ภัทรียา สุมะโน หารือเรื่องค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา โดยเสนอข้อเสนอแนะให้รัฐสนับสนุนการเผยแพร่สื่อเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม และยังเรียกร้องให้มีมาตรการกำกับดูแลการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง และเสนอให้ใช้คำว่า "ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีงามของศาสนา" แทนคำว่า "ประทุษวาจา" หรือ "เฮท สปีช"
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติค่ะ ขออนุญาตนำเสนอข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะใน ๒ ประเด็นนะคะ ทางด้านค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา โดยไม่ได้เพิ่มประเด็นนะคะ คือทั้งหมดที่เสนอดิฉันว่ามีความสมบูรณ์อยู่แล้ว เพียงแต่ขอ เพิ่มเติมให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนะคะ ดิฉันสนใจในประเด็นที่ ๕ ที่ระบุว่า รัฐมีหน้าที่ สนับสนุนการผลิตและจัดสรรเวลาในการเผยแพร่สื่อ ในการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน มีคุณธรรม จริยธรรม อย่างน้อย ๑ ชั่วโมงต่อ ๑ สัปดาห์ อันนี้ก็ไม่ทราบว่าจะพอหรือเปล่านะคะ ดิฉันว่าเป็นข้อเสนอที่ดีในการใช้สื่อเป็นเครื่องมือ และเข้าใจเอาเองว่าคณะกรรมาธิการ คงจะหมายถึงสื่อวิทยุกระจายเสียงและสื่อวิทยุโทรทัศน์เท่านั้น เพราะว่าได้ระบุไว้ ในคำอธิบายว่า เนื่องจากเวลาในการเผยแพร่สื่อมีราคาแพงจึงอยากให้รัฐจัดสรรเวลาให้ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าขอเวลาฟรีจากสื่อรัฐนั่นเอง ก็ยังดีที่ไม่ได้ระบุออกไปว่าเป็นสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ตรง ๆ เลยนะคะ เพราะนี่เป็นสื่อของรัฐที่ถูกขอเวลาฟรีประจำอยู่แล้ว แต่ดิฉัน จะถามว่าพอหรือคะ สนับสนุนเรื่องนี้มากแต่การสร้างจิตสำนึกด้วยการตอกย้ำให้เกิด คุณธรรม จริยธรรม เป็นค่านิยมประจำชาตินั้น มันน่าจะต้องใช้สื่อมากกว่านี้นะคะ ดิฉัน ก็เลยอยากจะขอเสนอเพิ่มเติมให้ โดยอาจจะใช้คำกว้าง ๆ ซึ่งดิฉันก็คิดว่าทางกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญก็จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในการปรับปรุงเวิร์ดดิง (Wording) ใหม่อยู่แล้ว ดิฉันก็ขอเสนอว่ารัฐมีหน้าที่ในการสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างจิตสำนึก ให้ประชาชนมีคุณธรรม จริยธรรม โดยการใช้สื่อต่าง ๆ ทุกประเภทของภาครัฐอย่างเสรี กว้างขวางและทั่วถึง ก็เป็นข้อเสนอ ซึ่งถ้าหากว่ามันอาจจะปลีกย่อยไปไม่สามารถบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็จะขอเสนอฝากไว้ว่า ไปไว้ในกฎหมายลูกก็ได้นะคะ คือพระราชบัญญัติปฏิรูปค่านิยม แล้วก็ชื่อยาว ๆ ต่อไปนี่นะคะ
ทีนี้ต่อไปนะคะ ดิฉันก็สนใจอีกประเด็นหนึ่ง ก็เกี่ยวกับสื่อเหมือนกัน คือประเด็นที่ ๑ ที่มีหลักการและเหตุผลว่า เป็นเพราะข่าวสารทางศาสนาเป็นภาพเชิงลบ มากกว่าภาพเชิงสร้างสรรค์ผ่านสื่อ โดยมีการใช้ ประทุษวาจา หรือว่าเฮท สปีช (Hate speech) นะคะ ซึ่งดิฉันคิดว่าในความเห็นของดิฉันเองเห็นว่า ข่าวสารเชิงลบเกี่ยวกับศาสนา ที่เสนอผ่านสื่อ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกข่าวพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ผิดวินัยสงฆ์ของบรรดา ภิกษุสงฆ์นั่นเองนะคะ ก็เป็นบางแห่งบางวัด แต่ทีนี้บางสื่อก็จะให้ความสนใจ กับเรื่องนี้มากเกินไปโดยการขยายความเป็นลักษณะดูราวกับว่าศาสนาเสื่อม แต่นั่นก็มิใช่ การที่จะตีความว่าเป็นการใช้ประทุษวาจา หรือว่าเฮท สปีช เพราะว่าคำว่า เฮท สปีช มันหมายถึงการสื่อสารที่สร้างความเกลียดชังนะคะ ซึ่งดิฉันไม่คิดว่าสื่อมวลชนทั้งหลาย จะคิดสื่อสารเพื่อสร้างให้ประชาชนเกลียดชังศาสนา จึงคิดว่าตรงนี้ไม่น่าจะใช่ และคำว่า เฮท สปีชนั้นความหมายลึก ๆ ก็คือว่า การใส่ร้ายโจมตีผู้อื่นอย่างไม่เป็นความจริง โดยมีความประสงค์ที่จะให้ผู้นั้นถูกเกลียดชังนะคะ ดังนั้นดิฉันก็คิดว่ามันไม่น่าใช่เฮท สปีช คือสื่อไม่น่าจะมุ่งหมายที่จะโจมตีว่าศาสนาเสื่อม คนไม่ศรัทธา เชิญชวนไม่ให้คนศรัทธา ต่อไปคงไม่ใช่เช่นนั้น ดิฉันก็เลยอยากจะขอเสนอประเด็นนี้ว่าดิฉันเข้าใจวัตถุประสงค์ หรือเจตนารมณ์ของการเขียนประเด็นนี้ไว้ ก็คือเพื่อที่จะป้องกันมิให้มีการโจมตีศาสนา ผ่านสื่อนั่นเอง แต่ว่าเราอาจจะใช้คำนี้แทนคำที่เสนอมานะคะ ในประเด็นที่กรรมาธิการ เสนอมาบอกว่า และคุ้มครองการเสนอข่าวสารด้านศาสนาให้ปลอดจากประทุษวาจา ผ่านสื่อทุกชนิด เราก็ใช้ความหมายเดียวกัน แต่ไม่ต้องไปเจาะจงถึงเฮท สปีช โดยอาจจะใช้ คำว่า และให้มีการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีงามของศาสนาทางสื่อสารมวลชนทุกประเภท มันก็ได้ความเดียวกัน ทีนี้ในเรื่องของเฮท สปีช ดิฉันจะเรียนว่าก็ไม่ได้หายไปไหนนะคะ เพราะเมื่อวานนี้ท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศก็ได้เสนอไปแล้วในประเด็นที่ ๑๐ ของการเสนอของกรรมาธิการชุดนี้ว่า เราเสนอในหัวข้อการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง โดยเสนอให้มีมาตรการกำกับดูแล การสื่อสารแบบเฮท สปีชอยู่แล้ว คืออาจจะมีบทลงโทษหรืออาจจะมีการป้องกัน หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการให้ร้ายบุคคลอื่นผ่านสื่อโดยการใช้ประทุษวาจาอยู่แล้วค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