด้วยนะครับ เดี๋ยวส่วนการท่องเที่ยวอุตสาหกรรม เดี๋ยวแยกไปเดี๋ยวผมจะ เพิ่มเติมนะครับ อีกอันหนึ่งก็คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร ก็เพิ่มอุตสาหกรรม เข้าไปด้วย อุตสาหกรรมการเกษตรเข้าให้อยู่ในนี้เลย นั่นเป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่คิดว่า ๑๑ ด้าน รวมทั้งข้อ ๑๑ ที่บอกว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศ ส่วนอีก ๔ คณะที่จะเพิ่มมา ๑๑ บวก ๔ เป็น ๑๕ ก็คือคณะกรรมาธิการสามัญ ปฏิรูปสังคมและชุมชน เอาสั้น ๆ แค่นั้นเราไปเขียนในภารกิจว่าคำว่า ชุมชน นั้นรวมเรื่องเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อให้ยาวเหยียด เวลาท่านพิมพ์นามบัตรมันจะได้พอ ไม่อย่างนั้นยาวไม่พอนะครับ ใส่ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษนะครับ เอาเป็นว่า คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคมและชุมชน เป็นคณะที่ ๑๒ คณะที่ ๑๓ ก็คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปแรงงานนี่มันเฉพาะไป เรามีกรรมการทำเรื่องนี้ ผมขอผนวกเป็นคณะกรรมาธิการพัฒนาปฏิรูปอุตสาหกรรมและแรงงาน มันจะอยู่ด้วยกัน ตรงนี้นะครับ อุตสาหกรรมและแรงงานไปด้วยกันได้นะครับ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก นอกจาก อุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมของเราที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ ในประเทศ มากมายเลย จะต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องแรงงาน ซึ่งขณะนี้เราขาดแคลนมากถึงกับจะต้องใช้ แรงงานจากต่างประเทศ คณะที่ ๑๔ ก็คือตัดไป คณะที่ ๑๔ คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้าน การปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ อันนี้ไม่ต้องเลย เพราะเป็นกลไกที่กำหนดไว้แล้ว ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา ๓๕ ที่ว่า ให้กำหนดการจัดทำรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุม ด้านต่าง ๆ และ (๓) ก็บอกแล้ว กลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน ตรวจสอบ และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐอะไรต่าง ๆ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องตั้งขึ้นมา หรือท่านอาจจะไปตั้งอนุกรรมการก็สุดแล้วแต่นะครับ ตกลงคณะกรรมาธิการที่ถัดไป คือคณะกรรมาธิการปฏิรูปการท่องเที่ยวและกีฬา เอาการท่องเที่ยวมาก่อน ขออยู่ด้วยกัน ตัดตรงที่ว่า ปฏิรูปกีฬา ขอเป็น การท่องเที่ยวและกีฬา คณะสุดท้ายก็คือในเรื่องของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม อันนี้สำคัญมากนะครับ ถ้าเราไม่ให้ความสนใจที่เราจะปฏิรูปในเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มันไปไม่ได้นะครับ เพราะเราจะต้องเอาความรู้ เอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้น กระผมคิดว่าในภาพรวมนั้นอยากจะขอให้มีการสรุปให้ชัดเจนว่า ๑๑ ด้าน เราโอเคไหม และอีก ๔ ด้าน ที่เราจะเพิ่มขึ้นมาเป็น ๑๕ คณะ แล้วก็สมาชิกของเรามี ๒๕๐ คน ๑๕ คณะ เดิมแต่ละด้านเราก็มีระหว่าง ๑๔-๑๘ คน เพราะฉะนั้นบวกเข้าไป ๗๗ คนนี้อาจจะต้องสลาย เข้าไปอยู่ใน ๑๕ คณะนี้ แล้วก็เพิ่มบุคคลภายนอกเข้ามาก็คิดว่าสามารถจะลงตัวได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ข้อบังคับควรจะเสร็จ แล้วรีบตั้งกรรมาธิการให้เร็วที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