ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลี และเสนอแนะแก้ไขข้อตกลงดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องอัตราภาษีและรายการสินค้าที่มีความคลาดเคลื่อนในการบันทึกข้อตกลง และยังขอความเห็นชอบจากรัฐสภาในการแก้ไขข้อผิดพลาดในรายการสินค้า หลังจากการเจรจาพิกัดกับภาคเอกชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อกรณี ที่ท่านประธานได้กรุณาบรรจุเรื่องในระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาเป็นเรื่องด่วนนะครับ ในที่ ๒๕ เป็นความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีและรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดในสิ่งที่ ท่านประธานมาขอความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เรื่องนี้ถ้าเราจํากันได้นะครับ ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ ๓ ที่สภาจะต้องพิจารณา ในเรื่องนี้ ทําไมเป็นครั้งที่ ๓ ท่านประธานครับ ครั้งแรกถ้าพวกเราจําได้เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ปี ๒๕๕๓ รัฐสภาสมัยที่ผ่านมา ไม่ใช่สมัยนี้นะครับ ได้ให้ความเห็นชอบกรอบ การเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลีไปแล้ว เมื่อ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓ ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อนที่คณะรัฐมนตรีในยุคนั้นจะให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ก็เคยมีการพูดคุยกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๙ จะนําเข้าปี ๒๕๔๙ แต่ว่าสภายุบ ไม่สามารถนําสู่การพิจารณาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ครั้งแรกเป็นกรอบการเจรจาพวกเราให้อนุมัติกรอบไป อนุมัติกรอบ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓ ก็เป็นการให้ความเห็นชอบตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม เขียนไว้ชัดว่านํากรอบมาให้สภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ หลังจาก ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วคณะผู้เจรจา ซึ่งประกอบด้วยกรมเจรจาการค้า กระทรวง พาณิชย์ กระทรวงการคลังและคณะผู้เจรจาที่เกี่ยวข้องได้ไปทําการเจรจาในรูปของข้อตกลง นะครับ ข้อที่เสนอเรามาเป็นร่างกรอบเจรจาเรื่องข้อตกลงนะครับ ก็นําข้อตกลงนั้นไปเจรจา ตามกรอบที่เราให้ไป ท่านประธานที่เคารพครับ คณะผู้เจรจาเสนอให้รัฐมนตรีเห็นชอบ แล้วนําเอาข้อตกลงนั้นที่เป็นร่างมาให้รัฐสภาเห็นชอบข้อตกลง คณะผู้เจรจาเสนอให้รัฐมนตรีเห็นชอบและนําเอาข้อตกลงนั้นที่เป็นร่างมาให้รัฐสภาเห็นชอบ ข้อตกลง ครั้งสุดท้ายหลังจากมีเจรจาเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้วทั้ง ๑๑ กลุ่มสาขาที่ตาม กรอบไปนี้นะครับ เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ นั่นคือครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๒ ข้อตกลงนั้นควรจะ ได้รับการลงนามให้เป็นหนังสือสัญญาตามวรรคสอง วันนี้เราเข้ามาตามวรรคสองครับ เพราะ จะลงนามเป็นหนังสือสัญญาแล้ว แต่เผอิญว่ามันมีเหตุจําเป็นที่คณะคู่เจรจา คู่ทําความตกลง กันก่อนนําหนังสือเจรจาเขาไปมีข้อเสนอและข้อตรวจพบอยู่ ๒ เรื่องหลัก เรื่องแรกก็คือ เรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้พูดไปแล้ว เรื่องที่ชิลีขอใช้ภาษาสเปนเป็นภาษา อีกภาษาหนึ่งในการบันทึกเป็นข้อตกลง แล้วไทยเราเองแน่นอนครับ มีภาษาไทยเป็นการใช้ ภายในอยู่แล้ว จากเดิมมีข้อตกลงใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ คณะเจรจามีข้อตกลงตามนั้น ซึ่งก็เป็นไปตามร่างข้อตกลงเดิมหรือข้อตกลงที่ไปเจรจามาแล้วในบทที่ ๑๖ บทบัญญัติ สุดท้ายที่พูดด้วยเรื่องของการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะนําเรียน ท่านประธานในข้อ ๑๖.๒ ขออนุญาตอ่านนะครับ
