รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

จุติ ไกรฤกษ์ พูดถึงการดำเนินการปราบเว็บไซต์ของรัฐบาลชุดที่แล้ว และเรียกร้องให้รัฐมนตรีอนุดิษฐ์ ปิดเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้ปิด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกรัฐสภา ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ เพราะว่าเมื่อกี้นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้กล่าว บอกว่ากระทรวงไอซีทีรัฐบาลชุดที่แล้วที่ได้ดำเนินการปราบเว็บไซต์อย่างจริงจัง ทำให้รัฐบาล ชุดที่แล้วเสียหาย และผมในฐานะที่เป็นอดีตผู้บริหารของกระทรวงนี้ ผมจำเป็นต้องชี้แจง ข้อเท็จจริงให้กับสภาได้บันทึกเอาไว้ครับท่านประธานครับ เพราะว่ามันเป็นข้อมูล ที่ไม่ถูกต้องครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ

ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานคือท่านประธานก็มีอาชีพ เป็นทหาร ท่านทราบครับว่าจะธำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ ผมก็คนหนึ่งก็คนที่สาบานตน ท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์ ขออภัยที่เอ่ยนามก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นทหารด้วย แล้วก็กล่าวคำสาบานตน ปฏิบัติหน้าที่ วันนี้ครับผมอยากจะกราบเรียนชี้แจงและผมไม่อยากให้เอาสถาบันนั้นได้มา ละเลงกันในนี้จนเสียหายบอบซ้ำ ผมเรียนท่านด้วยความใจจริงครับ ผมอยากจะช่วยท่านอนุดิษฐ์นี่แหละไล่ตามปิดเว็บหมิ่น สถาบันให้หมดไปจากประเทศไทยเสียทีหนึ่ง ฉะนั้นที่ผมทำมา ๑๑ เดือนที่ผมเป็นรัฐมนตรี มานั้น ผมกราบเรียนท่านว่าผมมีหลักฐานครับว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารพร้อมกับหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมาย ยืนยันนะครับว่าทำ ภายใต้กฎหมาย ไม่มีใครปล่อยปละละเลยเรื่องนี้แม้แต่คนเดียว กระทรวงตอนที่ผมเข้ามานั้น ต้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่พอครับ ผมได้ตั้งเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมถึง ๔๖ ตำแหน่ง เพื่อไปทำเรื่องนี้ และสิ่งที่ประชาชนทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกที่ใช้เว็บไม่ทราบก็กล่าวหากันว่ากระทรวงไอซีที นั้นปิดเว็บโดยพลการ โดยอำเภอใจ ปิดกั้นความคิด ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า หลักฐานอยู่ในมือผมนี่ครับ ผมยื่นท่านประธานได้ว่าทุกอย่างที่กระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารทำนั้นทำภายใต้กฎหมาย มีสถิติคำยื่นร้องต่อศาลครับ การปิดกั้น เว็บไซต์ทำโดยพลการไม่ได้ครับ ต้องอาศัยอำนาจของศาลครับท่านประธานครับ ผมมี ตัวอย่างหมายเลขแดงที่ ษ ๒๖/๕๓ ไล่ไปเลย ๒๖ ๒๗ ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๙ ๔๐ ๔๒ ๔๑ ๔๕ ๕๑ ๕๔ นอกจากนั้นแล้วมีหมายเลขแดงอีกครับ หมายเลขแดงที่ ษ ๑ ๓ ๗ ๙ ๑๑ ๑๓ ๑๔ ๑๖ ๑๘ ๑๙ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗ ของปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ กราบเรียน ท่านอนุดิษฐ์นะครับ ไปเรียกเจ้าหน้าที่มาดูได้นะครับ หมายศาลในแต่ละเรื่องนั้นนะครับ บางวันนั้นปิดกั้น ๒,๐๐๐ เว็บไซต์ครับ บางวัน ๒,๖๙๕ เว็บไซต์ครับ บางหมาย ๒,๕๐๐ เว็บไซต์ครับ ๑,๑๙๐ เว็บไซต์ครับ ๑,๗๖๐ เว็บไซต์ครับ ๑,๑๔๔ เว็บไซต์ครับ เต็มไปหมด เลยครับ และพวกนี้ต้องยืนยันครับท่านประธานครับ ปิดแล้ว ๖ ชั่วโมงขึ้นมาใหม่ครับ ๒ วัน ขึ้นมาใหม่ครับ ที่อยู่ใหม่ ไล่ตามปิดกันไม่หวาดไหวครับ ไปถามฝ่ายความมั่นคงครับ ฉะนั้น ก่อนที่ท่านจะมากล่าวหาว่าใครไม่ทำหน้าที่ก็กรุณาไปตรวจสอบสถิติตรงนี้ดูได้ นอกจากนั้นแล้ว อยากจะเรียนว่าสิ่งที่ผมในฐานะเป็นฝ่ายตรวจสอบ ผมจะไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นการเมืองครับ ผมจะทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกผมจะทำงานถวายสถาบัน พระมหากษัตริย์ครับ ผมจะจ้ำจี้จ้ำไชท่านครับว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีอนุดิษฐ์ครับ เช้าวันนี้ มีเว็บไซต์ที่ท่านยังไม่ได้ปิดอยู่นะครับ กรุณาไปปิดด้วย แล้วผมก็จะไม่เปิดเผยครับ ผมจะบอก กับท่าน อาจจะผ่านกับสภาไป ผ่านประธานคณะกรรมาธิการไป แต่จะบอกท่านว่าท่าน มีหน้าที่ต้องทำ พวกผมจะช่วยครับ ผมตามแกะรอยโจรมานานมากแล้ว จริง ๆ แล้วผมทำ ก่อนผมเป็นรัฐมนตรีครับ ผมทำกับท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ทำในคณะกรรมาธิการ การทหาร สภาชุดที่แล้วครับ ทำตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ที่มาเป็นผู้แทนครับ กรุณาทราบ ไว้ด้วย และสิ่งที่อยากจะทราบก็คือว่าเว็บไซต์ที่ปิดทั้งหลายนะครับ ขอให้สบายใจได้อย่างว่า คนที่เข้าใจผิดแล้วก็กล่าวหากันลอย ๆ คือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้นโยบายนะครับว่า ความเห็นทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่าไปแตะต้อง และท่านไปดูเลย เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการเมืองพวกผมไม่เคยไปปิดไปบล็อกครับ แต่ถ้าเผื่อทำผิดกฎหมาย ในประเทศไทยต้องปิดครับ ไม่อย่างนั้นผมโดนมาตรา ๑๕๗ ครับ และท่านลองไปดูสิครับ ไปรวบรวมสถิติเองนะครับว่าที่ปิดนี่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของรูปตัดต่อ แย่มากครับ ลำพังเอารูปท่าน รูปผมไปผมก็ว่าอุจาดพอแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยเคารพนับถือครับ มันยอมไม่ได้ หรอกครับ ผมยังบอกกับท่านผู้บริหารกระทรวงหลาย ๆ คนบอกว่าถ้าเผื่อใครไม่กล้าเสี่ยง ผมจะเสี่ยงสั่งเอง ผมจะยอมเป็นคนที่ติดคุกคนแรกที่สั่งเกินอำนาจเพื่อปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ ผมยืนยันครับว่าเวลาของท่านอีก ๔ ปีข้างหน้า ผมจะหายใจรดต้นคอท่าน เฉพาะเรื่องนี้ครับ เรื่องที่ท่านจะต้องเป็นทหารของชาติและทำหน้าที่ให้เต็มภาคภูมิครับว่า ผมหวังว่าสิ่งที่ท่านตั้งใจจะทำนั้นเว็บไซต์หมิ่นทั้งหลายจะหมดไปจากประเทศไทยใน ๔ ปี ข้างหน้า แล้วก็บอกด้วยนะครับว่าท่านไปเอาเอกสารได้จากคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วนะครับว่า จริง ๆ แล้วเว็บหมิ่นในเมืองไทยไม่ค่อยเคยมีนะครับ เกิดมาเมื่อปี ๒๕๕๐ แล้วมามีมากที่สุด ขึ้นเป็นดอกเห็ดแล้วก็ไม่ลงเลยนะครับ นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษานักการเมืองว่าทุจริตครับ นับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์ เว็บนี้ขึ้นยิ่งกว่าดอกเห็ดอีกครับ ฉะนั้นท่านรู้ต้นสายปลายเหตุแล้วไปจับให้เจอครับ จะเจอใครเป็นผู้สนับสนุนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