สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๒ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗

เทียนฉาย กีระนันทน์ อภิปรายเรื่องการแต่งตั้งกรรมาธิการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประนีประนอมระหว่างสภากับกรรมาธิการ เพื่อให้ได้กรรมาธิการที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และยืนยันว่าหากมีการสร้างกรรมาธิการจากนอกสภา จะต้องมีการยืนยันว่าเขาต้องการร่วมปฏิรูปประเทศกับพวกเขา นอกจากนี้ เธอยังเสนอว่าควรใช้ สปช. สาย ๗๗ จังหวัดที่มีอยู่แล้วในการประสานงานและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในระดับล่าง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานของสภา

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานเฉพาะคราว

ท่านคำนูณได้อภิปราย ในการตั้งคำถามไปเรียบร้อย ผมคิดว่ายังไม่อยากให้กรรมาธิการได้ตอบ เพราะว่ามันจะมี ประเด็นที่จะโยงในการอภิปรายต่อไป บางคำถามมันอาจจะไม่ได้ตอบโดยตัวของมันเอง เพราะว่าที่ท่านคำนูณตั้งเข้าใจว่าจะมีหลายคำถามอยู่ด้วยกัน ผมอยากจะขออนุญาตไปที่ ท่านผู้ได้เข้าแสดงความจำนงอภิปรายไว้ก่อนแล้วเดี๋ยวอาจจะกลับมาอีกทีหนึ่ง เชิญท่านจิตร์ ครับ

ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สปช. จังหวัดเพชรบุรี ขอกราบขอบพระคุณ ทางกรรมาธิการที่ได้แสดงเจตนาให้พวกเราทราบว่าท่านคิดอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าสมมุติว่าการตั้งกรรมาธิการที่เพิ่มไป ๑๕ บวก ๕ ในวันนี้ทำให้ข้อขัดแย้งต่าง ๆ มันจบลง ผมยินดียกมือเลย แต่มันไม่มีข้อยืนยันครับ มันไม่มีข้อยืนยันว่าถ้าเราตั้งกรรมาธิการจากซีก ของเราแล้ว จากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจจะมาจากนักการเมือง จะมาจากไหนก็แล้วแต่ เป็นการแสดงความใจกว้างของเราแล้วเรื่องทั้งหมดมันจะยุติลง ก็ต้องถามกลับไปว่า เรื่องที่มันเกิดขึ้นมานี้มันเกิดจากการเมือง มันเกิดจากการที่เราอยากได้ทรัพย์สิน อะไรมากขึ้นหรือเปล่า เป็นเรื่องที่มีฮิดเดน อะเจนดา (Hidden agenda) อยู่หรือเปล่า มันไม่เหมือนกับ สปช. เรานะครับ ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่าพวกเราเห็นต่างได้แต่หัวใจเดียวกัน คือต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้าครับ เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกว่าผมมี ๒ ประเด็นสั้น ๆ ไม่อยากไปรบกวนในที่ประชุมนี้มาก

