รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

สุริยา ปันจอร์ พูดถึงการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น และเรียกร้องให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีวุฒิภาวะและวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขยายขอบเขตผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ญาติโยมของนักการเมืองได้ใช้ตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว และขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาทบทวนมาตรา ๒๙๑/๑ และ ๒๙๑/๒ เพื่อให้รัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเรียนต่อ ท่านประธานด้วยความเคารพว่าในกลุ่มซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ กับผม ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกวุฒิสภา ต่างก็วิตกกังวลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน คือความไม่เด็ดขาดไม่ปฏิบัติ ตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด จึงทำให้การปฏิบัติการ การประชุมทั้ง ๓-๕ วันที่ผ่านมา มีปัญหา มาโดยตลอด อันนี้ผมขอเรียนด้วยความเคารพครับ ขอได้โปรดเถอะครับ ท่านประธานครับ อย่าได้คิดว่าฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือ ส.ว. ขอให้ท่านได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเชื่อมั่นว่า การดำเนินการในเรื่องของการประชุมก็คงจะเป็นไปด้วยความราบรื่นอย่างแน่นอนครับ ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมในส่วนนี้นิดหนึ่งครับว่าบรรยากาศของการประชุมในบางครั้ง บางคราวนั้นไปอย่างราบรื่น อย่างสดชื่น สดใส แต่บางครั้งก็มีปัญหาซึ่งเสมือนหนึ่งอุณหภูมิ ของบรรยากาศในห้องประชุมขึ้น ๆ ลง ๆ บอกตรง ๆ ว่ามีความรู้สึกเหมือนกับบรรยากาศ ของสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการที่จะประชุม ฉะนั้นครับ ท่านประธานครับ กระผมได้ขอ แปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๓ ท่านประธานครับ หลังจากที่ผ่าน มาตรา ๒๙๑/๒ ผ่านไป ซึ่งกระผมก็ได้เรียกร้องต่อท่านคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานว่า สสร. นั้น ควรที่จะมีวุฒิภาวะ ควรจะมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า แต่ในที่สุดก็ไม่ประสบความสำเร็จก็ต้องยอมรับ มาในมาตรา ๒๙๑/๓ ก็ต้องขออีก ผ่านท่านประธาน ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ก็ได้พูดถึงบุคคลต้องห้ามที่จะรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอยู่หลายประเด็น ผมขออนุญาตที่กล่าวพอทำความเข้าใจกับ ท่านผู้ฟังที่กำลังติดตามรับฟัง รับชมอยู่ทางบ้านในขณะนี้ อย่างเช่น (๑) บุคคลซึ่งมีชื่อ ตามลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๑๐๒ ซึ่งมี (๑) (๒) (๓) ถึง (๑๔) โดยคร่าว ๆ พอเข้าใจ สำหรับท่านผู้ฟังและท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้าน อย่างเช่น (๑) ก็คือคนที่ติดยาเสพติด เป็นผู้ซึ่งต้องห้าม คนที่ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายก็ต้องห้าม ลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๑๐๑ (๑) (๒) นะครับ แล้วก็บุคคลซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุก บุคคลที่พ้นโทษ มาแล้วแต่ไม่เกินห้าปี และบุคคลซึ่งถูกไล่ออกจากราชการเหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างคร่าว ๆ ว่า เป็นบุคคลต้องห้ามตาม (๑) นะครับ ต่อไปก็เป็น (๒) ครับ เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือ เงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ก็ต้องห้าม เพราะฉะนั้นท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชมที่สนใจที่จะสมัคร รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องคำนึงถึงข้อนี้ด้วย

และสุดท้าย ที่ปรากฏอยู่ในร่างของคณะกรรมาธิการก็คือ เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองนะครับ นี่คือส่วนที่ปรากฏอยู่ ในฉบับร่างของคณะกรรมาธิการ แต่กระผมซึ่งมีอยู่ ๓-๔-๕ ท่านด้วยกัน หลังจากที่กระผม ได้อภิปรายเสร็จแล้ว อย่างเช่น อาจารย์เจริญ ภักดีวานิช ท่านพลตำรวจโท พิชัย แล้วก็ อีกหลายท่านที่จะติดตามมาก็จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม กระผมขออนุญาตและขอแปรญัตติ ซึ่งคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยดังนี้ครับ (๔) ขอเพิ่ม เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของ ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั่นหมายความว่า ตรงนี้ขออนุญาตที่จะขยายความพอเข้าใจว่าบุคคลผู้ซึ่งที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะเป็นพ่อหรือบิดา จะเป็นแม่หรือมารดา จะเป็นคู่สมรส จะเป็น ภรรยาหรือสามี จะเป็นบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ นี่คือด้วยเหตุผลดังนี้ครับ ท่านประธาน ด้วยเหตุผลว่าถ้าเป็นญาติโยมที่มีความโยงใย มีความสัมพันธ์กับนักการเมือง ก็อาจจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะไปร่วมกันยกร่างเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ กับนักการเมือง ซึ่งตนเองมีความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดา ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา หรือจะเป็นบุตร ด้วยเหตุนี้ละครับจึงขอเสนอเพิ่มเป็น (๔) เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการ โดยผ่านท่านประธานได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ

ต่อไปครับ ขอเพิ่มเป็น (๕) ซึ่งคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย แต่ด้วยความตั้งใจ และด้วยเจตนาดีในการที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์ในทุกมิติ ก็ขอที่จะเสนอแล้วก็ขอสงวนคำแปรญัตติโดยผ่านท่านประธานเพื่อคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ (๕) อย่างนี้ครับว่าบุคคลต้องห้ามที่จะสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญใน (๕) นี้ก็คือมีความสำคัญมากครับ เป็นสมาชิกหรือดำรง ตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากการเป็น สมาชิก และดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกิน ๓ ปีครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ละมีความสำคัญมาก ๆ เลยนะครับ เป็นสมาชิกนั่นหมายความว่าบุคคลซึ่งต้องห้าม ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ได้ จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ไม่ได้ และไม่เป็นสมาชิก แล้วก็ถ้าจะเป็นสมาชิกก็ต้อง หลุดพ้นหรือปราศจากการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปีนะครับ ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลว่าถ้ายังมีความสัมพันธ์อยู่กับพรรคการเมือง อาจจะเป็น กรรมการบริหารพรรคการเมือง อาจจะเป็นเลขานุการ อาจจะเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโยงใยกับพรรคการเมือง แล้วบุคคลผู้นี้ถ้าเปิดช่อง เปิดโอกาสให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ ถ้าสมมุตินะครับว่า จากจังหวัดสตูลก็เป็นสมาชิกพรรคการเมือง จากกรุงศรีอยุธยาก็เป็นสมาชิกพรรคการเมือง จากจังหวัดขอนแก่นก็เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ถ้าหลาย ๆ คนมารวมตัวกันโดยเฉพาะ ทั้ง ๗๗ คน ถ้าเกิดว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเกินกว่ากึ่งหนึ่งหรืออาจจะครึ่งหนึ่งก็แล้วแต่ เหล่านี้ล่ะครับจะเป็นปัญหาเขาเหล่านั้นผู้ซึ่งทำหน้าที่นั้น เขาเหล่านั้นอาจจะเป็นเครื่องมือ เครื่องไม้ อาจจะเป็นกลไกส่วนหนึ่งของพรรคการเมืองแล้วมาทำหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ กับพรรคการเมืองของต้น ด้วยเหตุนี้ครับ ขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ได้โปรดพิจารณาทบทวนอีกสักครั้งหนึ่งเถอะครับ เพราะจะก่อให้เกิดประโยชน์และจะทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปราศจากการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ปราศจากการเมืองเข้ามาชี้นำ ปราศจากการเมืองเข้ามามีส่วนนะครับ เพราะฉะนั้นขอฝากเป็นครั้งสุดท้ายอีกครั้งหนึ่งว่า ฝากผ่านท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาเป็นครั้งที่ ๓ ครับ สำหรับ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ผมวิงวอน มาตรา ๒๙๑/๑ วิงวอนยกมือไหว้ท่าน แล้วก็ครั้งที่ ๒ ก็คือมาตรา ๒๙๑/๒ นี้เป็นครั้งที่ ๓ ขอวิงวอนจะได้ ไม่ได้ ก็แล้วแต่จะพิจารณา ขอบคุณมาก ครับ