อัญชลี วานิช เทพบุตร หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในยุคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมการรองรับการเคลื่อนย้ายเสรีแรงงานและการลงทุน โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการตั้งรับและเตรียมความพร้อมในเรื่องของการท่องเที่ยวของประเทศไทย
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สําหรับข้อตกลงร่วมว่าด้วย การยอมรับคุณสมบัติบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ซึ่งทางรัฐบาล โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้นําเสนอต่อรัฐสภาเพื่อขอ ความเห็นชอบตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ นั้น ดิฉันถือว่ามีความสําคัญ เป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะว่าข้อตกลงดังกล่าวนี้จะดีหรือไม่ดี จะทําให้ประเทศไทยของเรา ได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์นั้นดิฉันถือได้ว่าอยู่ที่ฝีมือและการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางมาตรการของรัฐบาลโดยภาพรวมนะคะ แต่แน่นอนที่สุด ก็คือผลลัพธ์ของข้อตกลงดังกล่าวนี้ย่อมจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ และย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อบุคลากรในด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ยังรวมไปถึงอนาคตของเด็กและเยาวชนของเราที่ทําการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรีหรือระดับในอาชีวศึกษาในสาขาของการท่องเที่ยวปีหนึ่ง ๆ ประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ คนขึ้นไป นี่ดิฉันยังไม่ได้รวมถึงผู้ประกอบการแล้วก็นักลงทุนนะคะ ซึ่งจะต้องเจอกับเรื่องของข้อตกลงร่วมในการลงทุนในประเทศอาเซียนที่จะตามมาในอนาคต อันใกล้นี้ นั่นก็คือการอนุญาตให้ผู้ประกอบหรือผู้ลงทุนในสมาชิกประเทศอาเซียนนั้นสามารถ ลงทุนได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เราได้ทราบกันดีอยู่แล้ว ท่านประธานคะ โดยความเห็นส่วนตัวของดิฉันนั้นก็เห็นชอบที่จะให้มีการทําข้อตกลงร่วมกันว่าด้วย การยอมรับคุณสมบัติของบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ อย่างที่เราทราบกันดีว่า เป็นข้อตกลงซึ่งได้มีการประชุมร่วมกันของผู้นําอาเซียนในปี ๒๕๕๐ แล้วว่าเราจะพยายาม ทําการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้ได้ในปี ๒๕๕๘ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือ ในการประชุมของรัฐมนตรีท่องเที่ยวของอาเซียนเมื่อประมาณสัก ๒ ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า ท่านรัฐมนตรีท่องเที่ยวทั้ง ๙ ประเทศได้มีการเซ็นลงนามร่วมในข้อตกลงดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว เหลือประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ดิฉันมีความคิดเห็นตรงกับท่านสมาชิกวุฒิสภา ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม คือท่านตวงนะคะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญค่ะ และข้อสําคัญที่สุด ก็คือรัฐบาลเองต่างหากจะต้องตอบคําถามของพี่น้องประชาชนให้ได้ แล้วจะต้องตอบคําตอบ แก่ประชาคมในเรื่องของการท่องเที่ยวให้ได้ว่ารัฐบาลเองมีมาตรการอย่างไรหลังจากที่เรา ได้ไปลงนามร่วมข้อตกลงในการให้ความเห็นชอบคุณสมบัติของวิชาชีพในด้านของ การท่องเที่ยวของอาเซียนซึ่งจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ จากการที่ดิฉันเองได้มีการติดตาม