รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความกังวลว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะลดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งเป็นหมวดที่สำคัญที่สุด และขอให้คณะกรรมาธิการและประชาชนทราบว่าหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนี้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุดและกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ในมาตรา ๒๙๑/๒๑ บอกว่าการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่จัดทําให้ ผลประโยชน์ของประชาชนในหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในหมวด ๓ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่นะคะ ลดน้อยลงกว่าที่มีอยู่เดิม ท่านประธานคะ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาแล้ว ที่พวกเราพูดกันเต็มปากเต็มคําว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ ก็ตาม ที่เด่นที่สุด ที่ชัดเจนที่สุดก็คือหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชนนี่ละ เป็นรัฐธรรมนูญที่บัญญัติ ให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากที่สุดแล้วก็ในทุก ๆ ด้าน ด้วยความห่วงใยว่าทําอย่างไร ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของท่าน ถือว่าเป็นของท่านนะคะ ไม่ใช่ของดิฉัน รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของท่านทําอย่างไรถึงจะมีหลักประกันว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนมันจะไม่น้อยลงไป กว่าเดิม ท่านประธานคะ ที่เราพูดกันมาตั้งมากมายส่วนใหญ่มันก็จะเป็นเรื่องของการเข้าสู่ อํานาจ เข้าสู่ตําแหน่งของสภา ของตําแหน่งต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องของประชาชนโดยตรง มันเกี่ยวข้องกับประชาชนก็จริง แต่มันไม่ใช่โดยตรงแล้วก็จับต้องได้เหมือนกับหมวดว่าด้วย สิทธิเสรีภาพของประชาชน หมวดว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนดิฉันก็จะเป็น คณะกลุ่มองค์กรภาคประชาชนที่ออกไปเผยแพร่รัฐธรรมนูญแล้วเราก็จะเน้นหมวดสิทธิ เสรีภาพ แล้วจําได้ว่าตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คณะกรรมการยกร่างกรอบที่ ๑ ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพของประชาชนแนวนโยบายแห่งรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ พอเริ่มต้นก็ได้ ตกลงกันว่าหลักการของการยกร่างหมวดนี้ว่าด้วยเรื่อง ๓ เรื่องนี้จะต้องมีสิทธิไม่น้อยกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งก็ไม่น้อยกว่าจริง ๆ แถมส่วนใหญ่ยังได้ตัดคําว่า ทั้งนี้ตามกฎหมาย บัญญัติออกไป เพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกกฎหมายมารองรับในหลายเรื่อง ดิฉันก็เลยด้วยความห่วงใยอยากจะขอให้คณะกรรมาธิการ ถ้ากรรมาธิการไม่ฟังอยากจะ ขอให้ประชาชนได้รับทราบว่าหมวดนี้เป็นหมวดสําคัญเป็นหมวดว่าด้วยสิทธิประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ รูปแบบในการยกร่างดิฉันไม่ติดใจ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นี่ว่า เป็นรายมาตราไปเลย แต่พอมาถึงปี ๒๕๕๐ ก็จะจัดหมวดสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทยไว้ เป็นกลุ่ม ๆ เช่นบททั่วไป บททั่วไปก็จะพูดถึงสิทธิของชนชาวไทยให้คุ้มครอง