รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการประชุมสภา และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของรัฐบาล ในการนับองค์ประชุมและลงมติ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา กระผมเองเป็นกรรมาธิการด้วย ท่านหนึ่ง กระผมเองได้นั่งเฝ้าฟังการอภิปรายในสภามา ๒ วัน กระผมเองได้เห็นบรรยากาศ อย่างหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานและบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ว่าบรรยากาศ ของสภาในปัญหาเรื่องนี้นั้นมี ๒ ด้าน ด้านที่ ๑ ฝ่ายรัฐบาลพยายามจะรวบให้มีการลงมติ อย่างใดอย่างหนึ่ง แม้จะเรียกว่าเป็นลงมติข้อสังเกต ลงมติการรับทราบอะไรสักอย่างหนึ่ง ให้ได้ในสภาแห่งนี้ อีกด้านหนึ่งสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่มีความรู้สึก มีความคิดเห็นว่าเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่สภาไม่ควรจะลงมติ ในระหว่างนั้นก็มีการยื่นขอให้ศาลตีความอีกต่างหาก ทําให้ ความเห็นฝ่ายที่ไม่อยากจะให้มีการลงมติมีน้ําหนักมากขึ้น แต่ดูท่าทางเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาล พยายามจะให้มีการลงมติให้ได้ สิ่งนี้ที่ผมอยากจะบอกท่านประธานสภาและมีการบันทึกไว้ ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าบรรยากาศแห่งรัฐสภา ๒ วันนี้มันได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วย กับสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะกระทําอยู่ขณะนี้ นั่นคือลูกขององค์ประชุม ท่านครับการเปิด ประชุมเมื่อวันศุกร์ ปรากฏว่าท่านประธานรัฐสภา ท่านชัย ชิดชอบ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ได้กระทําผิดข้อบังคับพยายามจะลากองค์ประชุมให้ครบให้ได้ผ่านไปเกือบ ๒ ชั่วโมงแล้ว เพื่อนสมาชิกก็บอกมันผิดข้อบังคับแล้วนะครับ มันเกินเวลาแล้วนะครับ ท่านประธานสภา ก็กระทําเสมือนหนึ่งจะเอาใจอะไรนายกรัฐมนตรีผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แล้วสุดท้าย องค์ประชุมไม่ครบ ดูเถอะครับเปิดประชุมมาตั้งครึ่งวันครับ เมื่อวันศุกร์ก็ไม่ครบองค์ประชุม ลากมาจนถึงบ่ายขาด ๗ คน ลากมาให้ครบ พอครบก็เปิดประชุม แต่จริง ๆ บรรยากาศ ในห้องประชุมองค์ประชุมก็ไม่ครบครับ เพื่อนสมาชิกสภาก็บอกท่านครับองค์ประชุมไม่ครบ ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ท่านประธานสภาท่านชัย ชิดชอบ ก็ใช้ลูกที่สํานวนไทย เรียกว่าลูกเก๋า พยายามจะบอกว่าประชุมไปก่อน ๆ ส่วนเรื่องลงมติทีหลังก็ลากไป จนสุดท้าย ก็ลงมติไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะองค์ประชุมไม่ครบ ภาวะแห่งองค์ประชุมไม่ครบนี้ มันสะท้อนออกถึงสิ่งที่เรียกว่าภาษาทางกายของ ส.ส. ของรัฐสภาแล้วครับ ของ ส.ว. ส.ส. แล้ว เป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่รู้สึกไม่อยากขัดใจรัฐบาล ไม่เหมือนฝ่ายค้านขัดใจ ก็ขัดใจเลย แต่พอสมาชิก ส.ว. นั้นเขาไม่อยากขัดใจเขาก็ใช้วิธี สโลว์ ดาวน์ (Slow down) ไม่มาประชุมครับ ไม่ใช่เขาไม่อยากประชุมนะครับ แต่เขามีความรู้สึกว่ากําลังจะถูก ภาวการณ์ที่เรียกว่าพวกมากลากไปอยู่ ภาวการณ์ขณะนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ด้วยสายตาของ ท่านประธานเองดูเถอะครับ ไม่มีทางครบองค์ประชุมเลย ดังนั้นการที่จะบอกโมเมไปบอกว่า สภาแห่งนี้ได้รับทราบและเห็นชอบกับการรับทราบนั้นแล้ว ไม่ใช่หรอกครับ อย่างที่ ท่านประธานวิปพูดไม่ได้หรอกครับ มันเป็นภาษาทางกายเขาเรียก บอดี้ แลงเกจ (Body Language) ที่บอกแล้วว่าสภาแห่งนี้ไม่เห็นชอบกับสิ่งที่รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่ขณะนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานยังจะพยายามดําเนินการต่อไปผมก็ไม่ว่าหรอกครับ ว่ากันไปตามกลไก แต่ขอให้บันทึกความจริงไว้แห่งบรรยากาศที่ประชุมเถอะครับว่า เป็นประเด็นสําคัญที่สุด และปรากฏว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาพยายามจะส่งสัญญาณทางกายว่าเขาไม่เห็นด้วย เขาจึง ไม่เข้าห้องประชุมกัน ท่านประธานครับ ผมไม่อยากจะมาพูดเรื่ององค์ประชุมเป็นเรื่องสําคัญ ผมไม่อยากเสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่ออะไรทั้งนั้น แต่ว่าก่อนที่จะลงมติใด ๆ ที่ท่านเห็นว่าพยายามจะลากไปให้ได้นั้นต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อน การตรวจสอบ องค์ประชุมกับการนับองค์ประชุมใกล้เคียงกันละครับ ท่านประธานครับ ถ้าผมจะขอเสนอ ให้นับองค์ประชุมก็คงไม่น่ารังเกียจกระมังครับ ท่านประธานครับ เพื่อให้เห็นว่าความสําคัญ มันมีแล้ว นี่คือภาษาทางกายเขาเป็นอย่างนี้ครับ ผมว่าอย่างนี้มันบ่งบอกถึงนัยแล้วว่า ความรู้สึกส่วนใหญ่ของสมาชิกรัฐสภาเขารู้สึกอะไรกัน บรรยากาศอย่างนี้ก็สะท้อนอยู่ใน การประชุมขั้นคณะกรรมาธิการเหมือนกันครับ ผมเองไม่อยากจะพูดในเนื้อหาเพื่อไมให้ เสียเวลากับท่านนะครับ กระผมเองขอเสนอให้มีการนับองค์ประชุมเถอะครับเพื่อจะได้ ตรงกันเลยกับการตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