รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเกี่ยวกับการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการลงมติเมื่อคืน และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาใช้อาณัติใช้อำนาจท้าตรงไปตรงมา โดยยอมรับสิครับว่าองค์ประชุมไม่ครบ สภายังไม่สามารถมีมติได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้น้าฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านประธานกล่าวว่าไม่แน่ใจว่าพรรคประชาธิปัตย์นี่ต้องการอะไร ผมก็จะ กราบเรียนให้ท่านประธานล้าดับให้เห็นว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากอะไร การลงมติเมื่อคืนวันที่ ๔ หรือเวลาประมาณ ๐๒.๐๐ นาฬิกา เมื่อสภารับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ๓ ฉบับ ก็ต้องด้าเนินการตามข้อบังคับ

ประการแรก ก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการ มีการเสนอจ้านวนกรรมาธิการ เป็นกรรมาธิการวิสามัญ มีการเสนอชื่อ ท่านเลขาธิการรัฐสภาก็กรุณาอ่านชื่อเป็นการตั้ง คณะกรรมาธิการเสร็จสิ้น จากนั้นที่ประชุมก็จะต้องพิจารณาต่อไปว่าจะมีการแปรญัตติ ภายในระยะเวลากี่วัน เราปฏิบัติกันอย่างนี้มาโดยตลอด การอ้างข้อบังคับที่ใช้ ค้าว่า อัตโนมัติ อัตโนมัติมันใช้เฉพาะกรณีที่ไม่มีการเสนอเป็นอย่างอื่นครับท่านประธาน ไม่ต่างจากข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรเวลาพิจารณากฎหมายแล้วก็บอกว่าให้แปรญัตติ ภายใน ๗ วัน เว้นแต่สภาผู้แทนราษฎรจะก้าหนดเป็นอย่างอื่น กรณีนี้ก็เหมือนกันครับ ๑๕ วัน เว้นแต่รัฐสภาจะก้าหนดเป็นอย่างอื่น การที่มีสมาชิกเสนอญัตติให้มีการแปรญัตติ ไม่เป็นไปตามเวลาที่ก้าหนดในข้อบังคับก็เท่ากับว่ารัฐสภามีเรื่องที่จะต้องพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าในขั้นตอนนี้รัฐสภาไม่ก้าหนดเป็นอย่างอื่น ท่านประธานครับ มันก็ต้อง พิจารณาว่ารัฐสภาจะก้าหนดอย่างไร เป็นที่ชัดเจนว่าวันนั้นหลังจากที่เพื่อนสมาชิก เสนอญัตติแล้วท่านประธานก็ขอผู้รับรอง เมื่อมีผู้รับรองถูกต้องญัตตินี้จึงสมบูรณ์ เมื่อญัตติ สมบูรณ์ผมถามท่านประธานครับว่าท่านประธานใช้อ้านาจอะไรในการวินิจฉัยว่าญัตตินั้น ตกไปแล้วหรือยังไม่ตก ญัตตินั้นสมบูรณ์อยู่ก็ต้องมีการลงมติ ท่านประธานตรวจสอบ องค์ประชุมแล้วก็บอกว่าองค์ประชุมไม่ครบ ตามรัฐธรรมนูญนั้นการประชุมสิ้นสุดลงครับ ไม่สามารถจะท้าเป็นอย่างอื่นได้ และถ้าโดยปกติสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือท่านประธานก็จะต้องนัด ให้มีการประชุม ในกรณีอย่างนี้ก็ควรจะนัดประชุมโดยเร็วเพื่อให้ได้ข้อยุติว่าจะแปรญัตติ ภายในระยะเวลากี่วัน ปรากฏว่าท่านประธานไม่ได้ท้าอย่างนั้น ท่านประธานพูดหลังจาก การประชุมยุติลงแล้วโดยสภาพเพราะองค์ประชุมไม่ครบว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ให้แปรญัตติ ภายใน ๑๕ วัน พวกกระผมก็จึงได้แสดงความคิดเห็น