ในเรื่องของอาเซียนที่จะเปิดในปี ๒๕๕๘ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาของการท่องเที่ยวนั้น คงต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานค่ะ แล้วก็อยากจะฝากข้อสังเกตไปยังท่านรัฐมนตรี ด้วยค่ะว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดในขณะนี้ก็คือมาตรการที่รัฐบาลจะวางไว้ในการรองรับ การเคลื่อนย้ายเสรีแรงงานในเรื่องของวิชาชีพของการท่องเที่ยวนั้น สิ่งที่ขณะนี้ประเทศไทย ขาดอย่างยิ่งก็คือการบูรณาการและการจัดการอย่างเป็นเอกภาพ วันนี้นั้นกระทรวงต่าง ๆ ที่สําคัญ ๆ จําเป็นต้องมานั่งจับเข่าคุยกัน ดิฉันต้องเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง เป็นประธานของคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งชาติ ดิฉันยังไม่ทราบเลยค่ะ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองได้มีบัญชาหรือได้มีนโยบายมีวิสัยทัศน์อย่างไรในการจะจัดการ เตรียมความพร้อมในเรื่องของมาตรการเหล่านี้ต่อประชาคมอาเซียน คงต้องเรียนว่าการบูรณาการ ทั้งหลายต้องรวมกันหลายกระทรวงด้วยกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ ที่เห็นอยู่เนื้อ ๆ แน่นอน ๔ กระทรวงนี้แน่นอนค่ะ สําหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นในฐานะเจ้าภาพใหญ่ ดิฉันคงต้องเรียนว่าอย่างนั้นนะคะ ประเด็นที่สําคัญที่สุดในขณะนี้ที่รับในฐานะเจ้าภาพ ก็คือจะต้องไปร่วมกันกําหนดหลักสูตรในเรื่องของหลักสูตรกลางหรือมาตรฐานตําแหน่งงาน ของอาเซียนที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณานําเสนอต่อที่ประชุม แล้วค่ะว่าวันนี้มีอยู่ด้วยกัน ๓๒ ตําแหน่งงานใน ๒ สาขา สาขาแรก ก็เป็นเรื่องของสาขาที่พัก หรือที่เราเรียกว่าโฮเทล เซอร์วิส (Hotel service) นั่นคงจะมีอยู่ทั้งหมด ๒๓ ตําแหน่งงาน อีกสาขาหนึ่งก็คือสาขาในเรื่องของการเดินทางที่เขาตกลงกันไว้ก็คือทราเวิล เซอร์วิส (Travel service) อีก ๙ ตําแหน่งงานด้วยกัน ท่านประธานคะ จากการที่ดิฉันได้ขอสอบถาม จากทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งรับเป็นเจ้าภาพในการจัดทําหลักสูตรกลางนะคะ สําหรับที่จะต้องมีการเชื่อมต่อกับหลักสูตรสมรรถนะที่จะต้องทําร่วมกันในอีก ๙ ประเทศ ด้วยกันนั้น ปรากฏว่าทั้ง ๓๒ ตําแหน่งงานวันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทําเสร็จเรียบร้อยไปแล้วจริง ๆ มีอยู่เพียง ๒ ตําแหน่งงานเท่านั้น ดิฉันอยากจะเรียนถามว่า แล้วอีก ๓๐ ตําแหน่งงานภายในระยะเวลา ๒ ปีนั้นเราจะสามารถทําได้เสร็จเรียบร้อยหรือไม่ อย่างไร จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถทําได้เสร็จเร็วเท่าไรก็จะเป็นอานิสงส์และเป็นประโยชน์ ต่อเด็กและเยาวชนของเราซึ่งกําลังทําการศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก ๆ ที่จะต้องเข้าเรียนในสาขาการท่องเที่ยวในปีต่อ ๆ ไปที่จะเกิดขึ้นนะคะ คงต้องเรียนว่า วันนี้ท่านรัฐมนตรีอาจจะชี้แจงว่าอีก ๓๐ ตําแหน่งงานที่เหลือนั้นก็ได้มอบหมายไปให้ ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศไทยของเราช่วยกันจัดทําหลักสูตรอยู่ ดิฉันได้ตามไปดูค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วของเฮาส์คีปปิง (Housekeeping) หรือในตําแหน่งระดับแม่บ้าน ดิฉันทราบว่า ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรก็รับผิดชอบไป สําหรับเรื่องของอาหารนั้นก็จะเป็นเรื่องของ วิทยาลัยดุสิตธานีที่จะรับผิดชอบไป ในเรื่องของฟูด