คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แสดงความไม่เห็นด้วยต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีสิทธิ์ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และมีอำนาจมากเกินไปต่อประธานรัฐสภา เธอยังขอเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยเข้าไปในคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และขอให้เพิ่มอีก 3 ท่านเข้าไปในคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ดิฉันยืนขึ้น เพื่อที่จะอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวันนี้ ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าดิฉันก็คงจะต้องขอถือโอกาสนี้พูดกับ ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ที่ดิฉันพูดไปแล้วว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ไม่ได้อนุญาต ไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีสิทธิที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ดิฉันจึงเปรียบเทียบว่าการร่างรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ในวันนี้ ซึ่งมาถึงมาตรา ๒๙๑/๖ ดิฉันถือว่าเป็นกระบวนการสร้างลูกทรพีค่ะ อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าเมื่อลูก รัฐธรรมนูญเกิดใหม่ก็จะฆ่าแม่และพ่อให้ตาย ซึ่งดิฉัน ก็เปรียบเทียบว่าเป็นการปฏิวัติหรือรัฐประหารโดยล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ค่ะ ดิฉันก็กราบเรียนว่าดิฉันไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก ก็ประกาศให้ผู้ชม ผู้ฟังทางบ้าน ดิฉันทราบว่า ขณะนี้ไม่มีถ่ายทอด มีถ่ายทอดวิทยุหรือเปล่าไม่ทราบค่ะท่านประธานคะ ไม่ได้ออกโทรทัศน์ ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ว่าไม่ทราบว่าผู้ชมทางบ้าน ผู้ฟังทางบ้านจะได้ยินเสียงดิฉันหรือไม่ว่าดิฉัน ยังยืนยันว่าเป็นการกระทำที่น่าอดสูมาก เป็นลูกทรพี ฆ่าพ่อฆ่าแม่ค่ะ เพราะฉะนั้นกระบวนการ ขณะนี้อยู่ที่กระบวนการสร้างลูกทรพี มาตรา ๒๙๑/๖ ค่ะ ก่อนที่ดิฉันจะเข้าสู่การอภิปราย มาตรา ๒๙๑/๖ ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการร่างแก้ไขครั้งนี้ของมาตรา ๒๙๑/๖ โดยในหลักการแล้วดิฉันไม่เห็นด้วย ดิฉันต้องแก้ไขเกือบจะทั้งมาตรา แต่ว่าดิฉันจะเรียนว่า ดิฉันเชื่อในหลักการที่ไม่ตรงกับหลักการของ ครม. และกรรมาธิการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ นั่นเป็นเบื้องต้น ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตว่ามาตรานี้เป็นมาตราที่ดิฉันไม่เข้าใจ แล้วจริง ๆ เพื่อนหลายคนที่เป็นกรรมาธิการ ดิฉันก็เสียดายความรู้ความสามารถของเขาจริง ๆ ค่ะ เพราะเขาเป็นคนที่เป็นอาจารย์ เป็นคนที่อยู่สภามานาน แม่นกฎหมายทุก ๆ อย่าง แต่ว่า ท่านประธานคะ ท่านประธานสังเกตไหมคะว่าในมาตราเดียวมาตรานี้นะคะ มีคำว่า ประธานรัฐภา ถึง ๑๐ จุดค่ะ แม้กระทั่งใน ๑ บรรทัดของมาตรานี้นะคะ มีประธานรัฐสภาถึง ๒ ครั้ง ในบรรทัดเดียวกัน ดิฉันนับดูแล้วมีทั้งหมด ๑๐ แห่งค่ะท่านประธาน ดิฉันจึงอยากจะถาม ผู้ร่างนะคะ ทั้ง ครม. ทั้งกรรมาธิการว่าท่านไปเอาอำนาจมาจากไหนหรือท่านคิดอย่างไร จึงให้อำนาจกับประธานรัฐสภามากถึงขณะนี้ ดิฉันเชื่อว่าโดยน้ำใสใจจริงธาตุแท้ของพวกท่าน ที่มีความรู้ ท่านไม่น่าจะต้องพลาดหรือไม่น่าจะทำอย่างนี้เลย ขอประทานโทษที่จะต้อง กล่าวถึงประธานรัฐสภาบ่อยครั้ง แต่ว่าดิฉันว่า ๑๐ ครั้งนี้มันมากเกินไป มันไม่แนบเนียน มันประเจิดประเจ้อนะคะ อันนั้นก็เป็นส่วนที่ดิฉันอยากตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเพราะเหตุใดดิฉัน จึงไม่เห็นด้วยกับมาตรานี้เกือบจะทั้งมาตรา เพราะฉะนั้นดิฉันก็จะขออธิบายไปเรื่อย ๆ ว่า ที่ดิฉันไม่เห็นด้วยก็ได้กล่าวไปแล้ว ทุก ๆ อย่างประธานรัฐสภากำหนด ทุกอย่างประธานรัฐสภา วินิจฉัยนะคะ ทีนี้มาพูดถึงว่าดิฉันแก้เป็นอะไรในหลักการแล้ว ดิฉันแก้อะไรคือหลักการ ที่แตกต่างกัน ดิฉันกับ ครม. ที่ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาและคณะกรรมาธิการที่ส่งร่างฉบับนี้ มานี่นะคะ ท่านให้ประธานรัฐสภาดำเนินการคัดเลือก ดิฉันขอใช้คำย่อก็แล้วกันเพื่อความสะดวก ในการที่จะพูดถึงสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ซึ่งประชาชนจะฟังไม่รู้เรื่องเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วนะคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยแต่ว่าเมื่อเดินทางมาถึงตรงนี้แล้วเราก็จะไปคัดค้าน หรือจะไปแก้ไขจำนวน สสร. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอใช้คำว่า สสร. แทน แล้วก็ใช้คำว่า สสร. ๑ คือประเภทที่ ๑ ที่มาจากประชาชน สสร. ๒ เป็นประเภทที่คัดเลือกเพื่อความง่าย และเข้าใจสำหรับผู้ฟังทางบ้านดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ดิฉันจึงเปลี่ยน ดิฉันจะขออ่าน เล็กน้อยนะคะว่าท่านเขียนไว้ว่าให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ซึ่งดิฉันขณะนี้เรียกว่า สสร. ๒ ไปแล้ว ให้ทำเสร็จภายใน ๗๕ วัน ดิฉันขอเปลี่ยนเป็น ให้สมาชิกหรือที่ประชุมของ สสร. ๑ เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก สสร. ๒ เพราะเรากำลังให้ ความสำคัญกับประชาชน แล้วคณะกรรมาธิการก็บอกว่าการคัดเลือก ๗๗ คนนี้ยอดเยี่ยม ดีที่สุดแล้ว เราหาคนที่ยอดที่สุดของแต่ละจังหวัดมาแล้วตามมาตรา ๒๙๑/๑ ไปแล้วนะคะ เมื่อท่านเห็นว่า สสร. ๑ มีความดี เด่น ดัง ของจังหวัดแล้ว แล้วท่านทำไมไม่ให้ความสำคัญ กับพวกเขา ดิฉันจึงกำหนดให้ สสร. ๑ เป็นผู้คัดเลือก สสร. ๒ ค่ะ เป็นการให้มีการมีส่วนร่วม ของประชาชนทั้งประเทศจากผู้ที่มีคุณสมบัติที่ท่านบอกว่าดี เด่น ดังแล้ว เป็นผู้ที่จะคัดเลือก สสร. ๒ ทั้งนี้และทั้งนั้นให้เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของ สสร. ๒ ด้วยนะคะ นั่นเป็นเบื้องต้นที่ดิฉันขอแก้ไขในวรรคแรกค่ะ