ให้รับรอง หน่วยงานองค์กรไหนก็ตามถ้าจะใช้สิทธิ หรือว่าถ้าจะใช้อํานาจใดแล้วไปละเมิดสิทธิ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของประชาชนจะทําไม่ได้ รวมทั้งพูดถึงจัดหมวดความเสมอภาค มาตรา ๓๐ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ มาตรา ๓๑ รูปแบบของปี ๒๕๕๐ จัดไว้เป็นหมวด ๆ แต่ว่าปี ๒๕๔๐ ว่าด้วยเป็นมาตรา พอพูดถึงมาตรา ๔๐ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๔๐ พูดถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมแล้วก็รวมกันเข้ามาหมด ที่จริงตอนรัฐธรรมนูญ ในปี ๒๕๔๐ ก็ดีมากเลย ที่จะให้มองเห็นได้ชัดเจนว่าถ้าใครก็ตามได้รับผลกระทบ จากคดีอาญาที่ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรัฐต้องชดเชยนะคะ แต่ตอนนี้ในปี ๒๕๕๐ ไม่มี ไม่เป็นอะไร แต่ดิฉันไม่อยากจะให้มีน้อยไปกว่านี้ ยิ่งถ้าเราสามารถที่จะกระจายออกไปได้ ก็จะทําให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอยู่ในเกือบจะทุกเรื่องที่เวลาเราออกไปรณรงค์ กับพี่น้องประชาชน เมื่อก่อนตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ออก พวกเราจะออกไปรณรงค์ เรื่องรัฐธรรมนูญ นักวิชาการ นักการเมืองหลายคนเยาะเย้ยเรา บอกว่าไปให้ความรู้เหล่านี้ กับประชาชน เขาไม่สนใจหรอก เพราะมันเป็นเรื่องไกลตัว ที่จริงแล้วหมวดสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนเป็นหมวดที่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด เพราะมันกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องหมายจับ หมายค้น เรื่องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมซึ่งประชาชนเข้า ไม่ค่อยถึง เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านว่าทําอย่างไรที่เราจะมีหลักประกัน ท่านประธาน คณะกรรมาธิการอย่าบอกดิฉันนะคะว่าเดี๋ยวเวลา สสร. เขายกร่างเขาก็ใส่เข้าไปเอง ท่านอย่าจินตนาการไปอย่างนั้น ดิฉันกําลังหารือว่าเราต้องมีหลักประกันที่จะให้ประชาชน ได้รับสิทธิเสรีภาพเหล่านี้ รวมทั้งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แม้กระทั่งทุกวันนี้ ดิฉันเพิ่งไปอบรม ไปเป็นวิทยากรมานี่นะคะ ว่าด้วยเรื่องข้อมูลข่าวสาร แม้กระทั่งชาวบ้าน ยกตัวอย่างขึ้นมาว่าในหมู่บ้านเขาถนนมันเพิ่งสร้างไม่ถึงปีแล้วมันไม่ดี เขาขับมอเตอร์ไซค์ไป แล้วก็ล้ม ล้มแล้วเขาก็ไปร้องเรียน ไปพบนายก อบต. แล้วก็ไปถามว่างบประมาณนี้ ทําอย่างไร ขอดูหน่อยได้ไหมว่าใครมาทํา แล้วทําอย่างไร มีอะไรบ้าง งบประมาณใช้ไปเท่าไร แค่นี้ เรื่องเหล่านี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบอกประชาชนต้องรู้ ปรากฏว่านายก อบต. ก็ไม่ให้ประชาชนรู้ อย่างนี้เป็นต้น ก็แสดงว่าว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งหลายทั้งปวงนี่นะคะ ประชาชนบางส่วนยังจะเข้าใจมากกว่าหน่วยราชการเสียด้วยซ้ําไป จึงเป็นเรื่องสําคัญว่าต้องบรรจุเอาไว้นะคะ แล้วมีหลักประกันด้วย สิทธิเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็นก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน รวมทั้งมาตราที่พูดเรื่องการชุมนุม ให้มีเสรีภาพ ที่จะชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยกเว้นเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติเพื่ออะไร ๆ นี่นะคะ ถึงตอนนี้มาเรายังเถียงกันอยู่เลยว่าอะไรที่บอกว่าเป็นการชุมนุมที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของผู้อื่นหรือไม่ เราก็ยังถกเถียงกันอยู่เลย บางคนอาจจะบอกว่าทําอะไรก็ได้ เป็นสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ แล้วอย่างไรเรียกว่าละเมิดสิทธิของผู้อื่น การชุมนุมทางการเมือง การชุมนุม ทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนท่านว่าแม้กระทั่งเสรีภาพของสื่อมวลชน ดิฉันอยู่ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เหล่านี้เป็นสิทธิของประชาชน รัฐบาลต้องไม่แทรกแซง รวมทั้งรัฐธรรมนูญบอกเอาไว้ ปี ๒๕๕๐ ต้องไม่ไปยกเลิก ต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลง ที่เขาห้ามสื่อมวลชนทั้งหลาย ห้ามเจ้าของสื่อ เป็นเจ้าของสื่อหลายประเภท ห้ามครองสิทธิข้ามสื่อ แล้วก็ยังบอกด้วยว่าห้ามนักการเมือง เป็นเจ้าของสื่อทุกประเภท ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ห้ามเป็น เพราะมันทําให้เกิดความ ได้เปรียบเสียเปรียบกัน จนกระทั่งถึงวันนี้รัฐธรรมนูญประกาศใช้มา ๕ ปีแล้วเรามี กสทช. ดิฉันถาม กสทช. ตรวจสอบหรือยังว่ามีการเป็นเจ้าของสื่อที่เรียกว่าครองสิทธิข้ามสื่อ มากน้อยแค่ไหน แล้วตรวจสอบหรือยังว่านักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อมากน้อยแค่ไหน ที่รัฐธรรมนูญห้าม กสทช. กรรมการบางท่านตอบดิฉันว่ายังไม่ได้ตรวจสอบ เพราะว่า ถ้าตรวจสอบแล้วมันจะเป็นกันหมดเลย มันจะเป็นเยอะมาก ดิฉันบอกนี่ไม่ใช่ข้ออ้าง เยอะหรือน้อยต้องทําเพราะนี่คือรัฐธรรมนูญ ท่านประธานคะ ดิฉันห่วงใยในเรื่องหมวดสิทธิ เสรีภาพของประชาชนมากที่สุด เพราะว่า สสร. จะไปพบหลายอย่าง ตอนที่ดิฉันไป ยกร่างของปี ๒๕๕๐ อย่างน้อยที่สุดการศึกษาต้องให้ฟรี ให้เรียนฟรี ๑๒ ปี หน่วยงาน ด้านการศึกษาหลายหน่วยงานมากเลยทําเรื่องเสนอเข้ามาว่า ๑๒ ปีมันไม่เป็นจริง ไม่มีคุณภาพ ต้องเอาแค่ ๙ ปี ไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยงานที่เป็นหลักด้านการศึกษา บางคนถ้า สสร. ไปฟังข้อเสนอของหน่วยงาน หน่วยราชการ จํานวนไม่น้อยดิฉันพบแล้วว่า ก็จะเสนอตามความสะดวกของตัวเอง จะเสนอตามความเข้าใจของตัวเอง ไม่ได้รับรอง คุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศเราเรียกว่าเป็นเสรีนิยม ใครอยากทําอะไรก็ได้ ไม่ได้ ใครมีปัญญาเรียนแค่ไหนก็ได้ ไม่ได้ รัฐยังต้องจัดการให้ เพื่อความเป็นธรรม ถ้าปล่อยให้มือใครยาวสาวได้สาวเอาก็จะมีคนส่วนหนึ่งที่จะถูกละเมิดสิทธิ เพราะฉะนั้นรัฐจะต้องจัดการให้ด้วยเพื่อความเป็นธรรม ผู้ที่ด้อยโอกาสรัฐต้องจัดการ ไม่อย่างนั้นเราจะมีทุนยากจนแต่เรียนดีไปทําไม เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านว่า ดิฉันห่วงใยจริง ๆ ฝากท่านกรรมาธิการด้วยค่ะว่าสิทธิเสรีภาพ ต้องให้เขาเข้าใจว่าสิทธิ คืออะไร ถ้ากําหนดเป็นสิทธิแล้วรัฐต้องจัดให้แล้วต้องพยายามจัดให้เร็วด้วย ถ้าเป็นเสรีภาพ ก็อย่าไปกีดกันเขา ไม่จัดให้เขาก็อย่าไปกีดกันเขา เพราะฉะนั้นดิฉันก็ยังเรียนนะคะสิทธิ ของพี่น้องประชาชนในการที่จะได้รับบริการสาธารณสุขคือสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทั้งหลายนี้ ต้องดูว่าท่านจะทําอย่างไรให้มากกว่าเดิมได้ แต่ให้น้อยกว่าเดิมไม่ได้นะคะ นอกจากนั้น ก็ยังมีในหมวด ๓ เฉพาะหมวด ๓ มีทั้งหมด ๔๔ มาตราท่านประธาน