แอนด์ เบฟเวอเรจ (Food and beverage) ก็คืออาหารและเครื่องดื่มนั้นทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับไป ส่วนในเรื่องของฟรอนท์ ออฟฟิศ (Front office) ฟรอนท์ ออฟฟิศ ในสาขาคือด้านของ โรงแรมแล้วก็พวกทราเวิล เอเยนต์ (Travel agent) ต่าง ๆ ทางมหาวิทยาลัยบูรพา รับผิดชอบไป สิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จะต้องทําอีก ๓๐ หลักสูตร โดยอาศัยหลักสูตรกลาง ซึ่งทางอาเซียน ใน ๙ ประเทศได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว แล้วส่งมาให้เราทําหลักสูตรเพื่อจะเป็นหลักสูตร โดยตรงของประเทศไทยนั้น ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าลงไปพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัย ที่จะต้องรับผิดชอบทําอีก ๓๐ ตําแหน่งงานว่าให้เขามีความเข้าใจที่ตรงกันว่าจริง ๆ แล้ว หลักสูตรเหล่านั้นควรจะกําหนดลักษณะคุณสมบัติพิเศษอย่างไร หรือไม่ เพื่อจะได้เป็น ประโยชน์แก่นักเรียนแล้วก็เยาวชนของเราที่จะต้องศึกษาต่อ และในขณะเดียวกันนั้น ก็จะเป็นบรรทัดฐานสําหรับที่เราจะต้องรับผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวหรือบุคลากร ทางด้านวิชาชีพการท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาทํางานของประเทศไทยต่อไปในอนาคต
ส่วนในเรื่องของกระทรวงแรงงาน อันนี้ดิฉันค่อนข้างหนักใจอยู่มากพอสมควร เพราะจริง ๆ แล้วทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นคนจัดทําหลักสูตรกลาง หรือว่าหลักสูตรของประเทศไทยที่จะรองรับสําหรับผู้ประกอบการของประเทศไทยเอง ที่จะต้องเรียนตามหลักสูตรเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเขาในการที่จะต้องไปสอบ ใบสมรรถนะต่อไปในประเทศต่าง ๆ อีก ๙ ประเทศในอาเซียน แต่ในขณะเดียวกันหน่วยงาน ที่จะต้องเป็นคนออกใบสมรรถนะให้กับผู้ประกอบการทั้งในประเทศที่จะออกไปทํางาน นอกประเทศและคนต่างประเทศที่จะเข้ามาทํางานในประเทศกลายเป็นกระทรวงแรงงาน วันนี้ดิฉันก็ได้สอบถามไปที่กระทรวงแรงงานเหมือนกันว่ากระทรวงแรงงานได้มีความสัมพันธ์ แล้วก็ทําหลักสูตรใบสอบสมรรถนะควบคู่ไปกับทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ อย่างไร ปรากฏว่าก็ยังไม่มีการตกลงกันที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมพัฒนา ฝีมือแรงงานก็ได้ตอบดิฉันว่าได้ทําหลักสูตรในระยะสั้นประมาณ ๓ เดือน เพื่อจะรองรับ สําหรับแรงงานที่ประกอบการด้านการท่องเที่ยวที่อยู่ในระบบ เพื่อว่าเวลารวมอาเซียนแล้วก็ จะสามารถที่จะสอบใบสมรรถนะเพื่อเผื่อเขาจะเดินทางไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ ก็จะได้สอบไปได้อย่างนี้เป็นต้น ดิฉันอยากจะให้มีการบูรณาการกันโดยภาพรวมค่ะ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติควรจะลงมาดูในเรื่องเหล่านี้อย่างใกล้ชิด แล้วก็เอาจริงเอาจังมากกว่านี้
ต่อไปอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการค่ะ ตรงนี้มีผลกระทบโดยตรงแล้วก็ต้อง ยอมรับความเป็นจริงว่าในแต่ละกระทรวง ทบวง กรมนั้น ต้องฟังผู้บริหารสูงสุด ของกระทรวงเท่านั้นค่ะ แม้กระทั่งเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการก็ตาม ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีเองท่านได้มอบนโยบายที่ชัดเจนและเอาจริงเอาจังกับเรื่องของการตั้งรับ หรือการเตรียมความพร้อม มาตรการที่สําคัญสําหรับการเตรียมความพร้อมในเรื่องของ การท่องเที่ยวของประเทศไทย