เรื่องที่ ๑ ก็คือเจตนารมณ์ของกฎหมายก็คือรัฐธรรมนูญ ให้ตั้ง ๒๐ คน ให้ สปช. เสนอ แต่ก็ไม่ได้บอกนะครับ มีการชี้แจงกันว่ากลัวจะไม่ได้ครบจำนวน ๒๐ คน อันนี้เอาเป็นว่าประนีประนอมระหว่างสภากับทางกรรมาธิการได้ไหมครับว่า ในกรณีที่เปิด รับสมัครไปแล้ว หรือว่าทางกลุ่มต่าง ๆ เสนอมา เรามีผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนเกินกว่า ๒๓๐ คน ท่านไปตั้งที่อื่นมาเลย แต่ถ้ามันมีคุณสมบัติครบถ้วน มีคนที่เขาอยากจะเป็น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มาจาก สปช. กรุณาตั้งจากที่นี่ก่อนได้ไหม ผมมาจาก หอการค้าไทยแล้วก็มาจากหอการค้าจากจังหวัดเพชรบุรี เขาให้สิทธิองค์กรพวกเรา สมมุติจะตั้งอะไรก็แล้วแต่เราต้องคิดจากสมาชิกของเราก่อน ไม่ใช่คิดจากคนข้างนอก แต่ถ้าหาไม่ได้ก็เหมือนมีมาตรา ๔ ของประมวลกฎหมายแพ่ง ให้ใช้วิธีอย่างอื่น อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ในกรณีที่มีคนครบ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะไปเอาคนนอกมาทำไม แต่เหตุผล หลังจากที่ได้ฟังคำชี้แจงก็ฟังขึ้นว่าเพื่อประนีประนอม แต่ถ้าเอามาจากสายการเมือง ผมต้องบอกว่าสิ่งที่อยู่ในใจของเขานั้นอะไรกันแน่ เขาต้องการมาร่วมปฏิรูปประเทศ กับเราหรือเปล่า ถ้าเขาต้องการร่วมปฏิรูปประเทศของเรา แล้วการตั้งกรรมาธิการที่มาจาก คนนอกในสายของ สปช. ๕ คน เหตุการณ์มันสรุปลงยุติลงประเทศรักกันดีเลย โอเคครับ เรายินดีเสียสละ แต่มีอะไรยืนยันล่ะ อย่างที่ท่านคำนูณได้ยกขึ้นมา ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ อันนี้คือเรื่องที่ ๑ ว่าลองไปดูก่อนไหม มีคนสมัครไหม มีคุณสมบัติที่ขาดหรือเปล่า ถ้ามันขาดแล้วเราหา ๒๐ คนไม่ได้ หาได้แค่ ๑๕ อีก ๕ ไปหาข้างนอกมา อันนี้ เพื่อประนีประนอมในประเด็นที่ ๑

