องอาจ คล้ามไพบูลย์ หารือเรื่องการเจรจาตกลงเกี่ยวกับภาษีซ้อนและภาษีเก็บจากเงินได้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังให้ความชัดเจนและไม่ทำให้นักธุรกิจไทยเสียประโยชน์ นอกจากนี้ องอาจยังพูดถึงการขยายการทําการค้า ขยายการทําธุรกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีตระหนักถึงประโยชน์ทางธุรกิจและการค้ามากกว่าประโยชน์ทางการเมือง นอกจากนี้ องอาจยังหารือเรื่องการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และการลงทุนและค้าขายระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา และเรียกร้องการเตรียมการและความระมัดระวังในการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากนักธุรกิจต่างชาติ
ท่านประธานที่เคารพกระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ตั้งแต่เริ่มมามีการพิจารณาในวาระนี้ท่านได้นั่งรับฟัง ข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอยู่ตลอดด้วยความตั้งใจ ก็นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ท่านได้ให้ความสนใจ แล้วก็อยากจะเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ เมื่อมีเรื่องของท่าน ที่เกี่ยวข้องก็ขอความกรุณาได้นั่งรับฟังการพิจารณาหรือข้อคิดเห็นของสมาชิกด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ผมคงไม่มาต่อล้อต่อเถียงเรื่องเวลาว่ากี่นาที อย่างไรก็ตามผมจะพยายาม ทําตามที่ท่านประธานบอก แต่ว่าถ้าเกิดมันคาบเกี่ยวอะไรเล็กน้อย ก็ขอความกรุณา ท่านประธานด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ปัจจัยสําคัญที่สุดของการอภิปรายในเรื่อง ที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นี้นะครับ ก็คือเรื่องการทําข้อตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๑๐ ประเทศนี้นะครับ ผมคิดว่าส่วนสําคัญที่สุดก็คือเราคงต้องคํานึงถึงผลประโยชน์ ที่ประเทศชาติคือประเทศไทยของเราจะได้รับผลประโยชน์ที่นักธุรกิจไทยเราจะได้รับ เป็นอันดับแรก แต่แน่นอนที่สุดการเจรจาการตกลงใด ๆ เราคงหวังว่าเราจะได้รับประโยชน์ แต่เพียงฝ่ายเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกพยายามอภิปรายกันก็คือว่า ทําอย่างไร ที่เราอาจจะได้รับประโยชน์ร่วมกันและที่สําคัญที่สุดก็คือต้องไม่ทําให้นักธุรกิจไทย หรือประเทศไทยของเราโดยรวมนี่เสียประโยชน์ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ตรงนั้นผมคิดว่า เป็นหัวใจสําคัญที่อยากจะฝากไปยังรัฐบาล ฝากไปยังรัฐมนตรีนะครับ เราไปพูดเนื้อหาสาระ ในรายละเอียดกันมากพอสมควร แต่ถ้าหัวใจสําคัญตรงนี้เราไม่ชัดเจน เราก็อาจจะไปตกหลุม ตกร่อง แล้วก็เกิดความผิดพลาดหรือเกิดความเสียหายกับนักลงทุนไทยหรือนักธุรกิจไทยได้ ผมได้เตรียมเอาไว้หลายเรื่องด้วยกันนะครับ มีบางเรื่องซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า มีการพูดไปแล้วหรือว่าท่านรัฐมนตรีตอบไปแล้ว ส่วนไหนที่รัฐมนตรีตอบไปแล้ว ผมก็คงไม่พูดถึงครับ แต่ผมคิดว่าส่วนสําคัญอีกอันหนึ่ง
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะยกขึ้นมาพูดจาในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือว่า เรื่องที่เรา กําลังอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้นั้น สิ่งที่ผมมีความวิตกกังวลส่วนหนึ่งก็คือผมอยากจะให้เรื่องนี้ เป็นเครื่องมือของการขยายการทําการค้า ขยายการทําธุรกิจ ก่อให้เกิดความมั่นใจ ต่อนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศมากกว่าจะเป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่ผมหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าในหลายครั้งหลายกรณีการทําข้อตกลงในลักษณะนี้ ในหลาย ๆ รัฐบาล ที่ผ่านมาเป็นการทําข้อตกลงในลักษณะเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ผมมีเวลาน้อย แล้วก็วันนี้ ก็คงไม่ใช่วาระที่จะมาพูดกันว่าเอื้อประโยชน์ทางการเมืองอย่างไร แต่ผมคิดว่าตรงนี้ เป็นหัวใจสําคัญที่อยากจะให้รัฐบาลหรือรัฐมนตรีได้ตระหนักในเรื่องนี้นะครับ ข้อตกลงใด ๆ นั้น ควรจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจทางการค้าเพื่อประโยชน์ของประเทศมากกว่า เพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ประการที่ ๒ ถัดมาซึ่งมีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้สอบถามไปบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่มีคําตอบจากท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมคิดว่าเรามีอีกหลายประเทศที่จะทํา แต่ทําไมเลือกประเทศเหล่านี้ ท่านตอบบางประเทศ แต่อีกหลาย ๆ ประเทศท่านไม่ได้ตอบนะครับ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านรวมทั้งกระผมด้วยก็นั่งฟังในการตอบคําถามของท่าน ถ้าท่านจะให้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เหล่านี้กระจ่างมากขึ้น ผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์ ต่อที่ประชุมรัฐสภาของเรานะครับ