การแก้ไข ในข้อที่ ๑ เขาบอกว่าคู่ภาคีอาจตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร ในการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมใด ๆ ต่อข้อความตกลงนี้แล้วก็มีเรื่องของมีการแก้ไข มีการเปลี่ยนแปลง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขก็ให้คู่ภาคีได้มีความตกลงกัน แต่กฎหมายไทย นะครับ รัฐธรรมนูญไทย มาตรา ๑๙๐ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในข้อตกลงที่เป็น สาระสําคัญ แน่นอนครับ ภาษาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีสาระสําคัญในข้อตกลง
เรื่องที่ ๑ ที่เป็นเรื่องที่คณะผู้เจรจาหรือผู้ทําความตกลงได้พบว่าตาราง แนบท้ายในข้อผูกพันการค้าเสรีกับชิลีมีความคลาดเคลื่อน เรื่องแรกสุดที่มีความคลาดเคลื่อนแล้ว ก็หน่วยงานภายในได้ไปตรวจสอบความถูกต้องแล้วโดยเฉพาะระหว่างกระทรวงการคลัง เรื่องของอัตราภาษีฐานที่ใช้เป็นหลักในการคํานวณเพื่อจะลดภาษี ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้พบว่ามีการคํานวณที่จะต้องแก้ไข ที่มีความคลาดเคลื่อนถึง ๑๙๑ รายการ ผมยกตัวอย่างเช่น สินค้ารหัส เอชเอส โคด (HS Code) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ๐๒๐๘.๙๐.๐๐ ที่ท่านบอกว่า ๘ หลักนี้ เดิมภาษีฐานกําหนดไว้ที่ร้อยละ ๓๐ ไปพบว่ามันไม่ สอดคล้องกับความเป็นจริง ก็ปรับภาษีใหม่เป็นร้อยละ ๔๐ อันนี้อันใหม่ ยกตัวอย่างมี การปรับทั้งหมด ๑๙๑ รายการ ในการปรับฐานภาษีใหม่ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่า มีผลกระทบต่อเรื่องของการได้เปรียบเสียเปรียบในการเจรจาหรือการทําความตกลงหรือไม่ กราบเรียนท่านประธานครับ คณะผู้เจรจาและหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องเขาไปตรวจสอบ ทั้งหมดเลยว่า ๑๙๑ รายการเป็นสินค้าที่สามารถยกเลิกได้ทันทีหลังจากมีข้อตกลง เพราะฉะนั้นการปรับอัตราภาษีจะเป็นเท่าไรไม่มีผลกระทบใด ๆ คือเมื่อมีข้อตกลง ประกาศใช้อันนี้เป็น ๐ ทันที เพราะว่าเป็นสินค้าที่สามารถยกเลิกได้ทันทีในวันที่มี ความตกลง มีผลบังคับใช้ เพราะฉะนั้น ๑๙๑ รายการก็สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยไม่มี ผลกระทบ เพราะฉะนั้นกราบเรียนเพื่อนสมาชิกที่เคารพว่าการให้ความเห็นชอบในเรื่องนี้ ก็ปราศจากความคลางแคลงว่าเราจะสูญเสียผลประโยชน์ใด ๆ หรือไม่
ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ การแก้ไขภาษีตรงนี้มีทั้งแก้ไขอัตราภาษี ให้สูงขึ้น เช่น จากเดิมเรากําหนดภาษีฐานอยู่ที่ร้อยละ ๕ เมื่อไปตรวจสอบความถูกต้องแล้ว มันอยู่ที่ร้อยละ ๑๘ ในรหัสสินค้า ๐๔ ๐๒.๒๑.๒๐ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เราบอกว่าต้องทยอย ลดภาษีจนเหลือ ๐ ในเวลา ๕ ปี อันนี้อัตราภาษีเดิมที่ในร่างข้อตกลงเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เพิ่มขึ้นเป็น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ยกตัวอย่างครับท่านประธาน
ในเรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่มีความคลาดเคลื่อนในรายการ สินค้า มีการนํากลุ่มสินค้าที่สามารถยกเลิกภาษีสินค้าได้ทันทีในวันที่มีความตกลงที่เป็นสินค้า ในโควตา สินค้ามันจะมี ๒ ประเภทครับท่านประธาน สินค้าในโควตาที่สามารถยกเลิก ได้ทันทีกับสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในโควตา แต่สามารถยกเลิกได้ทันทีเหมือนกัน ในการบันทึก ข้อตกลงมีการคลาดเคลื่อนนําเอารายการสินค้าที่ไม่อยู่ในโควตา คือสามารถยกเลิกได้ทันที เหมือนกันนะครับเมื่อตกลงบังคับใช้ มาบันทึกเป็นสินค้าในโควตา ๓ รายการ ก็ต้องเอา รายการนี้ออกไปจากสินค้าที่มีโควตา นั่นเรื่องที่ ๒ ครับ
