สิงห์ชัย ทุ่งทอง หารือเรื่องกรณีปราสาทพระวิหาร และเรียกร้องการสนับสนุนจากข้าราชการ โดยเชื่อมั่นในความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง และเรียกร้องให้ประชาชนคนไทยคิดอย่างมีวิจารณญาณและไม่แบ่งแยก
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันแรก ที่ผมอยู่ดึกที่สุด เรื่องนี้บอกตามตรงในฐานะก็เป็นสถาปนิกนะครับ มันเป็นเรื่องเทคนิค โดยแท้ และที่ผมกังวลที่สุด ทําไมรอถึงเที่ยงคืน รอที่จะอภิปราย เพราะผมโยงเรื่องนี้ มันมี ปัญหากับประเทศชาติทางด้านการเมืองนะครับ ผมไม่ได้บอกว่าปัญหานี้ปัญหาอะไร แต่ว่า วันนี้ผมกังวล ผมก็ได้ทําหน้าที่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่พยายามสร้างความเข้าใจ ผมย้ํา นะครับว่าวันนี้ผมพูดนี่ผมพูดต่อท่านประธาน ฝากไปถึงคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้ ผมจะบอกพี่น้องประชาชนโดยผ่านท่านประธานว่า ที่ผมรอวันนี้จนถึงเที่ยงคืนนี่นะครับ ผมจะไม่อธิบายว่าเส้นไหน เขาตรงไหน ไม่ครับ แต่ผมกําลังจะบอกพี่น้องประชาชนคนไทย ว่าวันนี้เราขัดแย้งกันมากมายเหลือเกิน แล้วเรื่องนี้ผมตามมาตลอด ผมได้มีโอกาสได้พบทั้ง ๔-๕ ท่านที่นั่งอยู่บนนี้ ด้วยความอยากรู้ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นรัฐบาล ชุดใด การดําเนินซักค้านคดีนี้ได้มีการถ่ายทอดให้ประชาชนได้เห็นทั่วประเทศ สิ่งนี้เป็นที่ น่ายินดีอย่างยิ่ง และน่าจะเป็นกรณีศึกษาสําหรับประเทศนี้ ถ้าหากว่าเราทําสิ่งใดนั้น เพื่อสาธารณะ เพื่อประชาชน เผยแพร่ครับ ประชาชนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน ผมเชื่อว่า บางครั้งในรายละเอียดของเทคนิคนั้นมันเป็นเรื่องยากที่ใครจะเข้าใจได้ แต่สิ่งที่ทีมงาน หรือบุคลากรนําเสนอต่อสาธารณชนนั้น นั่นถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ ผมจึงอยากจะบอก พี่น้องประชาชนว่าวันนี้สําหรับกรณีปราสาทพระวิหาร ผมเชื่อมั่นว่าทีมงานข้าราชการ ของแผ่นดิน ข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั้น อยู่และรู้เรื่องเหล่านี้มาตลอด นักการเมืองมาเต็มที่ ๒ ปี ๓ ปี ๔ ปี ให้เต็มที่ ๔ ปี ปีครึ่ง เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยน นายกรัฐมนตรี ผมถามว่าท่านเหล่านี้จะรู้ลึก รู้ละเอียดไหม ไม่ใช่ นอกเสียจากว่าพอเข้ามา รับทําหน้าที่ก็ต้องเรียกท่านราชการเหล่านี้มารายงานว่าเป็นอะไร ผมเรียนกับท่านว่าเมื่อมี การขัดแย้งโต้เถียงกันในสังคม ผมเป็นคนหนึ่งที่ตําหนิว่ากระทรวงการต่างประเทศ ไปไหน ฝ่ายความมั่นคงไปไหน ท่านทําไมไม่ออกมาชี้แจง ทําไมให้การเมือง นักการเมือง มาต่อสู้ช่วงชิง เอาประชาชนเป็นพวกสนับสนุน แต่วันนี้ที่ผมทนถึงเที่ยงคืนนี้นะครับ ผมเห็นว่าประชาชนคนไทยวันนี้หรือการเมืองวันนี้อาจจะเกินเลยไปแล้ว ด้วยสถานการณ์ หลายอย่างผมก็เลยนั่งรอถึงเที่ยงคืน