กระผมจ้าได้ครับวันนั้นนอกจาก ท่านจะพูดเรื่องนี้ท่านยังนัดว่าคณะกรรมาธิการจะประชุมเมื่อไร พวกเราก็มีหลายท่าน ได้ทักท้วงว่าท่านประธานไม่สามารถที่จะท้าอะไรได้แล้วเพราะการประชุมยุติลงแล้ว ท่านประธานก็บอกว่าผมถือว่าผมแจ้งหลังจากการประชุมจบไปแล้ว นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในคืนวันนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกกระผมก็จึงได้ให้ความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนว่ามันไม่ถูกต้อง ที่จะไปสรุปในเรื่องของระยะเวลาการแปรญัตติ สิ่งที่ท่านประธานจะต้องท้าก็คือต้องเรียกประชุม เพื่อให้มีการลงมติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ผมก็จึงเรียกร้องว่า ท่านประธานสามารถด้าเนินการให้มันครบถ้วนถูกต้องได้ด้วยการเรียกประชุม ท่านประธาน ก็เรียกประชุมในวันนี้ พอท่านประธานเรียกประชุม ท่านประธานถามว่าท้าไมพรรคประชาธิปัตย์ มีการมาทักท้วงว่าเรียกประชุมท้าไม มันเกิดเหตุจากการที่เราไปดูในการประชุมของชวเลขครับ เพราะถ้าหากว่าวันนี้ท่านเรียกประชุมโดยที่การประชุมในวันนั้นยุติเพียงแค่ว่าองค์ประชุม ไม่ครบ ขอนัดการประชุมสภาวันที่เท่าไรมันจะไม่มีปัญหาครับ แต่ขณะนี้มันบันทึกเอาไว้ว่า ท่านประธานบอกว่าองค์ประชุมไม่ครบ เพราะฉะนั้นถือว่า ๑๕ วันตามข้อบังคับ นี่คือ ตัวปัญหาครับ ไม่ใช่ว่าพรรคประชาธิปัตย์วันหนึ่งเรียกร้องอย่างหนึ่ง วันหนึ่งเรียกร้องอีกอย่างหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ต้องการถามท่านว่าถ้าท่านต้องการให้ลงมติในวันนี้ท่านต้องยอมรับก่อนว่า วันนั้นองค์ประชุมไม่ครบสภาจึงไม่สามารถก้าหนดระยะเวลาการแปรญัตติได้ ไม่ใช่มากล่าวว่า ก้าหนดไปแล้ว ๑๕ วันตามบันทึก หรือบอกวันนี้ใช้ค้าว่า ๑๕ วันโดยอัตโนมัติ ถ้าท่านประธาน ยอมรับอย่างนี้เราก็ลงมติได้ครับ แต่ถ้าท่านประธานยืนยันว่าวินิจฉัยไปแล้ว แปลว่า ๑๕ วัน เราก็ไม่รู้ว่าจะลงมติอย่างไร และผมกราบเรียนย้าท่านประธานนะครับ ถ้าท่านประธาน ยังยืนยันว่าข้อบังคับเขียนอย่างนี้ตีความอย่างนี้ได้ เท่ากับท่านประธานให้อ้านาจตัวเองมากเลย วันข้างหน้ามีกฎหมายเข้ามาสู่สภาโดยปกติแปรญัตติภายในเวลา ๗ วัน ถ้ามีใครเสนอเป็นอย่างอื่น ท่านประธานบอกปิดประชุมซึ่งเป็นอ้านาจของท่านประธาน เสร็จแล้วไปนัดประชุมหลังจาก ๗ วันจะท้าอย่างไรครับ ทีนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไปตีความข้อบังคับอย่างนั้น สิ่งที่พวกเรา เรียกร้องคือท่านท้าตรงไปตรงมา ยอมรับสิครับว่าองค์ประชุมไม่ครบ สภายังไม่สามารถมีมติได้ ก็มาขอมติในวันนี้ แต่ถ้าท่านประธานดึงดันว่าวินิจฉัยแล้วว่าถ้าปิดประชุมไปองค์ประชุมไม่ครบ ท้าตามอย่างที่คุณหมอชลน่านพยายามตีความแปลว่าต้องถือว่า ๗ วัน ๑๕ วันตามข้อบังคับ พวกผมถือว่านั่นเป็นการตีความที่ผิด แล้วถ้าตีความอย่างนั้นแล้วก็ไม่รู้จะลงมติอย่างไร นี่คือ ประเด็นของพวกกระผมครับ