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกให้ความสนใจ ที่ถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับอัตราพิกัดที่ ๘ หลักหรืออะไรต่าง ๆ ๖ หลัก ๔ หลักนะครับ ท่านประธานครับ ทางคณะผู้เจรจาผู้ทําข้อตกลงได้มีความเห็นชอบทั้งสองฝ่ายให้ตัดรายการ สินค้าที่เป็นการแตกย่อยออกมาจากรายการสินค้าหลัก ซึ่งไม่จําเป็นต้องใส่ มีทั้งหมด ๑,๐๖๓ รายการ มันมีรายการหลักอยู่แล้ว ที่ท่านสงสัยว่าจําเป็นต้องใช้ ๘ หลัก หรือ ๖ หลัก นี่นะครับ ออกจากในรายการ ไม่จําเป็นต้องพิมพ์ลงไป ถือว่าเป็นการพิมพ์ซ้ําซ้อน นั่นหมายความว่าในการเจรจาพิกัดเราใช้สินค้าหลักตรงนั้นเป็นตัวกําหนด อันนี้คือสิ่งที่มี ความคลาดเคลื่อนที่จะต้องมีการแก้ไขในข้อตกลง ซึ่งถ้าท่านดูรายละเอียดก็จะอยู่ในเอกสาร เล่มที่ ๒ ฉบับภาษาไทย แต่ว่าเขียนภาษาอังกฤษไว้บนมุมกระดาษว่า พาร์ท (Part) ที่ ๒ ต้องขออนุญาตท่านประธานที่ใช้ภาษาอังกฤษ อยู่ในตรงนี้ทั้งหมดนะครับในรายละเอียด เอกสารตรงนี้เป็นเอกสารบันทึกตารางแนบท้ายที่ถูกต้องและผ่านการแก้ไขแล้ว นั่นหมายความว่าถ้ารัฐสภาเห็นชอบ เอกสารนี้จะเป็นหนังสือทันที เป็นข้อตกลงที่เป็น หนังสือสัญญาทันที ทั้งหมดมีอยู่ ๔ เล่มครับท่านประธาน ๓ ภาษา ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่ผมกราบเรียนท่านประธานในรายละเอียดเป็นการที่จะกราบเรียนท่านประธาน บอกว่าอยากให้สมาชิกได้ให้ความเห็นชอบ จริง ๆ เรื่องนี้ก็ตรงไปตรงมา เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขในข้อตกลงที่เป็นสาระสําคัญแล้ว แน่นอนจะต้องยอมเข้าสู่รัฐสภา เพราะมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เขียนไว้อย่างนั้น ท่านประธานครับ ในข้อห่วงใยของ เพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ภาษาที่เป็นข้อเสนอของคู่ภาคีที่จะขอใช้ภาษา ของตัวเองหรือภาษาอื่นประกอบ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐสภาเราต้องให้ความสําคัญ เราคง ไม่สามารถปฏิเสธได้นะครับ ถ้าจะปฏิเสธบอกว่าใช้ไม่ได้ เราก็ใช้ภาษาไทยประกอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาขอใช้ภาษาของเขา เราก็มีภาษาของเรา แต่แน่นอนครับผมเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไว้ชัดเจนนะครับ เมื่อมี ๓ ภาษาแล้ว จะต้องมีหลัก ถ้อยคําที่เขียน ในภาษาอังกฤษกับคําแปลภาษาไทยกับคําแปลภาษาอื่น ในเรื่องนี้คือภาษาสเปน คําแปล นะครับ หลักคือภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ที่เหลือเป็นคําแปลที่เอาไปใช้ประกอบเป็นข้อตกลง เพราะฉะนั้นถ้อยคําอะไรที่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้มันชัดเจนผมก็เห็นด้วย แต่ผมไม่แน่ใจว่าในการลงนามในวันที่ ๔ จะต้องไปเขียนฉบับภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับ ภาษาไทยหรือไม่ เพราะตรงนั้นผ่านการเจรจามาแล้ว ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ข้อห่วงใยประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวต่อไป กรณีวรรคสี่ก่อนแสดงเจตนาที่จะมีผลผูกพัน ให้พี่น้องประชาชนเข้าถึง ให้ผู้ประกอบการได้รับการเยียวยา ท่านประธานครับถ้าดูวรรคนี้ ให้ชัดเจน ก่อนจะแสดงให้มีผลการผูกพันเพื่อนําไปบังคับใช้ตามกฎหมายภายในของแต่ละที่ จะต้องมีการลงนามก่อนครับ จะต้องมีการลงนามก่อน เพราะฉะนั้นในวันที่ ๔ ถ้ามีการ ลงนามเสร็จเรียบร้อย ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะนํากฎหมายฉบับนี้หรือข้อตกลงนี้ไปใช้จะต้อง ไปดูบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับภายใน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายภายในที่เกี่ยวกับข้อตกลงนี้ ที่จะแสดงเรื่องของเจตนาให้มีการผูกพันบังคับใช้ นั่นละครับจะต้องให้เขาเข้าถึงและให้เห็น ชัดเจนว่าจะเยียวยากับผู้เสียหายอย่างไร ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ที่ผมพูดมา ทั้งหมดนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อน ๆ สมาชิกเรื่องนี้ตรงไปตรงมาครับ น่าจะให้ความเห็นชอบได้โดยที่ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานภาษีและการแก้ไข รายการสินค้าที่คลาดเคลื่อนและเรื่องของตัวภาษา รัฐสภาควรให้ความเห็นชอบครับ ขอบคุณท่านประธานครับ