อยากจะเรียนว่าสําหรับตัวกระผมนั้นผมเชื่อมั่น ในกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายความมั่นคง ทําไมผมเชื่อมั่น เพราะผมไม่ใช่เพิ่งมาฟัง ตอนนี้ อ่านทั้งหนังสือ ฟังทั้งพฤติกรรม ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างในฝ่ายเทคนิค และล่าสุด ผมก็พยายามดูฝ่ายความมั่นคงว่าจะพูดอะไร ผมบอกเลยว่าท่านผู้นํากองทัพ มีผู้สื่อข่าว ถามว่าท่านได้ถอนทหารหรือยัง ท่านก็ตอบว่ายัง แล้วท่านพูดขึ้นมาคําหนึ่งว่าขออย่าถามผม มากกว่านี้เลย บางเรื่องผมไม่สามารถจะพูดตรงนี้ได้ สิ่งนี้เป็นเรื่องสําคัญมาก เพราะฉะนั้น ผมจะบอกพี่น้องประชาชนว่าท่านต้องเชื่อบุคคลหรือกลุ่มคนที่ทําหน้าที่ นักการเมืองท่านฟัง ได้ครับแต่สิ่งสําคัญที่สุด ข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั้น ผมเชื่อว่าอธิบดี ปลัดมาแล้วก็ไปครับ แต่องค์กร ข้อมูลต้องบันทึกไว้ตลอด ท่านต้องเชื่อตรงนั้น และผมก็เชื่อว่า สิ่งที่เป็นสิ่งสําคัญ สิ่งที่เกี่ยวกับชาติบ้านเมือง ผมไม่เชื่อว่าข้าราชการจะยอมขายชาติ แต่อาจจะเป็นไปได้ วิธีการตัดสินใจ วิธีการที่จะนําเสนอ วิธีการที่จะตัดสินอาจจะมีผิด มีพลาด แต่ทุกคนที่ผมเชื่อว่ามีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ผมย้ํากับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า วันนี้พอดีมันดึกท่านจะฟังหรือไม่ฟังก็แล้วแต่ แต่ถ้าหาก ท่านฟัง ท่านบอกต่อ วันนี้บ้านเมืองเราขัดแย้งมากเหลือเกินโดยเฉพาะกรณีปราสาทพระ วิหาร ผมถามว่าวันนี้เราแยกดินแดนกันได้ไหม แล้วเมื่อ ๑,๐๐๐ ปี เมื่อก่อนนี้มันก็คือ ประเทศเดียวกันแต่วันนี้มันมีพวกตาน้ําข้าวมายึดเมืองประเทศเรา เราแบ่งกัน นี่เขมร นี่ลาว ขอให้คิดอย่างนี้ครับ แล้วท่านจะไม่โกรธใคร แล้วร่วมกันคิด ขอใช้เวลาที่ไม่มาก ผมได้แต่ง บทกลอนบทนี้ไว้นานแต่ผมคิดว่าการสรุปความคิดเห็น ถ้าเข้าใจง่ายแล้วให้คนอยากฟังแล้ว นําไปคิด งานนี้จะยิงหรือไม่ยิงอยู่ที่แนวคิดของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ผมบอกเลยว่า ต่อสู้ทุกครั้งใครตายครับ ลูกชาวบ้านทั้งนั้น คนอยู่ชายแดนเต็มไปหมด เดี๋ยวนี้ไม่ได้อยู่กัน กระหย่อม ๆ เมื่อไรครับ ตึกแถวเป็นเพียบบ้านเมืองเราไม่ได้คิดว่าจะมีสงครามแล้ว แล้วถาม ว่าใครจะมาเที่ยวอินโดจีนนี่นะครับเขามาที่ไหน เขาก็ต้องลงมาที่นี่ ใครจะบอกว่าผมนึก ประโยชน์ส่วนตัว แต่ผมเชื่อว่าความรุนแรง ความสูญเสีย ไม่เป็นสิ่งที่จะแก้ไขปัญหาได้ ผมขอฝากบทกลอนบทนี้ไว้กับพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ ลองคิด นอนคิดให้ดีครับ ไทย เขมร อดีตกาลนานมาแล้ว ไม่มีแนวเขตไหนใครประเทศ อ้ายหน้าขาวตาน้ําข้าวเข้าชี้เขต แบ่งประเทศชี้เขตมีเจตนา มาวันนี้เราก็มาท้าแบ่งเขต แบ่งประเทศนั่นมึงนี่กูผู้เสียหาย โง่เหลือหลายทั้งคู่สู้จนตาย ยังไม่สายหากคิดรวมร่วมทํากิน ขอบคุณครับ