สำหรับวรรคสอง ที่ว่าให้สภาของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคมและองค์กรภาคเอกชนแต่ละแห่งคัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็น สสร. ๒ ได้ ตาม ๓ ประเภทที่ได้เสนอไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) มี ๓ ประเภทค่ะ แต่ว่าเมื่อดิฉันอภิปราย มาตรา ๒๙๑/๑ ดิฉันเพิ่มขึ้นอีกประเภทหนึ่ง ท่านประธานคงจะพอจำได้นะคะวันที่ ๑๑ ดิฉันให้เพิ่มผู้เชี่ยวชาญ คือ สสร. ๒ มีทั้งนักกฎหมาย นักเศรษฐกิจ นักอะไรแล้ว ดิฉันขอ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัย ดิฉันอธิบายเป็นคุ้งเป็นแคว จนมีหลายท่านก็แซวดิฉันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับป่าต้นน้ำ แต่ท่านประธานคงจำได้นะคะว่า ดิฉันพูดยังไม่ทันขาดคำว่าถ้าเราไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อนของประเทศ หรือของโลก ก็ตาม ภัยพิบัติมันจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและถี่ขึ้น บ่อยขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดิฉันพูดผ่านไปเพียงชั่วโมงเดียวค่ะท่าน จะว่าปากดิฉันศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่ผิดนัก เพราะว่าสึนามิ มาแล้วค่ะ ทำให้ท่านต้องสะดุด ทำให้ท่านต้องหยุดการประชุม เพราะดิฉันบอกว่าภัยพิบัติ มันเกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่า อย่าลืม เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องร้อน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในโลก ถ้าเราไม่ดูแลทรัพยากร ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชน ซึ่งเราทุกคนที่อยู่ในสภานี้เราต่างยืนยัน ยืนหยัดว่าเราทำเพื่อประชาชน และถ้าเราไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ของประชาชน แล้วท่านจะดูแลอะไรคะ รัฐธรรมนูญถ้าไม่พูดถึงสิ่งนี้เลยมันไม่ทันสมัยนะคะ ไม่ทันสมัยจริง ๆ ค่ะ ดิฉันยังอยากขอร้อง วิงวอนให้คณะกรรมาธิการกลับไปทบทวนได้ไหมคะ เพิ่มจาก ๒๒ คน เป็น ๒๕ คน จาก ๖๖ คนของท่าน และ ๑๐ คนดิฉันเพิ่ม ๖๖ คน ๓ คน และ ๑๐ คน ไม่ได้เสียหายอะไรเลยนะคะ ดิฉันฝากจริง ๆ เพราะว่าประเทศเราไม่พูดถึง สิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญมันเชยมาก อัล กอร์เขาพูดมากี่ปีแล้วคะเรื่องภัยธรรมชาติที่จะ เกิดขึ้นมาทำลายมวลมนุษย์ ดิฉันพูดจริง ๆ นะคะ ถ้าให้ดิฉันบรรยายเรื่องนี้ดิฉันพูดได้อีกยาว แต่ว่าดิฉันอยากจะเตือนและขอวิงวอนจริง ๆ ค่ะว่าช่วยโปรดพิจารณาเพิ่มอีกสัก ๓ คน ได้ไหมคะ เพื่อความครบถ้วน แล้วต่างชาติเขาก็จะได้ชื่นชมว่าเราไม่ได้ลืมโลก ไม่ได้ลืมคนไทย ไม่ได้ลืมสุขภาพของคนไทยเลยในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ดิฉันก็ยังยืนยันเหมือนเดิมนะคะว่าดิฉันขอเพิ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ดิฉันขีดเส้นใต้ ๓ เส้น ถ้าประชากรของประเทศไทยไม่มีสุขภาพ ไม่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างดีและรักษาทรัพยากรไว้ และลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต เขาจะอยู่ในประเทศไทยได้อย่างไร เมื่อคราวที่แล้วดิฉันยกพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เรื่องป่าต้นน้ำ แม้วันนี้จะยังไม่เห็นผล แต่ดิฉันวิงวอนอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ ๓ ขอให้กรรมาธิการเห็นแก่ประเทศชาติ ลูกหลานของท่านช่วยเพิ่มเข้าไป มันไม่เสียหาย ไม่เสียหน้า ยังดีเสียอีกว่าเราคิดได้แล้วเราก็เพิ่มให้ ไม่ได้เสียหลักการอะไรของท่านเลยนะคะ ขอเพิ่มขึ้นอีก ๓ คนเป็น ๒๕ คนนั่นก็เป็นวรรคสองที่ดิฉันคิดว่าดิฉันไม่ให้ประธานหรอกค่ะ เป็นคนกำหนด หลักเกณฑ์หลักการอะไรในการที่ใครจะเสนอมาก็ตาม
ถัดไปวรรคสาม วรรคสี่ แล้วนะคะ ประธานรัฐสภาแต่งตั้งกรรมการจำนวน ๑๕ คน ดิฉันคิดว่าหาเรื่องไหมคะ ไปตั้งทำไมคะกับคนข้างนอก ใครคะ คุณจะไปเอามาจากไหน ไปหยิบมาจากต้นไม้หรืออย่างไร ๑๕ คนนี้ มันหยิบไม่ได้ ประธานจะไปเลือกได้อย่างไร ประธานมีสิทธิอะไรคะที่จะเลือกกรรมการ ๑๕ คน มาคัดเลือก สสร. ๒ ดิฉันให้ สสร. ๑ ค่ะ เป็นผู้ที่จะคัดเลือก ตรงนั้นไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตว่าท่านเลือกมา ๑๕ คน ซึ่งเป็นเพื่อนท่าน เป็นญาติพี่น้องของท่านหรือใครก็ตามไปเลือกมา ให้เขาประชุมเพื่อจะเลือก สสร. ๒ แล้วอย่างไรคะท่านยังอุตส่าห์กำหนดให้นำบทบัญญัติว่าด้วยเอกสิทธิ์ ตามมาตรา ๑๓๐ และมาตรา ๑๓๑ มาให้กับกรรมการชุดนี้ เขาจะด่าใคร เขาจะว่าใคร เขาจะทำอะไรก็ได้ มีสิทธิเท่าเทียมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็สมาชิกวุฒิสภาใช่หรือไม่ ท่านคิดได้อย่างไรละคะ ดิฉันอยากทราบจริง ๆ แล้วจะให้ในขอบเขตมากแค่ไหนคะ เพียงแค่จะมาคัดเลือก สสร. โดยที่ท่านไปหยิบมาจากไหนก็ไม่ทราบ ๑๕ คน แล้วก็ให้เอกสิทธิ์กับเขาเฉกเช่น ส.ส. และ ส.ว. ด้วย ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ถามเป็นข้อสังเกตว่าท่านให้สิทธิเขา เพื่ออะไร แล้วก็มากน้อยแค่ไหน ช่วยอธิบายได้ไหมคะ เขาจะว่าคนข้างนอก เขาจะว่าใคร ต่อใครได้เหมือน ส.ส. ใช่ไหมคะ ที่ไม่ต้องถูกฟ้อง แล้วก็ดิฉันได้กำหนดว่าการที่จะเลือก สสร. ๒ แทนที่จะเลือกมาประเภทละ ๒ คนแล้วก็ให้เลือก ดิฉันเสนอจาก ๒ คนเป็น ๖ คนค่ะ เพื่อให้มี หลากหลายที่ท่านสามารถที่จะเลือกได้มากยิ่งขึ้น แล้วก็อำนาจที่ให้กับประธานรัฐสภาเป็นคน รวบรวมรายชื่อจาก ๓ องค์กร สถาบันการศึกษา เศรษฐกิจ สังคมและเอกชนนั้น ดิฉันให้ส่ง รายชื่อให้ กกต. เป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์และวินิจฉัยค่ะ แล้วก็เปลี่ยนจาก ๑๕ วันเป็น ๓๐ วัน หลังจากที่ สสร. ๑ ได้รับการรับรองทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว ดิฉันกล่าวไปแล้วนะคะว่า