ประการสําคัญถัดมาอีกเรื่องหนึ่งก็คือการค้า การลงทุนระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่จะดําเนินการ มีกรอบเจรจาอนุสัญญาหรือความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และความตกลงและอนุสัญญาอีก ๑๐ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศซิมบับเว รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี ราชอาณาจักรโมร็อกโก รัฐสุลต่านบรูไนดารุสซาลาม รวมถึงสาธารณรัฐทาจิกิสถาน สาธารณรัฐเคนยา รัฐบาลแห่งไอร์แลนด์ สาธารณรัฐลิทัวเนีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐเอสโตเนีย สิ่งที่ผมยังไม่ได้รับคําตอบนะครับ และผมคิดว่าคําตอบน่าจะเป็นประโยชน์เพื่อเราในฐานะเพื่อนสมาชิกรัฐสภาและผู้ที่ได้ สอบถามไปบางท่านก็คือการค้าการลงทุนระหว่างประเทศต่าง ๆ ที่ผมเอ่ยนามมานี้ กับประเทศไทย มันมีสัดส่วนมากน้อยแค่ไหนครับท่านประธาน สัดส่วนในการทําการค้า ผมคิดว่าเป็นเรื่องสําคัญครับ ซึ่งจะทําให้การตกลงใด ๆ จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทย มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ผมคิดว่าเรายังไม่ได้รับคําตอบที่ชัดเจน และผมคิดว่าในหลาย ๆประเทศ ที่ผมเอ่ยนามไปนี้ ผมคิดว่าสัดส่วนทางการค้าในบางประเทศ ผมขออนุญาตที่ไม่เอ่ยนามนะครับ เพื่อไม่ต้องการให้ไปเกิดผลกระทบกับประทศนั้น ๆ ผมคิดว่าสัดส่วนการทําการค้าของเรากับ ประเทศต่าง ๆ ยังมีอยู่ค่อนข้างน้อยเท่าที่ผมได้ตรวจสอบข้อมูลมานะครับ แต่ทางรัฐบาล อาจจะมีข้อมูลที่ดีกว่าผมหรือมากกว่าผมก็สามารถที่จะนําเสนอมาได้ ผมจึงมีคําถามต่อไปว่า ในเมื่อสัดส่วนทางการค้ายังน้อยอยู่ การไปทําข้อตกลงใด ๆ ทางรัฐบาลมีข้อมูลว่าเราจะมี สัดส่วนทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร หรือมีอะไรที่จะเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า การทําการค้าต่อไปในประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นมีเพิ่มมากขึ้นแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ประเทศไทยหรือนักลงทุนไทยของเรา ผมคิดว่าตรงนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีขอความกรุณาช่วยชี้แจงให้เราได้ทราบด้วย
อีกอันหนึ่งก็คือในประเทศอาเซียน คราวนี้เรามีอยู่ ๒ ประเทศ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไป กรณีของประเทศฟิลิปปินส์ว่าทําไมทําคราวนี้ ของประเทศบรูไนอีกประเทศหนึ่งที่ยังไม่ได้ทํา กับประเทศไทยก็คือประเทศกัมพูชา ผมคิดว่าขณะนี้การลงทุนการค้าระหว่างไทย-กัมพูชามีมากขึ้นที่ มีสัดส่วนในนัยที่มีความสําคัญเป็นอย่างมาก นักธุรกิจของประเทศกัมพูชาเองจํานวนหนึ่ง ก็เริ่มที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันนักธุรกิจของไทยแน่นอนที่สุดครับ ถ้าเราดูข้อมูลโดยทั่วไป เราก็ไปลงทุนในประเทศกัมพูชาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีและอาจจะให้คําตอบเราเพิ่มมากขึ้นก็คือว่าในกรณีของ ประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับเรา มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันมาช้านาน แล้วก็การลงทุนทางการค้าก็มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดมา ทําไมทางประเทศกัมพูชา เราติดขัดอะไร อย่างไร เราถึงยังไม่สามารถไปดําเนินการได้ครับ
สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่อยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ก็คือว่าหลังจากมีข้อตกลงแล้วก็จะเป็นเรื่องของภาคปฏิบัติ ผมคิดว่าภาคปฏิบัติเป็นเรื่องที่มี ความสําคัญมากนะครับ ภาคปฏิบัติที่จะต้องไม่ทําให้คนของเราเสียเปรียบ แล้วแน่นอนที่สุด เมื่อมีภาคปฏิบัติแล้วผมคิดว่าเราก็คงไม่อยากที่จะให้นักธุรกิจของต่างชาติมาเอารัดเอาเปรียบ ประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลคงจะต้องมีการเตรียมการ ทําไมผมถึง หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาครับท่านประธาน เพราะว่าปกติโดยทั่วไปไม่ต้องเฉพาะเรื่องข้อตกลง ระหว่างประเทศ ปกตินักธุรกิจ นักลงทุนมักจะหาทางทําให้ตัวเองเสียภาษีน้อยที่สุดอยู่แล้ว เพื่อให้เขาจะได้มีรายได้มากที่สุด อันนั้นก็เป็นเรื่องปกติของนักธุรกิจโดยทั่วไปที่เรารับทราบกันดี แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่าตรงนี้ละครับ ถ้าเราไม่มีการเตรียมการให้ดี นักธุรกิจ โดยเฉพาะนักธุรกิจต่างชาติที่เขามีประสบการณ์มาก ๆ มีเงินทองมาก ๆ เขาอาจจะมีความรอบรู้มาก ๆ เช่นเดียวกัน ในการที่จะหาทางทําให้เราเสียประโยชน์ได้ พูดง่าย ๆ แทนที่เราจะได้ภาษีมากขึ้น เราก็อาจจะได้ภาษีน้อยลง