รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

สุชีน เอ่งฉ้วน แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ว.ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเอียงของส.ว.ในพรรคการเมืองและปัญหาการซื้อเสียง นอกจากนี้ยังระบุว่าการเลือกตั้งส.ว.เป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมสภาและอนุมัติงบประมาณทุกปี

นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

เรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา กระผมได้ขอแปรญัตติไว้ในวาระนี้ก็อยากจะกล่าวถึงที่มาของ ส.ว. เพราะว่าเราก็ พูดกันมามากแล้ว แต่ว่าเราจะชี้กันให้ชัดเลยนะครับ อย่างที่พี่น้องเกษตรกรภาคใต้ในขณะนี้ ที่มาเรียกร้องราคายางพารา ถามว่ามันเกี่ยวข้องกับการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร ผมสามารถบอกได้เลยว่านี่คือการเกี่ยวข้องโดยตรงเลย เพราะว่าถ้าเกิดท่านให้ ส.ว. มาจาก การเลือกตั้งทั้งหมด แล้วท่านก็ยังให้ ส.ว. มีโอกาสเลือกตั้งในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เวลา เกิดเหตุการณ์อย่างนี้นะครับ เกิดเหตุการณ์ที่พี่น้องมาเรียกร้องความถูกต้องจากรัฐบาล หรือมาเรียกร้องราคายางพาราจากรัฐบาล พี่น้องเขาก็จะถามหาว่า ส.ส. ของเขาอยู่ไหน มันก็จะเกิดคําถามที่ ๒ ขึ้นมาว่า ส.ว. ของเขาอยู่ไหน หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ถ้าเกิดเลือกตั้งมันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แล้วพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น มันก็จะเอียง ส.ว. ก็ต้องเอียงเข้ากับพรรคการเมืองเพื่อที่จะให้ได้เลือกตั้งกลับมาในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ อันนี้ที่พูดถึงเรื่องยางพาราก็เพราะว่าเราให้ความสําคัญของพี่น้อง เรื่องปัญหาราคายางพารา เพราะพี่น้องของผมก็หัวแตกไปหลายคน

ต่อมาในเรื่องของที่มาของ ส.ว. ที่ขยายจาก ๑๕๐ คน เป็น ๒๐๐ คน ขึ้นมา ๕๐ คน ท่านลองคํานวณดูว่า ส.ว. ๑ ท่าน มีเงินเดือนเท่าไร ผู้ช่วยเท่าไร ผู้ชํานาญการ แล้วก็ ผู้เชี่ยวชาญอีกนะครับ เฉลี่ยอยู่ที่คนละประมาณ ๒๔๒,๕๖๐ บาทต่อ ๑ คน ๕๐ คนก็จะได้ อยู่ที่ประมาณ ๑๒ ล้านบาทต่อเดือนนะครับ นี่ถ้าคูณ ๑๒ เดือนเข้าไปก็จะได้ปีหนึ่ง ๑๔๔ ล้านบาท ๖ ปีก็จะมีงบประมาณที่จะต้องเพิ่มขึ้นมา ๘๖๔ ล้านบาท งบประมาณตรงนี้ ที่เพิ่มขึ้นมาถามว่า ส.ว. ๒๐๐ คนจะทําหน้าที่ได้ดีกว่า ส.ว. ๑๕๐ คนจริงหรือ อันนี้ผมก็ ตั้งคําถามไว้กับท่านประธานนะครับ นี่ยังไม่รวมไปถึงค่าเดินทาง ค่ายานพาหนะ ค่าเครื่องบิน เวลาเรามาพูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเราก็ต้องยอมรับกันก่อนว่า การเลือกตั้งในเมืองไทย มันยังมีการใช้เงินซื้อสิทธิซื้อเสียง ไม่ได้ระบุไปว่าใครซื้อ แต่เหมารวมกันเลยนะครับ เอาเป็นว่า ตั้งแต่ อบต. ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นายกเทศบาล อบจ. รวมไปถึงท่าน ส.ส. ส.ว. เอง ยังไม่ได้ ปราศจากการซื้อเสียงอย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าในการเลือกตั้งในทุกระดับ เราก็ยังมีการซื้อเสียงกันอยู่ ฉะนั้นเวลาที่เลือกตั้ง ส.ว. มาทั้งหมด ๒๐๐ คน มันก็มีส่วนหนึ่ง ที่เป็น ส.ว. ที่ได้มาจากการซื้อเสียงนะครับ มีผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่านมาเล่าให้ผมฟัง แล้วก็ทําให้ ผมวิตกกังวลมากว่าประเทศไทยนี่สามารถซื้อได้นะครับ จะใช้เงินประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถามว่าเกี่ยวอะไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. ฉบับนี้ การแก้ไขที่มาของ ส.ว. ฉบับนี้คือกุญแจดอกแรกนะครับในการที่จะซื้อประเทศไทย ซื้ออย่างไรครับท่านประธาน กุญแจดอกที่ ๑ ก็คือจ่ายเงินซื้อ ส.ว. ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ให้ ส.ว. ไปคนละ ๑๐๐ ล้านบาท ให้อย่างไร ให้ไปเลยก็ได้ ให้ ส.ว. ไปเลือกตั้งเลยก็ได้ หรือไม่ก็เลือกตั้งเสร็จแล้วพอได้เป็น ส.ว. แล้วมารับ ๑๐๐ ล้านบาทแล้วคุณมาอยู่กับผม จ่ายเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทไปก็จะได้ ส.ว. มา ๑๒๐ คน เท่ากับที่ท่านประธานกรรมาธิการบอกพอดีเลยว่าจํานวน ๑๒๐ คนนี่ สามารถไปแต่งตั้งหรือถอดถอน กกต. ได้ นี่คือกุญแจดอกที่ ๑ ที่จะซื้อประเทศไทย

ต่อมาหลังจากการที่ซื้อ ส.ว. ไปได้แล้ว ๒๐๐ คนเอาแค่ ๑๒๐ คนพอ พอซื้อ ๑๒๐ คนก็เอา ๑๒๐ คนก็เอา ๑๒๐ คนที่อยู่ในมืออันนั้นก็บวกกับเศษ ๆ ที่เหลือไปแต่งตั้ง ตั้งแต่องค์กรอิสระ เอาเป็นแค่ง่าย ๆ ว่าไปแต่งตั้ง กกต. ๕ คนนี้ก่อน นี่คือกุญแจดอกที่ ๒ ที่เป็นการที่จะซื้อประเทศไทย มีทั้งหมด ๔ ดอกท่านประธาน

ดอกที่ ๓ คือถึงการซื้อ ส.ส. ลงทุนต่ออีกนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ลงทุนไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ลงทุนต่ออีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ ส.ส. อีกคนละ ๑๐๐ ล้านบาท ซื้อ ส.ส. อีก ๓๐๐ คน ก็จะได้ ส.ส. เข้ามานั่งในสภา ๓๐๐ คน จาก ๕๐๐ คน อันนี้คือ ดอกที่ ๓ ที่จะไขประเทศไทยนะครับ

หลังจากได้ทั้งหมดมา ๓๐๐ คนแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นครับที่มัน ต่อเนื่องมาจากการแก้ไขที่มาของ ส.ว. ทั้งหมดเหล่านี้นะครับ ดอกที่ ๑ เปิดประตูเข้าบ้าน ดอกที่ ๒ นี่เข้าถึงห้องรับแขก ดอกที่ ๓ นี่เข้าถึงห้องนอน หลังจากที่ได้ ส.ส. มาแล้ว ดอกที่ ๔ ก็คือการที่ทําให้ ส.ส. มาอนุมัติงบประมาณ ปี ๆ หนึ่ง