รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๑ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สุริยา ปันจอร์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑๑ ให้มีผลบังคับใช้ภายใน ๒๔๐ วัน แทนที่จะเป็น ๑๘๐ วัน และขอแก้ไขข้อความที่เปลี่ยนแปลงบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ชัดเจนและป้องกันความสับสน

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณท่านประธานที่เปิดโอกาสให้กระผมได้เป็นผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นคนแรกในวันนี้ ท่านประธานครับ การอภิปราย การสงวนคําแปรญัตติในสภาแห่งนี้ เราได้ดําเนินการมาถ้าจําไม่ผิดน่าจะเป็นวันที่ ๑๒ เนื้อหาสาระที่อาจจะซ้ํากันบ้าง อาจจะแตกต่างกันบ้าง อันนี้ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะอภิปรายครับ สําหรับวันนี้ในส่วนของกระผมนั้น อาจจะซ้ําเช่นเดียวกัน แต่ก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยง และพยายามที่จะใช้เนื้อหาสาระ ที่สรุป กะทัดรัด ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อประหยัดเวลา เพราะขณะนี้พี่น้องประชาชนที่ติดตามรับชม รับฟังอยู่ทางบ้านก็ได้สอบถามมาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้จะจบลงเมื่อไร และสิ้นสุด เมื่อไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็ยังตอบไม่ได้ ก็อาจจะให้คําตอบว่าเป็นฉบับที่มืดมน ดูอนาคต ไม่เห็นทาง เพราะฉะนั้นวันนี้ด้วยความตั้งใจที่จะให้การอภิปรายนั้นโดยสรุปจริง ๆ ผมก็ขออนุญาต ที่จะเริ่มต้นดังนี้นะครับว่า ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ซึ่งก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ ทางคณะกรรมาธิการที่ได้เห็นความสําคัญในเรื่องของช่วงเวลา ซึ่งเดิมทีนั้นทางคณะรัฐมนตรี ได้เสนอมา ๑๘๐ วัน ส่วนกระผมและคณะซึ่งประกอบด้วยอาจารย์เจริญ ภักดีวานิช พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ท่านนิคม ไวยรัชพานิช ท่านชรินทร์ หาญสืบสาย ท่านทวีศักดิ์ คิดบรรจง และท่านสุโข วุฑฒิโชติ รวมทั้งกระผม ก็ได้ขอแปรญัตติจาก ๑๘๐ วัน เป็น ๒๔๐ วัน ด้วยการพิจารณาอย่างรอบคอบของคณะกรรมาธิการเห็นชอบก็เลยแก้ข้อความจาก ๑๘๐ วัน เป็น ๒๔๐ วัน ก็ต้องขอขอบพระคุณ แต่จริง ๆ แล้วในส่วนนี้กระผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ด้วยความรู้สึกลึก ๆ ของผมเองนั้นเห็นว่า ๒๔๐ วันก็น่าจะไม่เพียงพอ ใจลึกจริง ๆ นั้น ผมเห็นว่าน่าจะอย่างน้อย ๓๖๕ วัน แต่ด้วยความเกรงใจที่คณะรัฐมนตรีเสนอเพียง ๑๘๐ วัน ถ้าจะขอมากไปกว่า ๒๔๐ วัน ดูเสมือนหนึ่งว่าขาดความเกรงใจก็เลยตัดสินใจร่วมกับคณะว่า เราขอเพียง ๒๔๐ วัน ก็ต้องขอขอบพระคุณที่คณะกรรมาธิการได้เห็นความสําคัญในส่วนนี้ นะครับ ในมาตรานี้ที่เป็นประเด็นและที่เป็นปัญหาอยู่เดิมทีนั้น ผมขออนุญาตที่จะเรียนสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ในวรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่บอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลง รูปแบบของรัฐจะกระทํามิได้ อันนี้ชัดเจนในร่างของคณะรัฐมนตรีนะครับ นั่นหมายความว่า สสร. ที่ผ่านการเลือกตั้งและผ่านการสรรหามา ถ้าไปคิดแล้วก็ไปยกร่างขึ้นมา แล้วก็ทําให้รูปแบบ ของการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ว่านั้นจะกระทํามิได้ นั่นหมายความว่าตกไป อยู่ไปอยู่มาก็ปรากฏว่า คณะกรรมาธิการได้ขอเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลง รูปของรัฐ แล้วข้อความที่คณะกรรมาธิการเพิ่มเติมนะครับ ผมขออนุญาตใช้เสียงดัง ๆ สักนิดหนึ่ง ข้อความที่ท่านเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมนะครับ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วย พระมหากษัตริย์ ข้อความเดิมว่า จะกระทํามิได้ ท่านประธานครับ ตรงนี้ถ้าอ่านผิวเผินอาจจะ เข้าใจตรงกันได้ แต่ถ้าเจาะลึกแล้วก็วิเคราะห์ด้วยอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน ขอความกรุณา ท่านคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานได้ช่วยกันพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาต ที่จะขอเพิ่มรายละเอียดเพื่อป้องกันมิให้เกิดความสับสนสําหรับผู้อ่านหรือผู้นําไปใช้ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือในฉบับที่ทางคณะกรรมาธิการได้แก้ไขนั้นบอกว่า หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมวดนี้มิได้บอกให้ชัดเจนว่า อยู่ในกฎหมายอะไร ฉบับใด อย่างไรนะครับ ผมเลยขออนุญาตที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมเป็นดังนี้ เพื่อเพิ่มรายละเอียดแล้วก็เพื่อป้องกันความสับสน สําหรับผู้อ่านหรือผู้ใช้ดังนี้นะครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ อันนี้เหมือนกันนะครับ หรือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ หมวด ๒ ระบุหมวดด้วยครับ หมวด ๒ ชัดเจนนะครับ แล้วก็ในหมวด ๒ นั่นมีข้อความข้างล่างว่า พระมหากษัตริย์ นี่คือความชัดเจน แค่นี้ยังไม่พอ ยังไปเพิ่มเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้จะกระทํามิได้ ถามว่าเหตุผลอันใดหรือ ถึงได้แก้ไขเพิ่มเติมเสริมรายละเอียดอย่างนี้ ท่านประธานครับ การใช้ข้อความสั้น ๆ อย่างที่ ผมเรียนเมื่อสักครู่ว่าการแก้ไขบทบัญญัติหมวดของพระมหากษัตริย์ ถ้าพูดเพียงอย่างนี้ก็เป็น การพูดลอย ๆโดยไม่ระบุ ไม่ปรากฏว่าไปแก้ไขในอะไร แบบไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นการที่ กระผมขออนุญาตแก้ไขในลักษณะอย่างนี้น่าจะเสริมเติมเต็มในความเข้าใจตรงกันดีขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอวิงวอนเช่นเดียวกัน เพราะกระผมเคยขอวิงวอนมา ๓ ครั้ง ทั้ง ๓ ครั้ง ไม่มีผล แต่ประการใด เริ่มตั้งแต่ขอ สสร. ๒๐๐ คนมาจากการเลือกตั้ง บวกด้วย ๒๒ คนจากการสรรหา ก็ไม่ผ่าน มาครั้งที่ ๒ สสร. จะต้องจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่าก็ไม่ผ่านนะครับ แล้วมาที่ ๓ เรื่องลักษณะต้องห้ามก็ไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ ในส่วนนี้ ตรงนี้ มาตรานี้ ก็ขอผ่านท่านประธาน วิงวอนถึงคณะกรรมาธิการได้โปรดช่วยพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ แล้วข้อความนั้น เข้าใจได้ถ้าอ่านแบบผิวเผิน แต่ถ้าอ่านโดยวิเคราะห์เจาะลึกจริง ๆ ก่อให้เกิดความสับสน เพราะฉะนั้นขอวิงวอนได้โปรดได้กรุณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์กับ ประเทศชาติ ขอขอบคุณมากครับ