พีระ มานะทัศน์ หารือเรื่องการปรองดองของชาติและเสนอให้นายกรัฐมนตรีเป็นโปรโมเตอร์ในการส่งเสริมการปรองดองนี้ พีระ มานะทัศน์ ยังหารือเรื่องยาเสพติดและเสนอให้รองนายกรัฐมนตรี Yongyuth Winyuchachivin ดำเนินการแก้ไข และเริ่มต้นแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน พีระ มานะทัศน์ ยังหารือเรื่องปัญหาเกษตรกรรมและโอทอป โดยเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างศูนย์โอทอปในกรุงเทพฯ และคิดวิธีแก้ปัญหาการเกษตรกรรมที่มีปัญหาทุจริต นอกจากนี้ พีระ มานะทัศน์ ยังพูดถึงนโยบายค่าจ้างแรงงาน 300 บาทต่อวัน และเรียกร้องให้ผู้ประกอบการและนายทุนช่วยแบ่งปันความสุขให้กับคนยากคนจน
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลําปาง ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมได้ฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ของการเมืองไทย ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นเป็นความหวังของคนไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะสุภาพสตรีได้ส่งเสียงเชียร์อย่างมากมาย และนอกจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ยังเป็นความคาดหวังของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มอาเซียนหรือนานาประเทศ ที่เคยเห็นความสงบสุขของประเทศไทย ก็อยากจะเห็นรอยยิ้มของคนไทยอีกครั้งหนึ่ง สําหรับนโยบายที่ได้แถลงไปนั้น กระผมอยากจะเริ่มด้วยในส่วนที่เป็นนโยบายเร่งด่วน
เรื่องแรกคือ เรื่องปรองดองนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นโจทย์สําคัญ ที่ประชาชนได้เลือกพรรคเพื่อไทยก็เพื่อที่จะมาสนับสนุนเรื่องปรองดองของชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าถ้าหากว่าเราเริ่มต้นในสภาเสียก่อน ซึ่งมีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ถ้าปรองดองได้ตรงนี้ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ ฝ่ายก็มีกองเชียร์อยู่มากมาย อย่างเช่น ฝ่ายรัฐบาล ก็ประมาณเกือบ ๒๐ ล้านคน ฝ่ายค้านก็มี ๑๐ กว่าล้านคน ถ้าหากว่าทั้ง ๒ ฝ่ายสามารถ ปรองดองกันได้โดยใช้กีฬา คือถ้ากีฬาเชื่อมมันก็รู้กฎกติกา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ ตรงนี้จะทําให้ เกิดสปิริตขึ้นก็จะเป็นก้าวหนึ่ง จะเป็นแบบอย่างที่ดีกับคนไทยทั้งชาติ ก็ขอฝากความหวังไว้ สําหรับท่านนายกรัฐมนตรีท่านอาจต้องเป็นโปรโมเตอร์ (Promoter) ที่จะส่งเสริมเรื่องนี้ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมให้ได้
เรื่องของยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ แล้วเป็นปัญหาที่กระทบคนไทย ทุกคน สถานการณ์ในขณะนี้ค่อนข้างรุนแรงมาก ๆ กระผมเองนั้นอยู่ในคณะกรรมาธิการ การปกครองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ถ้าหากว่าท่านจะมากํากับในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการการปกครอง ซึ่งประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบ ความสําเร็จในการทํางานมาหลายท่าน ท่านอดีตกํานันก็ดี อดีตนายกเทศมนตรี ผู้นําท้องถิ่น ในคณะกรรมาธิการการปกครองนั้นได้ทําการศึกษา ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ที่จะนําเสนอท่าน ในโอกาสต่อไป
ในเรื่องคอร์รัปชัน (Corruption) ผมเชื่อว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน ทุกคนก็ทราบปัญหาดีว่าการคอร์รัปชันนั้นเปรียบเสมือนเหลือบร้ายที่กัดกร่อนประเทศไทย ถ้าหากว่าจะแก้ปัญหาให้จริงจังแล้ว ผมอยากจะเสนอให้เริ่มต้นจากท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าหากว่าท่านเป็นผู้นํา นําเรื่องนี้ได้สําเร็จ ผมเชื่อว่าใน ครม. ของท่านคงไม่มีท่านใดที่จะกล้า กระทําฝ่าฝืนนะครับ
ในเรื่องของปัญหาน้ํา ประเทศไทยประสบปัญหามาช้านาน น้ําท่วม ฝนแล้ง เป็นปัญหาซ้ําซาก สาเหตุใหญ่ก็คือว่าเราขาดการบูรณาการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ทําให้ปัญหานี้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ปัญหาเรื่องปากท้อง ปัญหาเรื่องราคาสินค้าเกษตร สําหรับราคาสินค้าเกษตรนั้น ผมก็เป็นห่วงนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของการจํานํา หลักการดี แต่วิธีการต้องทําให้ได้ คือว่าป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะที่ผ่านมามักจะมีปัญหาเรื่องนี้มาตลอด ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ของภาครัฐก็ดี ภาคเอกชนก็ดี หรือนักการเมืองในท้องถิ่น ท่านต้องป้องกันให้ได้ เพราะตรงนี้เป็นจุดอ่อนที่สําคัญที่สุด และอีกอย่างหนึ่งผมอยากจะ ฝากไว้ว่า เรื่องการเกษตรกรรมนั้นเป็นปัญหาของชาติ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทางด้านการเกษตร มีชาวนาชาวไร่อย่างน้อยก็ ๑๐ กว่าล้านครอบครัว ผมอยากให้ไปดู ในเรื่องของผู้ใช้แรงงานในภาคเกษตรกรรม ขณะนี้อายุเฉลี่ย ๕๓-๕๔ ปี อีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณแล้ว ปัญหาว่าจะมีใครมาทําต่อ ลูกหลานเดี๋ยวนี้ก็ไม่ทํา ออกไปเรียนหนังสือแล้วก็ไม่กลับ ตรงนี้ฝากทางรัฐบาลไว้ด้วยว่าจะคิดอย่างไร เพราะถ้าหากว่าไม่มีคนทํานาทําไร่แล้ว ต่อไปปัญหาเรื่องข้าว พืชไร่ หรือพืชสวนต่าง ๆ จะไม่มีหล่อเลี้ยงคนไทยต่อไป ก็เป็นห่วงนะครับ
เรื่องท่องเที่ยว เรื่องสินค้าชุมชน โดยเฉพาะโอทอป (OTOP) ผมได้รับฟังจาก แม่บ้านจํานวนมากว่าอยากจะให้รัฐบาลทําจริงจัง แล้วอยากเห็นที่สุดก็คือว่าเมื่อไรจะมี ศูนย์จําหน่ายสินค้าหรือแสดงสินค้าในพื้นที่ของตัวเองในกรุงเทพฯ ขณะนี้ในจังหวัดต่าง ๆ มีศูนย์โอทอปหลายจังหวัดไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่จุดสําคัญนั้นอยากเห็น ที่กรุงเทพฯ อยากให้รัฐบาลนี่ไปสร้างโอทอป เซ็นเตอร์ (OTOP center) เลือกทําเลที่ใกล้ ๆ กับทางศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทอง หรืออะไรทํานองนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ตรงนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ อยากจะฝากโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไว้ด้วยว่าน่าจะต้องสร้างขึ้น เพราะคนกรุงเทพฯ มีเงินแล้วก็อยากได้สินค้า แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ตรงนี้จะเป็นประตูสําคัญ นอกจากขายคนกรุงเทพฯ แล้วยังเชื่อมโยงไปถึงต่างประเทศได้ เพราะนักท่องเที่ยวเขามานั้นก็จะมาลงที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก อันนี้ก็ขอฝากไว้ด้วย
ส่วนเรื่องนโยบาย ๓๐๐ บาทต่อวันของแรงงานนั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะว่าขณะนี้ค่าครองชีพมันสูงขึ้นมาก ถ้าหากว่าเราไม่เพิ่มเขาจะอยู่อย่างไร ในเวียดนาม นี่ก็ประกาศออกมาแล้วว่าเพิ่มค่าจ้างอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ วันหนึ่งประมาณ ๑.๘-๒.๕ ล้านด่อง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย เพราะฉะนั้นอยากจะ ขอร้องทางบรรดาผู้ประกอบการนายทุนทั้งหลายช่วยแบ่งปันความสุขให้คนยากคนจน ผู้ใช้แรงงานบ้าง เพราะตรงนี้จะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งชาตินะครับ
สําหรับในเรื่องอื่น ๆ นั้น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับว่าโจทย์ที่ทางรัฐบาล ได้เสนอนั้นเป็นความคิดที่ดีมาก แล้วที่แถลงมาก็ดี แต่ผมเป็นห่วงอย่างเดียว คิดดี พูดดี ยังไม่พอ ต้องทําได้ ผมก็มาดูว่าผู้ที่จะรับผิดชอบเหล่านี้เป็นรองนายกรัฐมนตรียอดฝีมือทั้งสิ้น ทั้ง ๕ ท่าน ไล่ตั้งแต่ท่านยงยุทธ ท่านเฉลิม ท่านกิตติรัตน์ ทุกท่านทั้ง ๕ ท่าน เป็นคนเก่ง ๆ ทั้งนั้น ก็อยากจะฝากไว้ว่าท่านต้องคิดในเชิงบูรณาการ ทํางานเป็นทีม ข้อสําคัญคือว่า ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการทํางาน มีระบบข้อมูลที่ทันสมัย แล้วก็หวังว่า จะทํางานเรื่องนี้ได้สําเร็จเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งชาติต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