ในประเด็นที่ ๒ ครับ อยู่ที่กระบวนการทำงาน การทำงานของเราเรามี สปช. สาย ๗๗ จังหวัด เขาไม่ได้เป็นคนที่ได้รับเลือกมาจากคนในจังหวัดก็จริง แต่เขาสามารถ ประสานงานกับองค์กรต่าง ๆ อย่างที่จังหวัดเพชรบุรีทำงานแล้วครับ ทำงานกันแล้ว มีสภาพลเมืองขึ้นมาแล้ว เสนออะไรขึ้นมาเยอะแยะเลย นี่คือการทำงานของเรา ถ้าสามารถว่า สปช. สาย ๗๗ จังหวัดที่เขารวมตัวกันไม่ได้เพื่อจะมาแบ่งแยกหรอกครับ มันมาเพื่อประสานงานกัน อย่าลืมนะครับว่าใน ๑๐ ด้าน กับอีก ๑ ด้าน ด้านอื่น ๆ บางด้าน ถ้าท่านเอาของท่านอย่างเดียวแล้วมันไปสร้างปัญหาให้กับด้านอื่นเขา มันต้องมีคอนเน็กชัน (Connection) ในการเชื่อมโยงกันครับ ไม่ใช่ว่าเราจะเอาของเราให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไปเกิดปัญหาอื่น ๆ มา เรื่องอำนาจไปเจอเรื่องคอร์รัปชันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ มันจะต้องมีสายสัมพันธ์ต่าง ๆ ถ้าเราอาศัย ๗๗ จังหวัด ที่เรามี สปช. อยู่แล้วนี่นะครับ เป็นเหมือนม้าด่วนที่วิ่งไปบอกกับคนข้างล่างว่าท่านต้องการอะไร มีการศึกษามาแล้วครับ เพราะเรามีสภาพัฒนาการเมืองที่รองรับทำกันมานานแล้ว ถามความเห็นเขา เอาความเห็น ของประชาชนในระดับล่างขึ้นมาบอกสภาปฏิรูปแห่งชาติว่าข้างล่างต้องการอย่างนี้ ๆ นะ สภาเห็นเป็นอย่างไร สภาบอกไม่ได้คุณจะเอาอย่างนี้ไปทั้งหมดไม่ได้กลับไปบอกใหม่ สภาเขาเห็นอย่างนี้เห็นด้วยไหม ถ้าไม่เห็นด้วย มีข้ออะไรนะครับ ทั้งหลายทั้งปวงถ้าทำกันได้ ทั้ง ๗๗ จังหวัดนี้ ต่อให้มีนักการเมืองที่ออกมาโวยวายว่าอันนี้ออกมาโดยอะไร เป็นผลพวง ของผลไม้พิษ ท่านไม่ต้องไปฟัง มันยิ่งกว่าทำประชามติอีก เพราะมันเกิดขึ้นมาจากระดับล่าง ขึ้นมาระดับบน ทั้งนี้และทั้งนั้นอยู่ที่กระบวนการในข้อที่ ๒ ที่ผมอยากเสนอว่ากระบวนการ ของเรามีม้าใช้อยู่แล้วในการที่จะเดินไปถึงข้างล่าง ท่านใช้ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์นะครับ เราจะมีกรรมาธิการในการที่จะประสานงานรับฟังความคิดเห็นข้างล่างหรือไม่ในอนาคต เป็นเรื่องที่ว่ากันต่อไป แต่ม้าใช้เหล่านี้นะครับ ซึ่ง สปช. เหล่านี้เขาจะทำงานให้ท่านแล้ว ทำงานตั้งแต่วันแรกแล้วด้วย หลายที่มีผลลัพธ์ออกมาแล้วเป็นเปเปอร์ (Paper) เลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นหลักประกันยืนยันอย่างดีว่ารัฐธรรมนูญที่เรามีหน้าที่ ของ สปช. นี้ ผมแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ ๆ เรื่องที่ ๑ ก็คือการศึกษา วิเคราะห์ แล้วก็ สังเคราะห์ว่าจะปฏิรูปในเรื่องอะไร แล้วเอาสิ่งที่เราได้สังเคราะห์นี้ไปบอกกับกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญว่าควรจะชี้จะมีบทนี้ไหม ผมยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี่นะครับ ในเรื่องของกิจการค้าหรือการทำธุรกิจมีเขียนอยู่ว่า รัฐต้องส่งเสริมการค้าที่เสรีและเป็นธรรม ตอนนี้อาจจะต้องเพิ่มไปอีกไหม อีกประโยคหนึ่งว่าต้องมีการกระจายรายได้ด้วย ไม่ใช่ ไปส่งเสริมการค้าเสรีแล้วรวยอยู่กระจุกเดียว ยกตัวอย่างอย่างนี้เป็นต้นจะต้องมีหรือไม่ อันนี้ อาจจะต้องทำความเห็นจากองค์กรต่าง ๆ ซึ่งอยู่ระดับล่างรวมทั้งประชาชน แล้วส่งกลับ ขึ้นมายังสภาบนก็จะเกิดเป็นมรรคเป็นผลนะครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุปในนี้ไม่อยากใช้เวลา ของสภามาก ในประเด็นที่ ๑ หาตัวกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของเรานะครับ จากสมาชิกของเราก่อนดีไหม ๒๐ คน ถ้าคุณสมบัติไม่ครบ ไม่ต้องการที่จะเป็น เวลาไม่มี แล้วต้องการจะสมัคร ส.ส. ส.ว. ต่อ จบครับ ไปหาคนข้างนอกมาอีก ๕ คนนะครับ แล้วก็ กระบวนการในการทำงานกรุณาใช้ สปช. ที่มาจากจังหวัด เขาไม่ต้องการไปรวมกลุ่มกัน เพื่อแบ่งแยกว่านี่เป็นกลุ่มจังหวัดกลุ่มอะไรหรอกครับ แต่ต้องการมีคอนเน็กชันกันว่าจังหวัด ของคุณได้เลือกมาอย่างนี้มันตรงกันไหม มาประมวลกันแล้วมันควรจะมีทางออกอย่างไร อย่างนี้ละครับ มันจะขึ้นมาจากประชาชนในระดับรากหญ้า มันไม่เป็นการประนีประนอม ดีกว่าการที่เราจะไปเชิญใครต่อใครก็ไม่รู้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าหลักประกันตัวจริงที่เขาทะเลาะกันอยู่นี่ เขาจะเข้ามาหรือเปล่า เขาอาจจะอยากสมัคร ส.ส. ต่อ เขาอาจจะสมัคร ส.ว. ต่อ ไปส่งใคร ก็ไม่รู้เข้ามานะครับ ตัดสินใจอะไรก็ไม่ได้ต้องวิ่งกลับไปถาม แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร แล้วมันจะเกิดการประนีประนอมอะไร เพราะฉะนั้นด้วย ๒ ประการนี้ ก็ฝากในที่ประชุมนี้ ให้ช่วยคิดด้วยครับ ผมยังเห็นด้วยกับการที่เป็น ๒๐ ต่อ ๐ ครับ ขอบพระคุณครับ

อาจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน ครับ