ดิฉันคิดว่าเหล่านี้ต้องกลายเป็นนโยบายของชาติแล้วว่า สําหรับเรื่องของการศึกษานั้นท่านต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของหลักสูตร ในเรื่องนโยบายของรัฐบาลโดยผ่านกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องของ ภาษาถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนแล้วก็จุดด้อยของประเทศไทยอย่างยิ่งสําหรับบุคลากรของพวกเรา นั่นก็คือการใช้ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษากลางของภาษาอาเซียน และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือวันนี้ เขาก้าวกระโดดไปถึงเรื่องของการเรียนภาษาอาเซียนแล้ว ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธาน เรียนว่าอย่างที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งจะเป็นจังหวัดที่ดิฉันเองมีความรับผิดชอบอยู่นั้น เราได้รณรงค์ ในเรื่องเหล่านี้และดิฉันเองไม่อาศัยส่วนกลางแล้วค่ะ หมายความว่าเราไปรณรงค์ร่วมกับ ผู้อํานวยการสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องของ อาเซียนไว้ก่อนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปขอให้ทางท่านผู้อํานวยการสถาบันการศึกษา นั้นได้ชี้แจงกับเด็กนักเรียนแล้วก็นักศึกษาของเรา แล้วก็ให้รณรงค์ในเรื่องของการเลือก เรียนภาษาอาเซียนเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ภาษา วันนี้ของจังหวัดภูเก็ตนั้นตามโรงเรียนในระดับ มัธยมศึกษานั้นเลือกเรียนภาษาอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นภาษาพม่า หรือว่าภาษาของ ทางมาเลเซีย อย่างนี้เป็นต้น ก็จะเป็นภาษาที่ ๓ ภาษาที่ ๔ ที่เราเตรียมความพร้อมไว้ให้กับ เด็กของเราแล้วก็เยาวชนของเราที่จะต้องเป็นผู้ประกอบการในสาขาวิชาท่องเที่ยวต่อไป แต่อย่างนี้ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลกลางเป็นคนกําหนดนโยบายเรื่องของการศึกษาแล้วก็ เรื่องของภาษาอาเซียนไปในภาพรวมของการศึกษาโดยรวมของประเทศไปด้วย วันนั้นได้มี การเรียนเชิญทางกระทรวงศึกษาธิการมาแล้วก็ปรากฏว่าจริง ๆ เขาก็เริ่มทํา แต่เขาบอกว่า เขาทําประเภทภาษาของจังหวัดที่อยู่ตามชายแดน จังหวัดที่อยู่ชายแดนติดประเทศ เพื่อนบ้านของเราเช่น ประเทศ สปป. ลาวก็จะมีการสื่อภาษาของภาษาอาเซียนคือภาษาลาว อย่างนี้เป็นต้น แต่ดิฉันบอกเท่านั้นยังไม่พอเพราะภาษาอาเซียนจะต้องมีความหลากหลาย แล้วก็ ทุกโรงเรียน ทุกสถาบันการศึกษาควรจะให้ความสนใจในเรื่องเหล่านี้แต่นี่ยังขาดการบูรณาการ ที่สําคัญ แล้วก็เป็นการพลาดโอกาสของเด็กและเยาวชนของเราต่อไปด้วย
สุดท้ายก็คือกระทรวงพาณิชย์ ดิฉันคงไม่ก้าวล่วงไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ ดิฉันพูดถึงกระทรวงพาณิชย์ก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สําคัญมากค่ะ เพราะว่าเวลามีข้อตกลงแล้วก็ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามกระทรวง ทบวง กรม ในสาขาของการท่องเที่ยวอย่างไรแล้วก็ตาม สุดท้ายคนที่ต้องไปเจรจาด้วยก็คือกระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ฉันก็ได้มีการสอบถามว่าเวลากระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ไปประชุมเรื่องของการท่องเที่ยว แล้วก็เจรจากันแต่ละรอบได้มีการดูจุดอ่อนจุดแข็งของ ประเทศไทยในการหลั่งไหลของวิชาชีพท่องเที่ยวอีก ๒ ปีที่จะเข้ามามีการเคลื่อนย้าย แรงงานเสรีทางด้านการท่องเที่ยวกันบ้างหรือไม่ อย่างไร อย่างประเทศสิงคโปร์วันนี้น่าชื่นใจ แทนเขานะคะ เพราะวันนี้ใน ๑๐ ประเทศนั้นถือได้ว่าประเทศสิงคโปร์มีความพร้อมมากที่สุด ในการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เขามีตัวเลข เขามีข้อมูลให้กับประชากรเขา ค่อนข้างสมบูรณ์มากค่ะ ประเทศสิงคโปร์มีการทําข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุน ในการที่จะไปทํางานประกอบอาชีพต่าง ๆ ในทุกสาขาให้กับประชาชนของเขา ดิฉันคงต้อง เรียนว่าแม้กระทั่งการลงทุนสาขาอะไรจะเป็นประโยชน์ อะไรจะได้กําไรอะไรมากน้อย ขนาดไหนจะมีตัวเลขได้ครบค่ะ แต่ของประเทศไทยนั้นยังไม่ปรากฏเรื่องเหล่านี้เลย แม้แต่น้อย อย่างประเทศอินโดนีเซียวันนี้ก็ได้มีการประชุมร่วมกันแล้ว และเขาก็บอกกําหนด กติกามารยาทกันแล้วเวลาผู้ประกอบการสําหรับการลงทุนในเรื่องของการท่องเที่ยวที่สนใจ จะไปลงทุนของเขานั้นเขาขอเว้น ยกตัวอย่างเช่นเขาขอเว้นเกาะบาหลีเป็นเขตเศรษฐกิจ ที่เขาจะไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปอย่างนี้เป็นต้น เขาก็ทําแล้ว ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ได้กําหนดเป็นนโยบายของชาติเลยนะคะว่าให้เด็กนักเรียนของเขาที่สนใจ เลือกเรียนภาษาไทยได้ค่ะวันนี้ รู้สึกจะอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓-๔ ชั่วโมงด้วยซ้ํา เพราะเขา กะไว้ว่าปี ๒๕๕๘ โอกาสของแรงงานประชากรของเขาในประเทศอินโดนีเซียกว่า ๒๐๐ ล้านคน และประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีความเป็นเลิศทางด้านการใช้ภาษาอังกฤษอย่างนี้เป็นต้น ก็จะสามารถมาประกอบอาชีพได้ที่ประเทศไทยของเรา อย่างนี้ค่ะประเทศไทยของเรา ได้เตรียมการเหล่านี้ให้กับประชาชนหรือผู้ประกอบการในวงการท่องเที่ยวหรือไม่ อย่างไร แบบไหน ดิฉันคงต้องเรียนว่าอย่างกระทรวงพาณิชย์กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ก็บอกว่าข้อที่เราจะตั้งรับในสิ่งเหล่านี้ยังมีอยู่ค่อนข้างน้อย แล้วยังมีการเจรจากับคู่เจรจา ของเราอีก ๙ ประเทศยังน้อยอยู่มาก แม้ว่าท่านจะมาบอกว่าเรื่องของการลงทุนนั้น เราก็พยายามผนวกไปว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศช่วยไป เจรจาว่าคนที่จะมาลงทุนในประเทศไทยได้นั้นสําหรับการมาสร้างโรงแรมให้สร้างโรงแรม ได้เฉพาะโรงแรม ๕ ดาวอย่างนี้เป็นต้น แต่ข้อจํากัดเหล่านี้ซึ่งดิฉันคิดว่ารัฐต้องเข้ามาดูแล ผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการในเรื่อง การท่องเที่ยวจะต้องมาดูข้อจํากัดเหล่านี้ว่าอะไรที่จะเป็นประโยชน์ให้กับคนไทย อะไรที่จะเป็น ประโยชน์ในการที่จะไปลงทุนให้กับนักลงทุนไทย และข้อสําคัญที่สุดก็คือถ้าแรงงานไทย คือผู้ประกอบวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นปรารถนาที่จะไปทํางาน ในต่างประเทศ คืออีก ๙ ประเทศในอาเซียนของเรานั้นทางรัฐบาลไทยเองจะเอื้ออํานวย ความสะดวกแล้วก็ศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้กับพวกเราได้หรือไม่ อย่างไร ขนาดไหน ระบบ ฐานข้อมูลเป็นสิ่งที่สําคัญอย่างยิ่งต่อไปในอนาคต ดิฉันก็อยากจะฝากข้อห่วงใยเหล่านี้ ผ่านท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะวันนี้ถือได้ว่าท่านเป็นเจ้าภาพใหญ่แล้วที่จะต้องเป็นหลักให้กับประเทศของเราในขณะนี้ แล้วก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกรุณาเรียนท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าต้องลงมาบูรณาการ ในเรื่องเหล่านี้ต่อกระทรวงทุก ๆ กระทรวงจะต้องทําหน้าที่รองรับการเปิดเสรีเรื่องของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน