เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยมีความกังวลเกี่ยวกับบทบาทของประธานรัฐสภาในการตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ยังวิพากษ์วิจารณ์ถึงอำนาจที่ประธานรัฐสภามีในการให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ และกล่าวว่าหากประธานรัฐสภาล้มป่วยลง การสรรหาประธานรัฐสภาใหม่อาจจะไม่ทันและอาจสุ่มเสี่ยงต่อระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานครับ พ่อลูบหัวแล้วก็รีบก้าวเดินออกไปจากลูก แล้วก็ตรงก้าวเข้าไปที่หน้าปากซอยเพื่อที่จะไป ทำไมครับ ไปยืมเงินเพื่อนของพ่อที่ชื่อว่าพ่อแม้วที่ร่ำรวยครับ ท่านประธานครับ เข้าเรื่องนะครับ ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑๓ เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว ให้นำเสนอต่อประธานรัฐสภานะครับ เมื่อประธานรัฐสภาได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หากเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญนั้นมิได้มีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ที่ต้องเสนอให้รัฐสภา วินิจฉัย ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งภายใน สิบสี่วันวันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบกับ ร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือไม่ ผมคงไม่ขัดแย้งนะครับ ผมไม่ได้แปลว่าที่คณะกรรมาธิการเสียง ข้างมากมอบภาระนี้ให้กับประธาน เพราะผมมีความคิดว่า แสดงว่าคณะกรรมาธิการเสียง ข้างมากมั่นใจในตัวท่านประธานรัฐสภาในขณะนี้ว่าเป็นคนดี มีความรู้ มีความสามารถ จริยธรรมสูงในการที่จะวินิจฉัยออกความเห็นร่างรัฐธรรมนูญ ที่มิได้มีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ ในสิ่งนี้ที่ผมเพิ่มจาก ๑๔ วัน ผมอยากเรียนว่าเพื่อให้ท่านประธานรัฐสภาออก ความเห็นให้ระดับที่เกินมาตรฐานกับที่รัฐธรรมนูญที่กรรมาธิการร่างไว้ครับ คือไม่ใช่เฉพาะ เพียงแค่หมวด ๒ อาจจะดูหมวดอื่น ๆ ด้วย เช่น อะไรครับ หมวดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับศาลครับ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ท่านต้องดู ด้วยนะครับว่ามีหรือเปล่า จะหายไปไหม เหตุผลที่ผมห่วงก็เพราะอย่างนี้ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเมื่อเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ รัฐธรรมนูญฉบับที่ยาวนานที่สุด คือรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ อายุ ๑๔ ปีครับ เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยที่เราคิดว่าให้ ประชาธิปไตยสูง ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่มีการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นครั้งแรก ที่เริ่มมีการใช้ระบบรัฐสภา และที่สำคัญครับ เป็นรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญขึ้นครับ อันนี้สำคัญมากครับ เหตุที่เกิดคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้น เพราะมันมี เรื่องราวครับ มันมีเรื่องราวในเรื่องว่าแม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้สภาเป็นผู้มีสิทธิเด็ดขาด ในการตีความรัฐธรรมนูญ แต่หากคดีอยู่ในศาล ศาลยุติธรรมก็ได้ตัดสินคดีไว้เป็นบรรทัดฐาน ว่าศาลมีอำนาจวินิจฉัยกฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังปรากฏในคำ พิพากษาศาลฎีกาคดีอาญาสงครามที่ ๑/๒๔๘๘ ศาลวินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของศาล ซึ่งมีหน้าที่ใช้กฎหมาย เมื่อมีหน้าที่ใช้กฎหมาย ศาลก็ต้องมี อำนาจพิจารณาว่ากฎหมายนั้นเป็นกฎหมายที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ คำพิพากษานี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างยิ่งในบรรดาสมาชิกสภา เพราะ เท่ากับเป็นการก้าวล่วงมายุ่งเกี่ยวกับอำนาจของสภา เป็นเหตุให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ขึ้นคณะหนึ่งเพื่อไปศึกษา จนท้ายที่สุดมีการเสนอแนะให้ตั้งคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้น เพื่อให้มีอำนาจพิจารณาว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลจะได้ไม่มีอำนาจอีกต่อไป และได้มีการนำเรื่องนี้ไปบัญญัติไว้เป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๓ ครับ
เหตุที่ผมห่วงใย เพราะอะไรครับ เพราะหันกลับมาดูในมาตราที่ผ่านมาครับ มาตรา ๒๙๑/๑๑ ในวรรคสอง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้พูดไว้อย่างนี้ครับ ในการ จัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้น สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่า มีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาเป็นต้นแบบในการยกร่างก็ได้ ท่านประธานพอมองเห็น ใช่ไหมครับว่าทำไมผมถึงต้อง ๑๔ วัน เพื่อให้ท่านได้เอาเวลาไปใคร่ครวญพิจารณาในเรื่อง ก่อนที่จะออกความเห็นว่ามันขัดแย้งหรือเปล่านะครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ การที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมอบให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้มีอำนาจในการให้ความเห็น ครั้งนี้นะครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้บอกไปแล้วว่าไม่เหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตย เป็นการ ฟังเสียงของประธานรัฐสภาคนเดียว แต่ในมุมมองของผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ามัน สุ่มเสี่ยงต่อระบบครับ สมมุตินะครับ ผมไม่ได้แช่ง สมมุติว่า สสร. ยื่นให้ท่านประธานรัฐสภา ไปแล้ว ในระยะที่ท่านเขียนไว้ ๗ วัน เกิดท่านล้มป่วยลง ท่านอย่าลืมนะครับ ชีวิตเรามันเกิด อะไรได้ตลอดเวลานะครับ ยิ่งเราทำงานกันหักโหมข้ามวันข้ามคืน ไม่มีใครรู้ครับว่าใครจะเกิด อะไรขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงห่วงว่าถ้าประธานรัฐสภาของเราเป็นอะไรไป เราจะสรรหา ประธานรัฐสภาได้ทันหรือเปล่าใน ๗