สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 โดยแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย และเติมเพียงคำว่า "ประเภท กรอบเจรจา" ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เราได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งเป็นวาระที่สอง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง พี่น้องประชาชนที่รับฟัง รับชมอยู่ในขณะนี้ว่าพรรคเพื่อไทยเองไม่ได้นั่งร่วมเป็นกรรมาธิการ ในคณะนี้ แต่ผมในฐานะที่เป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้ติดตามการแปรญัตติก็ดี การแก้ไขก็ดี ของคณะกรรมาธิการทั้ง ๔๕ คน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมงง งงจริง ๆ เพราะว่าคณะทํางานที่ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี้เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นคณะทํางานที่เสนอมายังรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็เสนอ เข้าสู่สภา มีการแก้ไขถ้อยคํามากมาย แต่พอไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการทั้ง ๔๕ คน ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล กับ ส.ว. แก้กลับมาเหมือนมาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป๊ะ ยกเว้นมีคําข้อความที่เติมแต่งเข้าไปนิดเดียวในวรรคห้า แต่อันนี้อยู่ในวรรคหก เติมเข้าไปเพียงแต่ว่า ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดประเภท กรอบเจรจา แค่นั้นเอง คือเอามาตรา๑๙๐ เดิมมาเติมแต่งคําว่า ประเภท กรอบเจรจา มันอะไรกันครับ แล้ววันนี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการลุกขึ้นมาชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกที่แปรญัตติ ผมตามท่าน ผมก็งง ฟังไม่รู้เรื่องครับ มันแก้กันไปแก้กันมา แล้วประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่ฟังการแก้ไข รัฐธรรมนูญในวันนี้ ใครจะไปรู้เรื่องครับ พูดเรื่องง่าย ๆ แต่พูดด้วยถ้อยคําที่ดูแล้วงงไปหมด ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายในวันนี้ว่า ในที่สุด รัฐบาลอภิสิทธิ์โดยคณะกรรมาธิการชุดนี้ ๔๕ คน ไม่ได้แก้อะไรเลยในมาตรา ๑๙๐ เอาอันเดิมนั่นแหละครับ แล้วมาบวกเข้าไปนิดหน่อยคําว่า ประเภท กรอบเจรจาเข้าไปเติม แค่นั้นเอง พูดกันมาเกือบค่อนวัน อะไรกัน ผมเองผมพยายามที่จะติดตามการแก้ไข รัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้มากมาย ส.ส. อาวุโส หลายท่าน ท่านประธาน แต่มันมีข้อกังขา แทนที่มีโอกาสจะแก้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ แทนที่จะแก้ให้อํานาจแก่สภาผู้แทนราษฎร กลับไปเอาอํานาจคืนไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญอีก อะไรที่ตกลงกันไม่ได้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ท่านประธานเชื่อมั่น หรือครับว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความได้ถูกต้อง ผมอยากจะยกตัวอย่างไปถึงท่านกรรมาธิการ ให้ได้ยินได้ฟัง ท่านประธานคงจําได้ เรื่องพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งผมเป็นคน ร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ แล้วรัฐบาลก็ไปชี้แจง เรื่องมีอยู่ว่างบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลบอกว่าจะไปปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปลงทุนไทยเข้มแข็ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกรัฐบาลว่าไม่ถึง รอให้เวลาไปใกล้ ๆ สิ้นปีงบประมาณจะรู้ตัวเลขแน่นอน แล้วจะเอา เงินไปปิดหีบเท่าไรเราก็จะรู้ชัดเจน ผมไปเบิกความในศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ฟังผมหรอกครับ ฟังรัฐบาล ปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ปิดหีบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายสุรพงษ์บอกว่าปิดหีบอย่างเก่งก็แสนล้านบาท ในที่สุดปิดหีบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เก่งกว่าสภาผู้แทนราษฎร เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา มีความรู้หลากหลาย มีเหตุมีผล ท่านตัดสินใจเองไม่ได้แล้วเป็นตัวแทน พี่น้องประชาชน วันนี้มีอะไรก็จะโยนไปศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิน ท่านตัดสินเองไม่เป็น หรืออย่างไร อย่างนี้ใช้ไม่ได้ อย่างน้อยถ้าท่านมาแก้วรรคหก พารากราฟ (Paragraph) สุดท้าย ขอใช้ภาษาฝรั่งสักนิดหนึ่งครับ อย่างน้อยถ้ามีปัญหา ก็ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ถ้าทะเลาะเบาะแว้งกันหนัก ๆ ค่อยส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ แบบนี้สิครับเขียนไว้ เขามี โอกาสให้ท่านแก้ สภานี้ก็ผ่านไปในวาระที่หนึ่งให้ไปนั่งแก้ ท่านไปประชุมกัน ๓๐-๔๐ วัน กลับมาใช้ของเดิม เติมนิดหน่อย แบบนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่า ประธานรัฐสภา ไม่ใช่หมายถึงท่านนะครับ ท่านชัย เมื่อเช้ารีบร้อนไปถึงไหน ทําไมไม่ประชุม ส.ส. ก่อน เพื่อให้อีก ๕ ท่านได้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จะรีบไปตายที่ไหน ประทานโทษ ขอถอนครับ จะรีบไปถึงไหนครับ ท่านประธาน ผมต้องฝากท่านประธานไปบอก ท่านประธานชัย ไม่จําเป็นต้องรีบร้อน การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความสําคัญต่อประเทศชาติ มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชน ท่านทํากลับไปกลับมาอย่างนี้เพื่ออะไร พวกผมฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งมาตรา ๑๙๐ กับการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต พวกผมถึงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย ท่านประธานเข้าใจ นะครับ พี่น้องประชาชนได้ฟังการอภิปรายของผมควรจะเข้าใจ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระที่สอง วาระที่สาม ที่กําลังพิจารณากันนี้ ก็มีข้อคิดเห็นจากพรรคฝ่ายค้าน ความบกพร่องทั้งหมดนี้ก็เพราะพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ไปนั่งเป็นกรรมาธิการกับท่าน เลยไม่มีใครติติง ท่านก็เออออห่อหมกไปตามกัน ว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน แล้วเสร็จแล้ว ขายขี้หน้าไหมครับ แก้กลับไปกลับมาเหมือนเดิม นี่เท่ากับหลอกประชาชน ต้องไปชี้แจง ให้ประชาชนให้ชัดเจน แล้วท่านประธานกรรมาธิการพูดให้ชัด พูดกํากวม ๆ อ้อมแอ้ม ๆ ฟังไม่รู้เรื่องท่านประธาน พี่น้องประชาชนอยู่ทางบ้านไม่ได้เห็นหน้าเห็นตา ได้ฟังเสียง ก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดีนะครับ ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