ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย หารือเรื่องการเจรจาความตกลงด้านภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ และการลดผลกระทบต่อสถาบันการเงินของไทย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนอื่นต้องขอกราบขออภัยที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ติดรัฐพิธีเลยจะมาช้าไปนะครับ แต่ในระหว่างนี้ในส่วนไหนที่ผมพอตอบได้ ผมก็ขออนุญาตตอบไปก่อนนะครับ จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและ ฝ่ายรัฐบาลได้มีความเห็นตรงกันครับว่า สิ่งที่ทํานั้นมีประโยชน์ แต่การที่จะทําให้มีประโยชน์ แล้วก็ดํารงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของประเทศนั้นก็เป็นเรื่องสําคัญนะครับ กระผมขอกราบเรียนว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็มีความตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ต้องขอกราบเรียนว่า มูลเหตุสําคัญที่ทําให้ต้องมีการพูดคุยในกฎหมายฉบับนี้ และดูเหมือนว่าจําเป็นจะต้องทําตามนี้ คําตอบง่าย ๆ ก็คือว่าเราเป็นคนที่ค้าขายได้เปรียบเขาอยู่เยอะ ทุกวันนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้เรียนแจ้งต่อที่ประชุมไปว่าเรานําเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกา ประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีนะครับ แต่เราส่งออกเข้าประเทศเขาประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มว่า เราได้มีการลงทุนในหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา โดยคนไทยนี่นะครับ ข้อมูลเมื่อปี ๒๕๕๕ ประมาณเกือบ ๔,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณแสนกว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นคู่ค้าที่สําคัญตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ ขณะเดียวกันการรักษาไว้นั้นเราก็จําเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะต้องรักษาเกียรติยศ แล้วก็สิทธิ ประโยชน์ของประเทศเราด้วย ท่าน ส.ส. รัชดา ได้บอกว่ากรณีข้อมูลต่าง ๆ ที่ประเทศ เหล่านั้นได้มีการไปตกลงแล้วทําไมจึงไม่มีมาให้กับสมาชิกบ้าง ก็ต้องขอกราบเรียนครับว่า มันมีข้อมูลอยู่หลายระดับพอสมควรครับ คือประเทศที่ทําการตกลงแฟทกานี้กับสหรัฐแล้ว มีอยู่ ๙ ประเทศครับ ซึ่งเป็นประเทศค่อนข้างที่จะเป็นประเทศใหญ่ เป็นประเทศฝรั่งนะครับ มีประเทศอังกฤษ เดนมาร์ก เม็กซิโก เยอรมัน ญี่ปุ่น สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน และไอร์แลนด์ ส่วนประเทศที่คาดว่าจะเจรจาทําความตกลง ๒ ฝ่ายให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ก็คาดว่าจะมีฝรั่งเศส อิตาลี แคนาดา ฟินแลนด์ เกิร์นซีย์ เจอร์ซีย์ เนเธอร์แลนด์แล้วก็หมู่ เกาะไอส์ ออฟ แมน ประเทศที่อยู่ระหว่างการหารือก่อนเข้าทําความตกลง ๒ ฝ่าย ก็มี อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย เบลเยียม หมู่เกาะเคย์แมน ไซปรัส เอสโตเนีย ฮังการี อิสราเอล เกาหลีใต้ ลิกเตนสไตน์ มาเลเซีย มอลตา นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐสโลวัก สิงคโปร์ สวีเดน และประเทศที่อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการทําความตกลงของทั้ง ๒ ฝ่าย ตัวอย่างเช่น เบอร์มิวดา บราซิล หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ชิลี สาธารณรัฐเช็ก ยิบรอลตาร์ อินเดีย เลบานอน ลักเซมเบิร์ก โรมาเนีย เซเชลส์ เกาะเซนต์มาร์ติน สโลวาเนีย แอฟริกาใต้ ผมคิดว่าประเทศไทยก็อยู่ในกลุ่มท้าย ๆ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ ๔ นี่ละครับ คืออยู่ในระหว่างของ การที่จะทําการหารือกับสมาชิกของเราในประเทศแล้วก็เพื่อนประเทศในอาเซียนด้วยนะครับ สาเหตุที่เราช้าที่ว่ามีการประกาศใช้ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ขอโทษนะครับผมขอหาเอกสารสักครู่หนึ่ง ถามว่าทําไมถึงเพิ่งทํานะครับ ก็ขออนุญาตตอบว่ากฎหมายนี้ได้มีการออกมาเมื่อปี ๒๕๕๓ จริงครับ แต่ออกมาปลายปี แล้วเป็นหลักการของกฎหมายโดยทั่ว ๆ ไปตัวรายละเอียดของ กฎหมายเพิ่งจะออกมาจริง ๆ ในปี ๒๕๕๖ นี้ครับ เมื่อต้นปี การเตรียมการของภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังก็ได้เริ่มเตรียมการศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๕ แล้ว และเมื่อกฎหมายฉบับนี้สมบูรณ์ออกมาแล้ว เมื่อต้นปี ๒๕๕๖ ทางกระทรวงการคลัง จึงได้มีแนวนโยบายที่จะทําความตกลงกับสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเล็งเห็นผลกระทบที่ชัดเจน ที่จะเกิดต่อสถาบันการเงินของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพ จากการทําความตกลง แฟทกานั้น มีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร หรือเป็นเพียงการบีบบังคับของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ก็ขออนุญาตตอบว่ารัฐบาลจะเลือกทําความตกลงในรูปแบบที่จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน นะครับ เพื่อที่ประเทศไทยจะได้รับข้อมูลรายได้ของคนไทยและนิติบุคคลไทยที่เกิดขึ้น ในสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีของไทยนะครับ รัฐบาลได้ศึกษาแล้ว และเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องทําความตกลงเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถาบัน การเงินของไทยซึ่งมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน หรือเรื่อง เกี่ยวกับหลักทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งจะรับผลกระทบมากจากการที่ได้กราบเรียนท่านที่เคารพ ไปนะครับ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้นเราโอนถ่ายจากสถาบันการเงินมายังรัฐ เนื่องจากภาครัฐ เป็นตัวกลางในการทําความตกลงกับสหรัฐอเมริกาและส่งข้อมูล การจัดเตรียมข้อมูลก็เป็น หน้าที่ของสถาบันการเงินอยู่ ก็ขออนุญาตในระหว่างที่เพื่อนสมาชิกต้องการที่จะรับทราบ รายละเอียดเพิ่มเติมไปกว่านั้น ในตัวของท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ รัฐมนตรีว่าการนะครับ ท่านยังติดภารกิจอยู่ ตัวกระผมเองก็ขออนุญาตตอบในประเด็น เท่าที่มีคําถามแล้วก็ได้รับคําชี้แจงมา ถ้าหากว่ามีอะไรที่ตกไปก็ถามซ้ําครับ แล้วผมก็จะได้ หาคําตอบมาเพิ่มครับ ขอบคุณครับ