กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องการตรวจสอบผลการดำเนินการของสนธิสัญญาการยกเว้นภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ และขอให้รัฐมนตรีศึกษาความคืบหน้าและแจ้งให้สภาทราบ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมในการเติบโตและทําการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของประเทศไทย โดยเฉพาะการเจรจาทางการค้าและการลงทุนในแอฟริกาและตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนกลุ่มประเทศในการเจรจาเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่ดีที่สุด
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพ เมื่อสักครูนี้ ผมได้อภิปรายค่อนข้างยาวเรื่องอาจจะมาก แล้วก็ท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์เมื่อสักครู่ตอนที่ท่าน ตอบคําถามรอบแรกนี้ท่านไม่ได้ตอบคําถามของผมเลยแม้แต่ข้อเดียวนะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากขออนุญาตกับท่านรัฐมนตรี ผมจะขออนุญาตที่จะสรุปประเด็นคําถามที่สําคัญ ผมไม่ถามหมดเหมือนกับที่ผมอภิปราย เพราะว่าอยากจะให้ท่านได้ตอบคําถามที่สําคัญ เพื่อจะได้แน่ใจว่าเราคิดตรงกันนะครับ
ในประเด็นแรกผมตั้งคําถามชัดเจนว่าเราได้ทําสนธิสัญญาเกี่ยวกับการยกเว้น การเก็บภาษีซ้อนไปแล้ว ๕๐ กว่าประเทศ เป็นเวลามาหลายปีมากแล้วนะครับท่านประธาน เราน่าจะได้มีการประเมินผล ไม่ใช่เฉพาะเป็นรายประเทศอย่างที่ท่านเกียรติได้พูดเมื่อสักครู่นี้ แต่โดยภาพรวมทั้งหมดว่ามีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง เราจะได้นํากลับมาทบทวนแล้วก็บอกว่า ข้อที่ดีก็ทําให้มากขึ้น ข้อที่เสียก็จะได้นํามาปรับปรุงแก้ไขนะครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ อย่างยิ่งขอให้ท่านได้กรุณาตอบให้ชัดว่าท่านจะทําการศึกษาในเรื่องนี้หรือไม่ เพราะถ้าไม่ ข้อผิดพลาดที่เราผิดมาในอดีตเราก็จะผิดแบบเดิม กรอบการเจรจาเราก็จะเป็นแบบเดิมอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง แล้วเมื่อศึกษาก็ขอให้กรุณานํามาแจ้งกับสภาให้ทราบด้วยว่า ผลเป็นอย่างไรนะครับ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ที่สําคัญก็คือการเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงที่เราได้ไปทําแล้วก็ลงนามที่จะเกิดขึ้นต่อไปนะครับ ผมได้อธิบาย ในรายละเอียดมากมาย ไม่ว่าจากข้อมูลพื้นฐานเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นค่าแรงขั้นต่ํา เป็นอย่างไร กฎหมายแรงงาน ทักษะแรงงาน ทรัพยากรธรรมชาติ ภาษี อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เราจะต้องมีฐานข้อมูลเพื่อจะให้บริษัทเอสเอ็มอี ผมขออนุญาตเน้นครับ ให้บริษัทเอสเอ็มอี สามารถที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์และขยายการค้าการลงทุนในต่างประเทศได้ ถ้าท่านไม่เข้าใจเอสเอ็มอี ความหมายผมง่าย ๆ ก็คือยอดขายประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท บริษัทใหญ่ที่เขามียอดขาย ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาไปได้เองละครับ รัฐบาลไม่ช่วย เขาก็ไปอยู่แล้วนะครับ แต่เราต้องการให้บริษัทที่มียอดขายประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท สามารถเติบโตและทําการค้าระหว่างประเทศได้ ตรงนั้น เป็นเรื่องที่สําคัญมาก ท่านกรุณาตอบด้วยนะครับว่าเราจะเตรียมความพร้อมเรื่องนี้อย่างไร เพื่อให้เอสเอ็มอีได้ประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมได้ประโยชน์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านจะใช้บริการของมหาวิทยาลัยอย่างไร ถ้าท่านตอบเรื่องมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะท่านอยู่ กระทรวงการคลัง ไม่เป็นไรครับ ท่านกรุณาตอบว่าผมรับปากจะไปพูดเรื่องนี้กับกระทรวงศึกษาธิการ แค่นี้ก็เพียงพอครับ ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบยืนยันนะครับ
ในประเด็นที่ ๓ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ก็คือผมได้อภิปรายชัดเจนว่าการค้า การลงทุนที่เราไปทําการเซ็นสัญญาในเรื่องนี้นั้นเปรียบเสมือนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เราทําการค้า การลงทุนได้สะดวก เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การค้า การลงทุน ผมได้อภิปรายยกตัวอย่างในรายละเอียดชัดเจนใน ๒ พื้นที่ คือทวีปแอฟริกา แล้วก็ตะวันออกกลางว่าเป็นอย่างไร ผมยังไม่ได้รับคําตอบจากท่านเลยนะครับ ในฐานะที่ได้อยู่ กระทรวงการคลังและต้องไปเจรจาว่ายุทธศาสตร์ทางด้านการค้า การลงทุนในประเทศ ในแอฟริกากับตะวันออกกลางเป็นอย่างไร เพราะว่าถ้าเราไม่รู้ มันก็จะเกิดปัญหาตามมา และผมก็ได้อภิปรายชัดเจนถามคําถามว่าทําไมเราถึงไม่ทํากับประเทศนามิเบียกับ ประเทศบอตสวานา ทั้ง ๆ ที่เป็นประเทศที่กําลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตะวันออกกลาง ทําไมไม่ทํากับประเทศจอร์แดนกับประเทศกาตาร์ ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ เมื่อไปดูหน้าสุดท้ายของกรอบการเจรจาของท่าน ท่านได้แบ่งประเทศ อยู่ ๔ กลุ่มนะครับ ผมขออนุญาตชี้ ๒ ภูมิภาคเท่านั้นเอง คือทวีปแอฟริกากับตะวันออกกลาง ในตะวันออกกลางกลุ่มที่ ๑ ท่านบอกท่านเจรจากับประเทศโมซัมบิกแล้วก็ประเทศซูดาน ผมไม่อ่านทั้งหมดซึ่งประเทศโมซัมบิก ประเทศซูดานนี่เป็นตัวอย่างของประเทศ ในแอฟริกาที่ยังยากจนอยู่ค่อนข้างมาก แต่ในขณะเดียวกันถ้าเอาประเทศเซเนกัล ซึ่งเป็นคู่ค้าใหญ่ของเราอยู่กลุ่มที่ ๒ นะครับ และถ้าเราเอาประเทศนามิเบียซึ่งร่ํารวยมากอยู่ กลุ่มที่ ๓ ประเทศบอตสวานาถ้าเอาไปอยู่กลุ่มที่ ๔ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตให้ข้อมูลท่านรัฐมนตรี บริษัทเดอเบียร์ส ซึ่งผลิตเพชรนะครับ เมื่อก่อนอยู่ แอฟริกาใต้ วันนี้เขาย้ายฐานมาอยู่ที่ประเทศบอตสวานาแล้วนะครับ แล้วก็บริษัทใหญ่ ๆ ที่ข้ามชาติที่อยู่ในแอฟริกาใต้นั้นได้ย้ายมาอยู่ประเทศบอตสวานาเกือบทั้งหมดแล้วนะครับ ตรงนี้มันชัดเจน และใครที่ไหนก็รู้นะครับ ถ้าศึกษาก็จะรู้ว่าประเทศบอตสวานา จะเป็นศูนย์กลางใหญ่ของแอฟริกาตอนใต้ แต่เราจัดไว้อยู่ในกลุ่มที่ ๔ ที่เจรจา ผมคิดว่าถึงวันนั้น สายเกินไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ที่เราจะได้ประโยชน์จากการเจรจาตรงนั้น ในทางกลับกันเอาตะวันออกกลางสั้น ๆ ท่านจัดกลุ่มที่ ๑ ไว้ที่ประเทศจอร์แดนซึ่งถูกต้องนะครับ ประเทศจอร์แดนเป็นประเทศที่มีศักยภาพมาก ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เรื่องการค้า การลงทุนและประวัติศาสตร์ที่สําคัญยาวนาน อันนั้นผมเห็นด้วย แต่ผมมี ปัญหาครับกับประเทศกาตาร์ครับ ประเทศกาตาร์ท่านไว้กลุ่มที่ ๔ ทุกท่านทราบดีอยู่วันนี้ว่า ประเทศกาตาร์เป็นประเทศที่มีบทบาทสําคัญมากในตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่มีแก๊ส สํารองธรรมชาติมากที่สุดในตะวันออกกลางนะครับ เป็นประเทศที่มีนโยบายที่เป็นมอดเดอริท (Moderate) มีเหตุมีผล แล้วก็ที่สําคัญที่สุดก็คือมีความสําคัญที่ดีอย่างยิ่งกับประเทศไทย แต่เราไปจัดไว้ในกลุ่มที่ ๔ ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับท่านประธาน ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าเราจะปรับกลุ่มประเทศเหล่านี้หรือไม่ ท่านอย่าตอบผมแค่แต่เพียงว่า กระทรวงการต่างประเทศจัดมาก็แล้วไป กระทรวงการต่างประเทศอาจจะมีเหตุผล ในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ แต่กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ในเรื่องการค้า การลงทุน เราจะต้องปรับในส่วนเหล่านี้ใหม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถ้าเราไม่ปรับยุทธศาสตร์ เราก็จัดกลุ่มประเทศแบบนี้ละครับ และตรงนี้ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีน่าจะมองเห็นแล้วนะครับว่า ยุทธศาสตร์ที่จะไปกําหนดประเทศที่เราจะไปเจรจามันไม่มีครับ เพราะถ้ามีประเทศกาตาร์ กับประเทศจอร์แดนต้องอยู่ด้วยกันครับ และถ้ามีประเทศนามิเบียกับประเทศบอตสวานา ต้องมาก่อนประเทศโมแซมบิก ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วนี่นะครับท่านรัฐมนตรีครับท่านไม่ทราบ ไม่ ตอบไม่ได้ไม่เป็นอะไร ท่านตอบว่าขอประทานโทษอาจารย์กนก ผมตอบไม่ได้ครับ แต่ผมจะไปหาคําตอบให้ แค่นี้ในฐานะผมที่เป็นอาจารย์ผมก็ดีใจแล้ว ไม่ใช่บอกว่าไม่ตอบนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะขออนุญาตเรียนกับท่านประธานเป็นประเด็นสุดท้าย เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์เปรียบเทียบ ประเทศมาเลเซียเขาได้ไปตั้งแคมปัส (Campus) ขอ ๑ นาทีท่านประธานครับ ตั้งแคมปัสที่ประเทศบอตสวานาเลยนะครับ ตั้งมหาวิทยาลัย ของประเทศมาเลเซียที่ประเทศบอตสวานา และมีนักศึกษาแอฟริกามาเรียนที่ประเทศมาเลเซีย มากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีกษิตให้งบประมาณเพื่อเชิญอาจารย์มหาวิทยาลัย จากแอฟริกามาดูงานในประเทศไทยครับ ผลของการดูงานอย่างนี้ครับท่านประธานครับ สั้น ๆ เลยครับ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยในแอฟริกาบอกว่าถ้าประเทศไทยเปิดประเทศแล้ว ก็ต้อนรับพวกเขา เขาจะย้ายนักศึกษาของเขาทั้งหมดจากประเทศมาเลเซียมาเรียนที่ประเทศไทย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยขอนแก่นของท่านประธานนี่ละครับ เพราะเขาชอบที่ภาคอีสานมากครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจนว่าเราไม่ได้ทําอะไร งอมืองอเท้า ปิดหูปิดตา แล้วเราก็เสียโอกาสอย่างนี้ละครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีครับ ท่านกรุณาเปิดหูเปิดตารับฟังและกรุณาแก้ไขเถอะครับ เพื่อผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ของเราครับ ขอบพระคุณครับ