ดิฉันให้ สสร. ๑ เพราะดิฉันให้ความสำคัญกับที่ท่านให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ๗๗ คน ที่ท่านว่าดีมากแล้ว ไม่ยอมแก้ไข ไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น ดิฉันก็ยอมรับ เพราะว่ามันก็ผ่านไปแล้ว แต่ขอพูดซ้ำว่าดิฉันส่งเสริม สสร. ๑ ของท่าน ๗๗ คน ได้ทำหน้าที่ที่จะประชุมแล้วก็เลือก สสร. ๒ ดูคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ขอประทานโทษค่ะท่านประธาน ดิฉันเปิดข้ามไป ๑ หน้าค่ะ ไปวรรคถัดไปเลยนะคะ ดิฉัน ก็ตัดท่านประธานรัฐสภาออกเกือบทั้งหมด ขอประทานโทษนะคะ ที่ดิฉันไม่ให้อำนาจท่าน และดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าคณะรัฐมนตรีและกรรมาธิการให้อำนาจท่านได้มากอย่างนี้ได้อย่างไร เหลือสักครึ่งหนึ่งได้ไหมคะ แทนที่จะเป็น ๑๐ ครั้ง ๑๐ แห่ง ชงเอง กินเอง เลือกเอง ตั้งคณะกรรมการเองอย่างนี้เป็นต้น สำเร็จรูปใช่ไหมคะ รวบรัดตัดตอน ในการคัดเลือก กกต. ก็ทำระบบคล้าย ๆ กัน คือแยกเป็นประเภทเรียงลำดับอักษรแล้วก็ส่งให้ที่ประชุม สสร. ๑ ลงคะแนน แต่ว่าก่อนอื่นดิฉันก็ยังขอย้ำอีกครั้งหนึ่งได้ช่วยโปรดพิจารณาเรื่องผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยเถอะ เพราะอันนี้ไม่ใช่ทำเพื่อเรา รุ่นเรา แต่ทำเพื่อลูกหลานของเราที่จะคลานตามกันมาในอนาคต ท่านอีกไม่นาน ดิฉันอีกไม่นาน ก็คงจากโลกนี้ไป แต่ว่าเราจะไม่สร้างสมบัติแทนคุณแผ่นดินให้ลูกหลานเราได้มีชีวิตอยู่ อย่างสงบสุข อย่างมีความสุข อย่างคำที่ว่า เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรานี้แสนอุดมสมบูรณ์ เราทำได้ เพราะว่าทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เป็นทรัพยากรธรรมชาติอย่างเดียวในโลกที่คนรุ่นเราสามารถที่จะสร้างให้กับคนรุ่นหลังได้ แล้วก็ดิฉันอยากจะเชิญชวนพวกเราทุกคนแม้ท่านจะไม่เห็นด้วยกับดิฉัน แต่ดิฉันก็ยังอยาก เชิญชวนท่านให้ร่วมกันสร้างสมบัติที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มันเสียหายไปเยอะแทนคุณ แผ่นดินค่ะ ที่พวกเราได้ร่วมกันปู้ยี่ปู้ยำใช้ทรัพยากรอย่างไม่บันยะบันยัง จนกระทั่งเกิดภัยพิบัติ เกิดภาวะโลกร้อนในทุกวันนี้ แล้วเราก็ไม่ต้องมาบ่นกันว่าตอนเราอยู่ในสภา ตอนเราเป็นผู้ใหญ่ เราไม่ได้ทำ ไม่ได้สร้างความอุดมสมบูรณ์ทรัพย์สมบัติที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างได้ ในชั่วชีวิตคน เกลือ แร่ธาตุ น้ำมันอย่างอื่นใช้แล้วหมดค่ะ มีอย่างเดียวค่ะทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเราสามารถสร้างได้ ขอความกรุณาท่าน เพื่อท่านมี โอกาสช่วยสร้างทรัพย์สมบัติสิ่งนี้แทนคุณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นขอให้เพิ่มอีก ๓ ท่านนะคะ เข้าไปในคณะ สสร. ๒ ด้วย ก็จะเป็นพระคุณสำหรับลูกหลานที่จะคลานตามกันมาในอนาคต ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน