เจือ ราชสีห์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการใช้เวลาในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ จริง ๆ ถ้าไม่ประท้วงก็คงไม่เสียเวลาถึงขนาดนี้ การประท้วง ทำให้เสียเวลานะครับ ท่านประธานครับ อันนี้ท่านต้องดูด้วยเพราะว่าบางเรื่องผมเองก็ไม่ได้ อภิปรายพร่ำเพื่อ ก็ใช้เวลาจำเป็น ๆ เท่านั้นละครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องอภิปราย แล้วก็สิ่งที่สำคัญที่สุดที่สมาชิกของสภาได้อภิปรายว่าการแก้กฎหมาย รัฐธรรมนูญคราวนี้นะครับ รวบรัด ลุกลี้ลุกลนมากจริง ๆ ครับ แล้วก็บกพร่องมาก ๆ กรรมาธิการที่ได้เห็นว่าบกพร่องมาก ๆ ก็คือว่ารายงานหน้า ๘๕ ซึ่งผิดพลาด ท่านประธาน เมื่อสักครู่ได้ชี้แจงแล้วนะครับว่าผิดพลาดจริง ๆ แล้วก็ผิดพลาดมามาก ท่านมีใบแทรกมา เยอะแยะซึ่งผมเองก็ได้บอกกับท่านประธานไปก่อนหน้านี้ว่าเหมือนกับใบปลิวครับ การแก้ กฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้นะครับ รีบร้อนลุกลนจริง ๆ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใบปลิวก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นความรีบร้อนเพื่อใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ กลับมาดูเนื้อหาที่ผมแปรญัตติเอาไว้นะครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๙๑/๓ นั้น ผมขออนุญาตมาดูกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๒ (๕) ซึ่งเดิมที่ผมแปรญัตติเอาของ ร่างรัฐบาลซึ่งตัด (๕) ออกไป ซึ่งในขณะนี้กรรมาธิการได้มาเพิ่มแล้ว แต่ว่าผมเองก็อยากจะ ถามว่าตอนนั้นรัฐบาลคิดอย่างไร จึงไม่ได้ใส่ (๕) มา (๕) เขียนอย่างนี้ครับ เพื่อให้ท่านพี่น้อง ที่ได้ดูทางบ้านนี่ได้เข้าใจไปด้วยนะครับ (๕) ก็คือ เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษ มายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คือที่ผมได้แปรญัตติไปนี่ ผมคิดอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ผมได้เรียนกฎหมาย จบมาทางกฎหมายด้วยครับ คือเจตนารมณ์เรื่องนี้ผมคิดว่าทางกฎหมายที่ได้บอกว่าผู้ที่จะมา เป็น สสร. หรือมาเป็นสมาชิกอะไรก็แล้วแต่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่บอกว่าเป็นข้อห้าม ที่จะมาเป็นนี่ ซึ่งร่างเดิมตัดทิ้งออกไปนี่ครับ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เคยต้องคำพิพากษา ให้จำคุก บอกว่าต้องเว้นมาแล้ว ๕ ปี ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ท่านดูก็แล้วกันว่าคดีบางคดี จำคุกนี่ ท่านกรรมาธิการครับ ท่านถามรัฐบาลหรือเปล่าว่าจำคุกบางคดีนี่ อย่างคดีทุจริต เรื่องทุจริตคอร์รัปชันท่านประธานครับ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ แม้แต่ ๕ ปี เราคิดว่าหลาย ๆ ปีบางครั้งก็ไม่น่าจะได้นะครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องร้ายมาก รัฐบาลนี้ละเลยมาก วันนี้ผมอ่านหนังสือพิมพ์ การสำรวจการทำประชามติเรื่องการทุจริตรุนแรงขึ้นทุกวันครับ แต่ว่ารัฐบาลก็ไม่ได้สนใจ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเองเห็นว่ามีความสำคัญมาก ๆ ก็เลย แปรญัตติว่าต้องใส่ไว้ เรื่องคดีทุจริต เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เราเคยเห็นนะครับ นักการเมือง เวลามาเล่นการเมือง เราก็บอกว่าบางคนรวยแล้วไม่โกง แต่ว่ามันก็มีนะครับ อันนี้ผมถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ กรรมาธิการเองต้องให้ความสำคัญ ถ้าผม แปรญัตติได้นะครับ บอกว่าถ้าคดีทุจริต แม้แต่ ๕ ปีหรือเกินนั้นเราก็ต้องให้ยาวไว้ เพราะว่า บางคนที่ต้องให้จำคุกเพราะว่าต้องเอาตัวมาไว้ในคุกครับ เพราะว่าถ้าอยู่ข้างนอกเยาวชน จะเห็นเป็นตัวอย่างว่าคนนี้ทำความผิด ยังอยู่ข้างนอก ยังลอยนวลอยู่นะครับ ถ้าหนี อยู่ไม่ได้ ต้องไปอยู่ในคุกก่อน แล้วก็ ๕ ปี ถามว่าทำไม ๕ ปี ๕ ปีเพราะว่าให้สำนึกผิด สำนึกว่า ที่ทำไปแล้วนี่นะครับ เราสำนึกได้แล้ว ทำคดีทุจริตไปแล้ว ทำความผิดไปแล้ว อย่างน้อย ๕ ปี อันนี้เป็นเรื่องเจตนารมณ์ที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมต้องอภิปรายเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ว่าครั้งแรกทีเดียวรัฐบาลละเลย รัฐบาลตั้งใจเหมือนจะ มีตั้งโจทย์เอาไว้ว่าเรื่องนี้เราต้องตัดออกนะครับ แต่ว่าเมื่อกรรมาธิการใส่เข้ามาก็เห็นด้วยกับ กรรมาธิการ เห็นด้วยกับทางการแปรญัตติคราวนี้ เพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ ท่านครับ นี่ผมเองก็ต้องขออภิปรายแล้วก็ต้องเรียนกับที่ประชุม เรียนกับสภาตรงนี้เอาไว้นะครับว่า การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้มีความสำคัญ มีความจำเป็น แล้วก็ผมเองต้อง ขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าผมเองก็ยังไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ นะครับ เราน่าจะใช้เวลาในการที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดีกว่า นะครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานมากครับ