บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอแก้ไขข้อ 80 เพื่อให้พิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ ที่ไม่ได้สมัครเข้ามาในคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ และหารือเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยังคงอยู่เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เกิดปัญหาการเมืองในประเทศไทย และเชิญ พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตรเข้าร่วมประชุม
ขอบคุณครับที่กระชับมาก ขออนุญาตไปท่านต่อไป ท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมมี ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะให้ขอแก้ไขในข้อ ๘๐ วรรคสาม บรรทัดที่ ๓ หน้า ๑๕ เป็นข้อความดังต่อไปนี้นะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติเป็นผู้เสนอเอง หรือจากคำแนะนำของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยพิจารณาจาก รายชื่อผู้สมัครหรือรายชื่อของผู้ได้รับการเสนอการสรรหาเข้าเป็นสภาปฏิรูปนะครับ จากนั้นก็ต่อ โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ เหตุผลก็คือว่าในข้อนี้เมื่อเปิดกว้างแล้วอย่าลืมนะครับ ถ้าเราดูจาก ๗,๐๐๐ กว่ารายที่สมัครเข้ามาหรือว่าได้รับการสรรหาเข้ามานั้นนะครับ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิอีกเยอะนะครับ หรือในซีกของการเมืองซึ่งไม่ได้สมัครเข้ามา ขณะนี้ก็มีเสียงร่ำลือต่าง ๆ ออกมาว่า รัฐธรรมนูญออกมาเมื่อไรก็จะออกมาตามถนนอีกแล้ว เพราะว่าเขาไม่ได้รับการเข้าไปร่วมด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้ที่เสนอตรงนี้ก็เพื่อว่าเปิดทาง สำหรับกรรมาธิการที่มาจากบุคคลภายนอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมาจากแค่ผู้ได้รับการเสนอชื่อ หรือว่าสมัครเข้ามาเท่านั้น เพียงแต่ว่าเราพิจารณาก่อนเป็นลำดับแรก ๆ นะครับ ถ้าเปิดช่อง เอาไว้สำหรับว่าเสนอจากบุคคลที่อาจจะเกี่ยวกับการเมืองแต่ไม่ได้สมัครเข้ามา ไม่ได้รับ การเสนอชื่อสรรหาเข้ามาได้มีโอกาสเข้ามาในกรรมาธิการ ซึ่งเราไม่ได้ใช้ชื่อ วิสามัญแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ก็จะทำให้ ถ้าเขายังไม่เข้ามาอีกก็เป็นเรื่องที่ ช่วยไม่ได้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเสนอไปในประเด็นที่ ๑ ตามนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ผมติดตามการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ เดิมทีนั้นกรรมาธิการวิสามัญตอนนั้นเรียกวิสามัญ ในคณะที่ ๑๖ ใช้ชื่อว่า คณะกรรมาธิการ วิสามัญปฏิรูปการขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ต่อมาได้แก้ไขคือตัดทิ้งไปเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการกีฬาและการท่องเที่ยว และหลังจากนั้นก็รู้สึกจะ ท่องเที่ยว หายไป เป็น การกีฬา ผมขอเรียกร้องให้เอากลับมาครับ เพราะว่ากรรมาธิการนั้น วิสามัญเราตัดไปแล้ว ปฏิรูปในเรื่องความเหลื่อมล้ำนั้น เป็นเรื่องสำคัญและเป็น ๑ ใน ๑๐ ด้าน เป็นด้านที่ ๑๐ ของ คสช. ซึ่งประกาศเป็นนโยบาย ออกมาแต่หลังจากนั้นแล้วหายไป เมื่อหายไปแล้วอย่าลืมนะครับความเหลื่อมล้ำเป็นต้นเหตุ ของปัญหาการเมืองในประเทศไทยในขณะนี้ มีการวิจัยเอาไว้เมื่อปี ๒๕๒๙ ความเหลื่อมล้ำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์รวยสุด กับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์จนสุด ล่าสุดนี่นะครับ ความเหลื่อมล้ำทางด้าน รายได้ คือความเหลื่อมล้ำมีหลายด้าน ความเหลื่อมล้ำในด้านสิทธิ ในเรื่องของการเข้าสู่ อำนาจ หรือการใช้อำนาจอะไรต่าง ๆ มีอีกเยอะแยะ แต่ความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้ ปี ๒๕๒๙ ต่างกันอยู่ ๒๐ เท่า ปี ๒๕๕๔ เขาวิจัยใหม่ ความเหลื่อมล้ำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์บน กับความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ล่าง ห่างกันเพิ่มเป็น ๒๑ เท่า มันหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของเรานี้มันผิดพลาด หรือเปล่า มันมีปัญหาหรือเปล่า ทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงในปัจจุบันนี้ไม่ได้รับการแก้ไข เราจะชี้นิ้วไปที่ผู้ที่ขายเสียงว่าคุณนี่ไม่รักชาติเลย คุณขายเสียงคุณทำไม เลือกนักการเมือง อะไรก็ไม่รู้เข้ามาอยู่ในสภาแล้วก็เกิดปัญหานะครับ แต่เขายังยากจนอยู่เขาไม่มีจะกิน บ้านเขามีอยู่ ๖ คน ๖ ๕ ๓๐ ก็คือ ๓,๐๐๐ มันอยู่ไม่ได้เป็นเดือนละครับ เพราะฉะนั้น ความเหลื่อมล้ำเป็นต้นตอของสิ่งที่เราจะต้องปฏิรูป ท่านไปออกกฎหมายดี ๆ ท่านไปมี อุตสาหกรรมที่ดี เกษตรที่ดีอะไรก็แล้วแต่ แต่รายได้ของคนระดับล่างยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ ปัญหาการเมืองก็ยังอยู่ครับ ยังวนอยู่แค่นี้ อนาคตข้างหน้าอีกไม่กี่ปีก็อาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้ ขึ้นมาอีก แต่คนที่จะมานั่งในสภานี้อาจจะไม่ใช่พวกเราก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของ การปฏิรูปเป็นเรื่องของสิ่งที่มันผิดปกติ สภาของเราเป็นสภาที่มีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เราต้องทำหน้าที่ก่อน ผมเข้าใจครับทุกด้าน ผมอยู่ในภาคธุรกิจ ปัญหาในเรื่องของ การท่องเที่ยวเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แต่สภานี้จะต้องจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เรามีเวลาแค่ ๓๑๙ วัน ตอนนี้หักไปไม่รู้กี่วันแล้วลดลงไปเรื่อย ๆ เราไม่ใช่เข้ามา เพื่อบริหารประเทศชาติ เราไม่ได้เข้ามาเพื่อจะแก้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดภายในปีเดียว มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำในขณะนี้คืออะไรสำคัญก่อนหลัง ความเหลื่อมล้ำนั้นมันมีหลายเรื่องครับ ความเหลื่อมล้ำในขณะนี้มันมียุทธศาสตร์ชาวนา ที่เกิดขึ้นมาจากภาคเอกชนจากภาคต่าง ๆ เพราะอะไร เพราะ ๓.๗ ล้านครัวเรือนตอนนี้เป็น หนังตัวอย่างที่ดีที่สุด ถ้าใน ๓.๗ ล้านครัวเรือน คนประมาณ ๑๗ ล้านคน ๑๒ ล้านคนยังจนอยู่ นอกเหนือจากนั้นอาจจะกลาง ๆ แล้วก็รวยนะครับ ถ้าเราทำให้คน ๑๒ ล้านคนจากจนเป็น ฐานะปานกลางเท่านั้นเอง สิ่งต่าง ๆ ที่เราจะปฏิรูปในด้านต่าง ๆ มันเริ่มเป็นเหตุเป็นผลแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมยังเห็นความสำคัญของกรรมาธิการลดความเหลื่อมล้ำในทางเศรษฐกิจ และสังคม ยังอยากให้คงอยู่ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วสิ่งที่ท่านจะไปคิดเรื่องการกีฬาสำคัญไหม สำคัญครับ เรื่องท่องเที่ยวสำคัญไหม สำคัญครับ รายได้เป็นอันดับ ๒ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า เราอยากจะทำให้รายได้ในส่วนของข้างบนเพิ่มขึ้นหรือครับ ในขณะที่รายได้ของคนส่วนล่าง ยังแย่อยู่ แล้วอย่างนี้เราจะใช้คำว่า สมาชิกสภาปฏิรูป ได้เต็มรูปแบบหรือครับ ขออนุญาตฝากไว้ ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร ครับ